เจ้าของร้านทอง ที่ถูกสาวสวมชุดเดรสดำวิ่งราวเลสทอง 2 บาท แจ้งตำรวจคนร้ายติดต่อนำเงินมาคืน 1 หมื่นบาท และต่อรองขอผ่อนชำระเดือนละ 1 หมื่นจนครบจำนวน ซ้อนแผนจับนำตัวมาสอบสวน อ้างติดพนัน ติดหนี้ ขายทองใช้หนี้ นำเงินไปเล่นพนันอีกจนเหลือเงิน 1 หมื่นบาท พบประวัติเคยถูกจับคดีลักทรัพย์ 5 คดี โดนจำคุก 6 ปี
เวลา 16.00 น. วันที่ 11 พ.ค. 2567 พ.ต.อ.กฤติเดช จันทร์เพชร ผกก.สน.บางขุนเทียน รับแจ้งจากนางสมศรี โตศะศุข อายุ 84 ปี เจ้าของห้างทองโชคดี ซึ่งถูกคนร้ายเป็นสาวแต่งตัวดี วิ่งราวเลสข้อมือทองคำน้ำหนัก 2 บาท ไปเมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ได้เงินมาส่วนหนึ่ง (คนร้ายนำมาจ่าย) โดยจะขอจ่ายค่าทองส่วนหนึ่งก่อน แล้วจะขอผ่อนชำระอีกเดือนละ 1 หมื่นไปจนครบจำนวน แต่นางสมศรี คิดว่าอาจผ่อนจ่ายแค่เดือนเดียว แล้วหายไปเลย
พ.ต.อ.กฤติเดช จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.ขจร ธูปประกายศรี สว.สส.สน.บางขุนเทียน ใช้กลอุบายให้คนร้ายมาเจรจายอมความที่สน.บางขุนเทียน เมื่อถึงเวลานัดหมาย คนร้ายได้นั่งรถแกร็บโบลต์ มาลงหน้าสน.บางขุนเทียน เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายจับเลขที่ ม.จ.386/2567 ลงวันที่ 11 พ.ค. 67 ข้อหาวิ่งราวทรัพย์ กับน.ส.เกตุกนก หรือ ตาล อายุ 30 ปี แล้วควบคุมตัวมาสอบสวนทันที
จากการสอบสวน น.ส.เกตุกนก ให้การว่าตนติดการพนันออนไลน์ เล่นพนันเสีย จนต้องไปยืมสร้อยคอทองคำเพื่อนไปจำนำเพื่อเล่นการพนัน แต่ก็เสียหมดไปกว่า 5 หมื่นบาท รู้สึกเครียดกลัวเพื่อนต่อว่า คิดอะไรไม่ออก จึงได้นั่งรถ จยย.รับจ้าง ออกจากที่พักย่านราชปรารภ มาเรื่อยๆ ถึงเขตพื้นที่ สน.บางขุนเทียน ซึ่งเคยพักอาศัยอยู่ย่านซอยกำนันแม้น จึงตัดสินใจเลือกที่จะทำวิธีการนี้ เมื่อสบโอกาสจึงได้ลงมือทำ โดยนำเลสทองคำ ไปขายให้ร้านทองย่านราชปรารภ เป็นจำนวนเงิน 83,600 บาท เมื่อได้เงินมาจึงได้ไปไถ่สร้อยทองของเพื่อนคืนออกมาประมาณกว่า 3 หมื่นบาท และได้นำเงินที่เหลือไปเล่นการพนันเสียอีกประมาณ 15,000 บาท โดยคิดว่าหากเล่นได้จะนำไปคืนร้านทอง เหลือเงินสดจากการขายทองประมาณ 1 หมื่นบาท จนกระทั่งเห็นข่าวในสื่อ จึงได้ติดต่อไปที่ร้านทองเพื่อขอชดใช้ และติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอมอบตัวดังกล่าว
...
จากการตรวจสอบประวัติน.ส.เกตุกนก พบว่าเคยก่อคดีลักทรัพย์และลักทรัพย์นายจ้างในท้องที่สน.บางรัก ทั้งหมด 5 คดี จำคุกนาน 6 ปีเพิ่งออกจากคุกมาเมื่อปี 64 แล้วมาก่อเหตุซ้ำ หากใครเป็นผู้เสียหายเคยถูกน.ส.เกตุกนก ก่อเหตุให้ไปดูตัวได้ที่สน.บางขุนเทียน