ตำรวจไซเบอร์ บุกค้นบ้านรองนายกเทศมนตรีจันดี โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์จีน เจ้าตัวไม่อยู่บ้าน จึงทำการยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ส่วนควบคุม พร้อมเชิญตัวผู้เฝ้าบ้านไปสอบสวนขยายผล ขณะที่ศาลได้ออกหมายจับแล้ว 7 จับได้ 4 หนี 3
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 13 พ.ค. 67 พล.ต.ต.วิรัช ชุติมิต รอง ผบก.สอท.5 ได้เดินทางมายังบ้านพักของ รองนายกเทศมนตรีคนหนึ่งในพื้นที่ ต.จันดี อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมีความเกี่ยวโยงกับการจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์แก๊งใหญ่ ซึ่งเคยถูก ตร.สอท.บุกจับได้เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนั้นตำรวจ สอท.สามารถจับกุมผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทั้งชาวจีนและชาวไทย รวมเกือบ 100 คน พร้อมของกลางจำนวนมาก และอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลผู้อยู่เบื้องหลังในครั้งนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานจากการตรวจค้นในครั้งนี้ไม่พบเจ้าของบ้านแต่อย่างใด ทราบจากคนเฝ้าบ้านว่า ไม่ได้มาที่บ้านหลังดังกล่าว 2-3 วันแล้ว พบเพียงหลักฐานการทำธุรกิจออนไลน์ขายสินค้าผ่าน TikTok, Lazada ซึ่งมีทีมงานร่วมกลุ่ม 11 ราย พร้อมนำสมุดบัญชี และแอปกลุ่มมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้
...
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ สอท.ได้ทำการยึดเอกสารหลักฐานบางอย่าง อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ส่วนควบคุมจำนวนมาก ที่ยังคงอยู่ภายในชั้น 3 ของบ้านหลังดังกล่าวเก็บไปด้วย สำหรับตัวเจ้าของบ้านซึ่งเป็นรองนายกเทศมนตรีตำบลจันดี ขณะเข้าตรวจค้นไม่ได้อยู่ที่บ้านพักแต่อย่างใด จึงได้เชิญตัวผู้เฝ้าบ้าน 3 คนไปสอบสวนขยายผลที่ สภ.ทุ่งสง ซึ่งเบื้องต้นทราบแต่เพียงว่าทั้งหมดเป็นคนไทย พูดภาษาต่างประเทศไม่ได้ แต่ละคนจะเปิดบัญชี 3 ธนาคาร โดยมีเงินหมุนเวียนแต่ละบัญชีหลักแสน-หลักล้าน การตรวจค้นในครั้งนี้ใช้เวลา 1 ชม.จึงแล้วเสร็จ ก่อนที่ จนท.ตำรวจ สอท.ได้ขนหลักฐานทั้งหมดที่ตรวจยึดได้ไปขยายผลต่อที่ สภ.ทุ่งสง เพื่อรอการแถลงข่าวต่อไป
สำหรับความคืบหน้าคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่นครศรีธรรมราช ศาลได้มีออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้อง 7 ราย และจับกุมมาได้ 4 ราย ยังหลบหนีอีก 3 ราย ซึ่งใน 3 รายที่ยังหลบหนี มีทั้ง รองนายกเทศมนตรี สามีและลูกสาว ซึ่งทางตำรวจ สอท.กำลังล่าตัวอย่างเต็มที่ โดยมีการประสานตำรวจ ตม.สั่งสกัดจับตามด่านชายแดนต่างๆ ด้วยเพื่อป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศ.