ฆ่าสยองพ่อค้าออนไลน์ขายเสื้อผ้า หมกคอนโดฯ หรู ย่านนนทบุรี ตร.สืบเมืองนนท์ ล่าข้ามจังหวัด เร่งลากคอคู่ขา หลังแกะรอยหนีซุกพัทยา เชื่อยังอยู่ในพื้นที่ ขณะที่สาวใต้ห้องพักที่เกิดเหตุ เล่าเรื่องสุดหลอน คนตายเข้าฝัน เล่าทุกอย่างให้ฟังในวันเกิดเหตุ

จากคดีอุกฉกรรจ์ คนร้ายใช้มีดแทง นายไพศาล ทองอ่อน หรือโต๊ส อายุ 54 ปี พ่อค้าออนไลน์ เสียชีวิตหมกศพขึ้นอืดนานหลายวันไว้ในห้องพักคอนโดฯ หรู ย่านนนทบุรี กระทั่งเมื่อคนในคอนโดฯ ได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกจากห้อง เมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 พ.ค. 67 ที่ผ่านมา ตำรวจคาดว่าเป็นฝีมือหนุ่มคนสนิท ที่ผู้ตายพามาร่วมหลับนอนในห้องพักก่อนเกิดเหตุ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 67 ตำรวจชุดสืบสวน จ.นนทบุรี สืบทราบว่าคนร้ายนั่งรถหลบหนีไปยังเมืองพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงประสานตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ลงพื้นที่หาเบาะแสจนพบว่าเมื่อเวลา 21.22 น. วันที่ 27 พ.ค. 67 ที่ผ่านมา กล้องวงจรปิดบริเวณชายหาดเมืองพัทยา สามารถจับภาพผู้ต้องสงสัย สวมเสื้อคลุมแขนยาวสีน้ำตาล (คลุมฮู้ดปิดศีรษะ) และนุ่งกางเกงขายาวสีดำ กำลังเดินลากกระเป๋าเดินทาง และหิ้วถุงกระดาษสีน้ำตาล เดินอยู่บนทางเท้าถนนเลียบชายหาด ระหว่างซอย 10 และ 11 ก่อนที่จะเข้าไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งภายในซอย 11 ชายหาดพัทยา ต่อมาตำรวจตามไปปิดล้อมโรงแรม ซึ่งสันนิษฐานว่าผู้ต้องสงสัยเข้าไปพัก แต่ปรากฏว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้เช็กเอาต์ออกไปตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 12.00 น. วันที่ 28 พ.ค. 67 ขณะที่ตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจ ภ.จว.นนทบุรี ยังคงอยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา เพื่อแกะรอยข้อมูลจากวงจรปิด เพื่อติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ และเชื่อว่าผู้ก่อเหตุยังหลบอยู่ในพื้นที่ จ.ชลบุรี

วันเดียวกัน น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 24 ปี เจ้าของห้องพักชั้น 5 คอนโดฯ ที่เกิดเหตุ ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับ พ.ต.ต.ฐิติปกรณ์ คุ้มปานอินทร์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนนทบุรี ในฐานะพยาน เล่าว่า คืนกลางดึกวันที่ 20 พ.ค. 67 ช่วงเวลาประมาณ 23.30 น. ตนซึ่งพักอาศัยอยู่ในห้อง ได้ยินเสียงคนทะเลาะกันมาจากชั้นบน โดยเป็นเสียงทะเลาะกันในทำนองที่ว่า "เฮ้ย ทำไมอะ" แล้วก็มีเสียงคล้ายคนผลักกันไปมา ก่อนที่สักพักจะมีเสียงเก้าอี้และเสียงของตกตามมา ทีแรกตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร คิดว่าเป็นเสียงคนทะเลาะกันตามปกติ ก่อนที่สักพักต่อมาจะได้ยินเสียงคนร้องตามมาว่า "กูโดนแล้ว ช่วยด้วย" จากนั้นก็มีเสียงเหมือนคนกระทืบเท้ากับพื้นตามมาหลายครั้ง ซึ่งเสียงดังมากจนตนคิดว่าถ้าทะเลาะกันขนาดนี้คงตายแน่เลย จนสักพักตนก็ได้ยินเสียงร้องให้ช่วยด้วยตามมาอีกครั้ง แต่เหมือนเสียงร้องไม่เต็มคำ ทำให้ตนตัดสินใจว่าจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกเสียงเพื่อแจ้งนิติฯ คอนโดฯ แต่เสียงก็เงียบหายไป ซึ่งตอนนั้นเป็นเวลา 23.37 น.

...

น.ส.เอ เล่าอีกว่า หลังจากนั้น ถัดมาก่อนวันพระใหญ่ (วันวิสาขบูชา) ตนเกิดอาการนอนไม่หลับ ตั้งแต่ช่วงตี 1 จนถึงตี 5 มันมีความรู้สึกอยากร้องไห้ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่ตนไม่ได้เป็นอะไรมาก่อนเลย นอนดูซีรีส์ตามปกติ อยู่ดีๆ ก็อยากร้องไห้ออกมา และคืนก่อนวันที่จะพบศพ จู่ๆ ตนก็รู้สึกเจ็บปวดที่ข้อพับแขนซ้าย เหมือนถูกเฉือนถูกกรีด ตนยังรู้สึกว่าทำไมมันเจ็บแบบนี้เลย แต่พอตอนเช้ามาอาการเจ็บปวดก็หายไป นอกจากนี้ตนยังฝันอีกด้วยว่า มีคนที่ตนไม่รู้จักมาขออาหารกิน ซึ่งตนก็เห็นหน้าเขาแค่ในฝัน โดยที่ไม่เคยเห็นหน้าคนตายมาก่อน พอมาเห็นภาพคนตายในข่าว ก็ปรากฏว่าเป็นคนเดียวกับในฝัน 

"ในฝันคนตายมาบอกกับตน และแสดงเหตุการณ์ให้เห็น แต่ตนก็บอกกลับไปว่า พี่จะมาให้ช่วยแบบนี้ไม่ได้นะ มันต้องมีหลักฐาน แค่มาเข้าฝันมันพิสูจน์อะไรไม่ได้ จากนั้นคนตายก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ตนฟังว่า ระหว่างที่เขากับคนร้ายนั่งกินข้าวกันอยู่สองคน คนตายได้ลุกขึ้นมีปากเสียงกับคนร้าย จากนั้นคนร้ายก็ลงมือควักอาวุธมีดแทงเข้าที่ท้องคนตายก่อนเลย แล้วภาพก็ตัดไป เพราะตนไม่อยากเห็นต่อ ทีแรกตนคิดว่าตนคงป่วยโรคซึมเศร้ากำเริบ แต่พอมารู้ข่าวว่ามีคนเสียชีวิตชั้นบนของคอนโดฯ ตนก็ว่ามันไม่ใช่ละ ตอนอยู่คอนโดฯ ในห้องตอนกลางวัน ตนยังได้กลิ่นเหม็นเน่าเลย แล้วก็เกิดอาการอยากร้องไห้ อยากตาย อารมณ์ดาวน์ๆ ตามมา ซึ่งตนยังไลน์ไปบอกกับแฟนหนุ่มเลยว่า กลิ่นเน่าเหม็นแบบนี้ต้องเป็นกลิ่นศพ มีคนตายแน่นอน ตนแจ้งนิติฯ ไปก็ส่งช่างมาดู คิดว่ามีหนูไปตายในท่อระบายน้ำ แต่ก็ตรวจไม่พบ" น.ส.เอ เล่าให้ฟัง