"ทนายเดชา" ยันคดี "เสี่ยต้น" ไม่ซับซ้อน คาดสัปดาห์หน้ามีข่าวดี-ออกหมายจับ ชี้คนทำผิดมีมากว่า 3 มองเป็นมือปืนรับจ้าง-ไม่ยิงฟรี ตำรวจเผยเชื้อปัญหามาจากเรื่องครอบครัวเป็นหลัก
เมื่อวันที่ 26 พ.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีของ นายพิชิต กลีบจินดา หรือ "เสี่ยต้น" เจ้าของธุรกิจสอนนวดไทย ถูกคนร้ายประกบยิงพื้นที่ สน.วังทองหลาง เมื่อวันที่ 8 เม.ย.67 ก่อนกลับไปเสียชีวิตปริศนา ที่บ้านพักใน จ.มหาสารคาม เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยญาติติดใจเนื่องจากสภาพศพดำคล้ำ คล้ายถูกวางยา
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 26 พ.ค.67 ที่ สน.วังทองหลาง นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือทนายเดชา ได้พา พระวสันต์ กลีบจินดา (กตคฺโณ) พ่อของ นายพิชิต หรือเสี่ยต้น นางประภาพินท์ กลีบจินดา อายุ 63 ปี แม่ของเสี่ยต้น และ น.ส.ณัฐปภัษร์ ธนภัคนันท์หิรัญ น้องสาวเสี่ยต้น, น.ส.หมวย และนายตั้ง สามีของ น.ส.หมวย พยานปากสำคัญในคดี เนื่องจากเป็นคนรู้ความเคลื่อนไหวของเสี่ยต้นทั้งหมด และยังได้ไปร่วมงานศพของเสี่ยต้นที่วัดดงเมืองน้อย อ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม พร้อมทั้งได้เปิดดูศพของเสี่ยต้นในวันเผา ก่อนพบพิรุธและสังเกตถึงความผิดปกติ เพราะใบหน้าของเสี่ยต้นพบว่ามีลักษณะบวม และสีดำคล้ำ จึงถ่ายรูปเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมกับทางพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง
ทนายเดชา เปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมาติดตามคดี มี 2 เรื่อง คือ เรื่องแรกทางตำรวจเองเขาได้รายงานให้เรารู้ว่าได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง ส่วนเรื่องที่สองเป็นเรื่องมาชี้เป้า ได้นำพยานบุคคลต่างๆ มาเบิกความในประเด็นเพิ่มเติม ที่ทำให้ข้อเท็จจริงในคดีนี้ชัดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องคนจ้างวานและคนยิง ตนเชื่อว่า ขณะนี้ตำรวจมีหลักฐานทั้งหมดแล้ว และภาพวงจรปิดค่อนข้างชัดพอสมควร เพียงแต่ว่าต้องหาความเชื่อมโยงถึงเรื่องคนจ้างวาน และแรงจูงใจต่างๆให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ยืนยันว่า ไม่มีอะไรซับซ้อน คาดว่าภายในสัปดาห์หน้า จะมีความชัดเจน และข่าวดีเรื่องการออกหมายจับผู้ก่อเหตุ ผู้กระทำความผิดในคดีนี้มีมากกว่า 3 คน ส่วนตัวมองว่า น่าจะเป็นกลุ่มมือปืนรับจ้าง คงไม่ใช่ยิงฟรี ยิงแล้วก็ต้องได้เงิน
...
ทนายเดชา กล่าวต่อว่า เบื้องต้นสาเหตุของคดีนี้ ตำรวจเชื่อว่าน่าจะมาจากปัญหาครอบครัวเป็นหลัก แต่ใครจะเกี่ยวข้องนั้น ต้องรอพยานหลักฐาน ตอนนี้พยานหลักฐานในพื้นดินมันจบแล้ว เหลือเพียงหลักฐานในอากาศ ที่จะต้องเอามาเชื่อมโยงกัน จึงจะสามารถชี้ชัดได้ว่าใครน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง คดีนี้มีโทษถึงประหารชีวิต จึงต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกคน จึงต้องสอบทางครอบครัวของเสี่ยต้น และพยานต่างๆ ที่เห็นศพ รวมถึงพยานที่รู้เห็นถึงความขัดแย้งให้ชัดเจน
"วันนี้ตำรวจชุดสืบสวนของ สภ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม ก็มาด้วย ให้ความร่วมมือเต็มที่ เขายืนยันว่าได้ดำเนินการไปเยอะแล้ว ทั้งการสอบพยานว่า ใครมานั่งร่วมวงกินเหล้าบ้าง ใครเป็นคนซื้อเหล้า ใครเป็นคนชงเหล้า รวมถึงเรื่องรายละเอียดของศพ ทั้งการสอบปากคำสัปเหร่อ แต่ยังติดขัดเรื่องของการชันสูตรศพ เนื่องจากการตรวจสอบกระดูก ที่ รพ.ตำรวจ ยังไม่ได้ผล" ทนายเดชา กล่าว