ลูกชายคนที่ 4 ตกเป็นผู้ตองหาฆ่าพ่อตัวเอง ในคดีพ่อเฒ่าวัย 88 ปี ถูกคนร้ายตัดสายไฟพัดลมในบ้านช็อตตามตัวจนเสียชีวิตคาบ้านในสวนยาง อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี ตำรวจออกหมายจับนำส่งฝากขัง เจ้าตัวปฏิเสธ ครวญตกเป็นแพะ ถูกกล่าวหาตั้งแต่ตอนที่น้องสาวถูกฆ่าเมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้ว ส่วนแม่ที่ให้การเป็นพยานก็แก่แล้ว มีอาการหลงลืม

จากกรณีคนร้ายใจโหดบุกเข้าบ้านสองตายาย ใช้สายไฟพัดลมช็อตคุณตาวัย 88 ปีเสียชีวิตคาบ้านในสวนยาง อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เชิญบุคคลใกล้ชิด รวมถึงภรรยาของผู้เสียชีวิตมาสอบสวนปากคำอย่างละเอียด เรื่องปมปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว และเชื่อว่าคนร้ายเป็นบุคคลเดียวกับผู้ที่ก่อเหตุฆ่า น.ส.สะอ้าน บุตรสาวผู้ตาย ถูกทุบศีรษะเสียชีวิตในบ้านเมื่อเดืน ก.ย. 66  

ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติหมายจับ นายประสิทธิ์ บุตรชายคนที่ 4 ของผู้ตาย ในข้อหา ฆ่าบุพการีโดยไตร่ตรองโดยเจตนา และพกพาอาวุธในเวลากลางคืน ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 29 พ.ค. 67 ที่ สภ.เคียนซา เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นายประสิทธิ์ ส่งโสม ผู้เป็นลูกชายคนที่ 4 ผู้ต้องหาในข้อหาฆ่าบุพการี ส่งศาลจังหวัดเวียงสระเพื่อฝากขัง โดยในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนออกจากห้องควบคุม ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นายประสิทธิ์ ว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุฆ่าพ่อตัวเองจริงหรือไม่ นายประสิทธิ์ ได้ปฏิเสธ และยืนยันว่าตนไม่ได้ฆ่าพ่อของตัวเอง แต่ตกเป็นแพะรับบาปตั้งแต่คดีของน้องสาวจนมาคดีของพ่อ สาเหตุที่แม่ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่าตนเป็นคนฆ่า คิดว่าแม่แก่แล้วน่าจะหลงๆ ลืมๆ อยากจะฝากสื่อให้นำเสนอออกไป และอยากให้เจ้าหน้าที่จับกุมตัวคนร้ายที่แท้จริงมาดำเนินคดีให้ได้ 

...

นอกจากนี้ นายประสิทธิ์ ยังยืนยันอีกว่า คืนเกิดเหตุตนได้อยู่ที่บ้านของภรรยา ไม่ได้ออกไปไหน และหากวิญญาณของพ่อรับรู้ได้อยากให้พ่อมาเข้าฝันใครสักคนเพื่อที่จะให้ข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับคนร้ายที่แท้จริงได้ ขอสาบานได้ว่าไม่ได้เป็นคนฆ่าพ่อ ตอนนี้รู้สึกอัดอั้นตันใจเป็นอย่างมาก 

ทั้งนี้การออกหมายจัยดังกล่าวเนื่องจากการสอบปากคำ นางเคลือบ ภรรายาผู้ตาย ซึ่งเป็นประจักษ์พยานยืนยันว่าผู้ก่อเหตุคือ นายประสิทธิ์ ลูกชายคนที่ 4 และยังสอบพบอีกว่า นายประสิทธิ์ เดือดร้อนเรื่องเงิน อีกทั้งหากผู้เป็นพ่อเสียชีวิตก็จะได้เงินฌาปนกิจ ซึ่งคดีมีโทษสูงสุดประหารชีวิต ผู้ต้องหาต้องมีทนายอยู่ด้วยในระหว่างการสอบปากคำ.