พบศพคนตัดฟืน หายไปร่วมสัปดาห์หลังไปส่งฟืนที่โรงปุ๋ย ถูกนำมาทิ้งร่องน้ำข้างถนนใน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ตำรวจเค้นสอบ 2 ลูกจ้างโรงปุ๋ย อ้างนายจ้างบังคับให้นำร่างผู้ตายมาทิ้ง ตอนนั้นแค่ถูกทำร้ายแต่ยังไม่ตาย ด้านนายจ้างยังปฏิเสธ พบทั้ง 3 คนฉี่ม่วง


เวลา 20.30 น. วันที่ 26 พ.ค. 67 ร.ต.อ.วีระชัย ร้อยศรี รอง สว.สอบสวน สภ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ได้รับแจ้งมีผู้พบศพผู้เสียชีวิต เน่าเปื่อยอยู่ในร่องน้ำบ้านโข้ง-สนามคลี หมู่ 12 ต.บ้านโข้ง อ.อู่ทอง จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.วินัย ธนวรรณ รอง ผกก.สอบสวน, สมาคมจิตอาสาดอกแก้ว ชุดสืบสวน และแพทย์เวร รพ.อู่ทอง เดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุริมถนนให้หมู่บ้าน บริเวณร่องน้ำ ซึ่งมีต้นกกขึ้นอยู่ พบร่างผู้เสียชีวิตเน่าเปื่อย ลักษณะนอนคว่ำหน้า สวมเสื้อยืดสีน้ำเงินแขนยาว กางเกงสีน้ำเงิน สวมรองเท้าบูทสีน้ำตาล มีกระเป๋าคาดเอวสีน้ำตาล ภายในมีเงินประมาณ 40 บาท และพบบัตรประชาชน ชื่อนายประวิทธิ์ ชาติไทย อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 175 หมู่ 4 ต.สนามคลี อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี สภาพช่วงศีรษะมีหนอนขึ้น เหลือแต่กะโหลก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะต้องนำร่างไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลเบื้องต้นก่อนจะส่งตรวจที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ อีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริง


จากการสอบถาม นายสันติ หาญพุฒ อายุ 54 ปี ญาติคนตาย กล่าวว่า ผู้ตาย หายออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. 67 ญาติๆ พยายามออกตามหาแต่ไม่พบ กระทั่งมีคนมาเจอศพตายขึ้นอืดในวันนี้ พอมาดูคาดว่าจะเป็นหลานที่หายไป  เบื้องต้นเห็นว่าตำรวจนำตัวผู้ต้องสงสัยไปสอบ ซึ่งผู้ต้องสงสัยสารภาพเอาผู้ตายมาทิ้งแต่ตอนนั้นยังไม่ตาย ซึ่งก็ไม่ทราบว่ามาจากสาเหตุอะไร แต่คาดว่าถูกทำร้ายด้วยการจับศีรษะกระแทกกับฝาบ้าน และถูกนำร่างมาทิ้งตรงนี้  

...


นายอภิชิต (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ผู้ต้องสงสัยที่ถูกนำตัวมาสอบสวนที่โรงพักให้การว่า เอาร่างคนตายมาวางไว้ตรงนี้ เพราะเจ้าของโรงงานปุ๋ยที่ตนทำงานด้วย สั่งให้นำร่างนายประวิทย์ขึ้นท้ายรถกระบะ ออกมาจากโรงปุ๋ย เมื่อมาถึงจุดที่พบศพ เจ้าของโรงปุ๋ยสั่งให้ตนนำร่างลงไปทิ้ง ตนเห็นว่ายังไม่ตาย เลยเอาวางไว้ และเจ้าของโรงปุ๋ยถามว่าทำงานสำเร็จไหม พอบอกสำเร็จเข้าก็ขับรถออกไปโดยที่ตนไม่กล้าขัดขืน เพราะเขาสะพายปืนเอาไว้ ทำให้ตนกลัว ซึ่งคาดว่านายประวิทย์จะโดนทำร้ายด้วยการนำหัวโขกกับผนังห้องในโรงปุ๋ย ที่อยู่ในเขตรอยต่อระหว่าง อ.อู่ทอง กับ อ.เมืองสุพรรณบุรี และนำร่างมาทิ้งจนเสียชีวิตดังกล่าว


ทางด้านเจ้าของโรงปุ๋ย ซึ่งถูกควบคุมตัวมาสอบสวน ทราบชื่อนายโยธิน อายุ 52 ปี ยังคงให้การปฏิเสธ โดยทางตำรวจคาดว่าปมเหตุน่าจะมาจากความเข้าใจผิดบางอย่าง แต่ด้วยความที่เจ้าของโรงปุ๋ยเป็นคนอารมณ์ร้อน มักมีอารมณ์ฉุนเฉียว ซึ่งจะต้องเร่งสอบปากคำพยานแวดล้อมและส่งศพไปชันสูตรที่ สถาบันนิติเวช เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง  

พ.ต.ต.ชาฆินทร์ คล่องแคล่ว สว.สอบสวน สภ.อู่ทอง กล่าวว่า นางประคอง โพรามาต แม่ของผู้ตาย ได้มาแจ้งความไว้ เมื่อวันที่ 24 ว่านายประวิทย์ ชาติไทย ลูกชายหลังจากเอาฟืนไปขายที่โรงปุ๋ย แล้วหายตัวไป จึงมาแจ้งความกับตน จากนั้นจึงให้ชุดสืบสวนออกหาข้อมูล และทำการออกหมายค้น เพื่อไปค้นบ้านนายโยธิน (โรงงานปุ๋ย) พบปืนหลายกระบอกแต่เป็นมีทะเบียนถูกต้อง จากนั้นได้ตามควบคุมตัวนายอภิชิต และนายยุพล ซึ่งจากการสืบสวนแล้วน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับคดี จึงติดตามและพบนายอภิชิตกำลังขับขี่รถ จึงขอเข้าทำการตรวจค้นจนพบอาวุธปืน ขนาด 9 มม.ของนายอภิชิต นำตัวมาสอบสวนที่ สภ.อู่ทอง นายอภิชิตได้รับสารภาพว่าร่วมกับนายยุพลโดยรับคำสั่งจากนายโยธิน ให้นำนายประวิทย์ หลังจากถูกทำร้ายแล้วมาทิ้งที่พงหญ้าข้างทาง จากนั้นนายอภิชิต ได้พาตำรวจไปชี้จุดที่โยนทิ้ง จนพบศพนายประวิทย์ อยู่ในพงหญ้าตรงจุดดังกล่าวและได้แจ้งญาติให้เดินทางมายืนยันศพ และตามไปควบคุมตัวนายยุพล ได้ที่บ้าน

"หลังจากควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 คนไว้แล้ว ได้ทำการตรวจหาสารเสพติดซึ่งทั้ง 3 คน พบมีสีม่วง จึงได้แจ้งขอหาเบื้องต้น เสพยาเสพติด ส่วนนายอภิชิต โดนข้อหาเพิ่ม คือ มีและพกพา อาวุธปืน ไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ขับเสพ และเสพยาเสพติด ควบคุมตัวไว้ที่ สภ.อู่ทอง ซึ่งทั้งคืนตำรวจได้แยกสอบสวนโดยนายโยธิน ยังให้การปฏิเสธ และวันนี้ตำรวจเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับ"

สำหรับศพผู้ตาย หลังจากตำรวจส่งร่างนายประวิทย์ ไปตรวจที่สถาบันนิติเวช แล้ว ทางญาติก็จะไปรับศพกลับมาทำพิธีทางศาสนา โดยได้จัดเตรียมงานไว้ที่  วัดสำนักตะฆ่า ต.สนามคลี อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี