ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ บุกรวบคาบ้าน หนุ่มหื่นวัย 26 ปี ลูกจ้างร้านยางรถยนต์ ก่อเหตุลวนลาม-ชิงทรัพย์ สาว พนง.ขายเครื่องสำอาง บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสการเคหะ สมุทรปราการ เค้นสอบสารภาพ อ้างเมาสารเสพติด ก่อนเกิดเหตุกินยาโรเช่ไป 10 เม็ด ซดน้ำท่อม และเสพกัญชา

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 7 พ.ค. 67 พ.ต.อ.นพดล ช่างเรือน ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ และฝ่ายสืบสวน ร่วมกันจับกุม นายสุทัศน์ หรืออาร์ม ช่วยรอด อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 408/2567 ลงวันที่ 7 พ.ค. 2567 ข้อหา "กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายกระทำต่อหน้าธารกำนัล, กระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัลโดยกระทำการลามกอย่างอื่น, ทำร้ายร่างกาย และลักทรัพย์" พร้อมของกลางหลายรายการ 1.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Redmi รุ่นโน้ต 13 สีขาว จำนวน 1 เครื่อง 2.เงินสดประมาณ 1,050 บาท 3.กระเป๋าสะพายข้างสีเทา จำนวน 1 ใบ จับกุมได้ที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ม.6 ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

พ.ต.อ.นพดล ช่างเรือน กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 7 พ.ค. 67 น.ส.รัตตินันท์ ไทตรีจิตต์ อายุ 30 ปี พนักงานขายเครื่องสำอาง (ผู้เสียหาย) เดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ ว่า ขณะที่ผู้เสียหายเดินขึ้นบันไดเลื่อน สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสการเคหะ สมุทรปราการ ถ.สุขุมวิท ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อเดินทางไปทำงานที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลเวิลด์สำโรง ระหว่างนั้นพบเห็นชายวัยรุ่นซึ่งคือ นายสุทัศน์ (ผู้ต้องหา) กำลังยืนช่วยตัวเองอยู่บริเวณทางเดินสถานีรถไฟฟ้าฯ นายสุทัศน์ เห็นผู้เสียหายจึงมุ่งตรงเข้ามาหาแล้วล็อกคอกดลงกับพื้น ก่อนจะทำการลวนลามด้วยการหอมแก้ม และพยายามถอดเสื้อผ้าผู้เสียหายออก ระหว่างนั้นผู้เสียหายได้ร้องขอความช่วยเหลือ และขัดขืน นายสุทัศน์ จึงใช้มือชกที่หน้าผู้เสียหายหลายครั้ง จนมีคนเดินมาเห็น ก่อนที่ นายสุทัศน์ จะตกใจ จึงรีบวิ่งลงบันไดเลื่อน แล้วขี่รถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ใต้สถานีหลบหนีไป พร้อมกับกระเป๋าสะพายและทรัพย์สินของผู้เสียหายจำนวนหนึ่ง

...

ต่อมาหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.นพดล ช่างเรือน จึงสั่งการให้ฝ่ายสืบสวน เข้าไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งบันทึกภาพพฤติกรรมของคนร้ายได้อย่างชัดเจน และทราบที่อยู่ของคนร้าย และตามไปจับกุมตัวไว้ได้ในที่สุด

จากการตรวจสอบประวัติผู้ก่อเหตุพบว่า มีประวัติเกี่ยวกับคดีลักทรัพย์มา 2 ครั้ง โดยเพิ่งพ้นโทษมาเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา จากการสอบสวนผู้ต้องหายอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าที่ทำลงไปเพราะเมาสารเสพติด (โรเช่) ซึ่งก่อนเกิดเหตุเสพมา 10 เม็ด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบสวน ผู้ต้องหาซึ่งมีอาการคล้ายคนเมา ซึ่งช่วงแรกปฏิเสธเสียงแข็งว่า ไม่ได้ทำอะไร แค่ยืนเกาขาเท่านั้น แต่หลังจากตำรวจเค้นสอบปากคำอยู่สักพัก จึงรับสารภาพว่าเป็นพนักงานอยู่ร้านยางรถยนต์ ก่อนเกิดเหตุกินยาโรเช่ไปหลายเม็ด รวมทั้งน้ำกระท่อม และเสพกัญชามาด้วย จึงทำให้เมา ขี่รถจักรยานยนต์ไปที่สถานีรถไฟฟ้า และช่วยตัวเอง แต่ระหว่างนั้นเห็นผู้เสียหายเดินมาพอดี จึงเข้าไปกอด ซึ่งทำลงไปโดยไม่รู้ตัว

ด้านผู้เสียหายกล่าวว่า วันเกิดเหตุ ตนกำลังเดินขึ้นบันไดเลื่อนไปบนบีทีเอส แต่ด้วยบันไดมันสูง จึงมองไม่เห็นคนร้ายที่กำลังยืนช่วยตัวเองอยู่ ตนทำใจดีสู้เสือรีบเดินผ่าน แต่ไม่ทันพ้น คนร้ายประชิดตัวด้านหน้า แล้วล็อกคอลวนลาม ตนพยายามต่อสู้ขัดขืน แล้วตะโกนให้คนช่วย ซึ่งบริเวณนั้นห่างจากจุดตรวจไม่กี่เมตร รปภ.บอกว่าก่อนหน้านี้มีผู้หญิงมาแจ้งว่ามีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นมาก่อน แต่ก็ยังไม่มีใครมาจัดการ ตนตกใจมากคนร้ายมันกอดหอม จับตนนอนคว่ำจะถอดกางเกงออก ตนจึงร้อง แล้วคนร้ายก็ชกต่อยที่ใบหน้า ชักมีดขึ้นมาขู่ว่า หากร้องอีกจะใช้มีดแทงให้ตาย จังหวะนั้นมีผู้ชายคนหนึ่งกำลังเดินขึ้นบันไดบีทีเอสมาพอดี คนร้ายเห็นจึงตกใจปล่อยตน แต่คนร้ายได้คว้ากระเป๋าพร้อมทรัพย์สิน และเงินสดกว่า 1 พันบาท พร้อมโทรศัพท์มือถือวิ่งหลบหนีไป จริงๆ บีทีเอสตนมองว่าเป็นที่ที่ปลอดภัย ตรงที่ตนโดนกระทำเป็นจุดที่มีคนพลุกพล่าน และอยู่ห่างจากจุดขายบัตรไม่ไกลมากนัก อีกทั้งช่วงเกิดเหตุเป็นกลางวันด้วย ซึ่งถ้าเป็นกลางคืนก็ไม่รู้ว่าตนจะเป็นอย่างไรบ้าง

ขณะที่ นางจริญญา อินธิเดช อายุ 55 ปี แม่ของผู้เสียหาย กล่าวว่า หลังทราบข่าวตนรู้สึกเป็นห่วงลูกมาก ตนมองว่าบีทีเอสไม่ปลอดภัย อยากให้รับผิดชอบให้มากกว่านี้ เพราะเรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น ถ้าคนร้ายมีอาวุธ ลูกตนคงไม่ได้อยู่ตรงนี้ เพราะลูกตนร้องขอความช่วยเหลือเสียงดัง แต่ไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือเลย.