ตร.ระดมเก็บหลักฐาน ควานหาตัวโจรลักทรัพย์บ้าน "เจ๊งิ้ม" เศรษฐินีใจบุญเมืองเพชร หลังกวาดทรัพย์สินไปกว่า 40 ล้าน คาดเกลือเป็นหนอน คนในลงมือก่อเหตุ จนท.จ่อเชิญคนใกล้ชิด 17 ราย เก็บลายนิ้วมือ DNA


จากกรณีที่มีคนร้ายลงมือก่อเหตุลักทรัพย์สินมีค่า เงินสด ทองคำ สร้อยเพชร แหวนเพชร และพระเครื่อง มูลค่ารวมกว่า 40 ล้านบาท ภายในบ้านของ นางวิรัลพัชร วิจิตตปัญญารักษ์ หรือ เจ๊งิ้ม อายุ 68 ปี นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างชื่อดัง จังหวัดเพชรบุรี เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 4 พ.ค. ที่ผ่านมา 


ล่าสุดวันนี้ (5 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่ไปยังบริเวณบ้านหลังดังกล่าว เบื้องต้นพบว่ากล้องวงจรปิดจำนวน 16 ตัว ที่ติดตั้งอยู่ภายในบ้านจุดเกิดเหตุได้ชำรุดมาประมาณ 1 ปีแล้ว จึงไม่สามารถบันทึกภาพขณะเกิดเหตุได้ อีกทั้งในละแวกใกล้เคียงก็ไม่มีกล้องวงจรปิด เนื่องจากบ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณริมถนนช่วงหัวโค้งพอดี ไม่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดตามแนวริมถนน 


ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามไปยัง พ.ต.อ.วันชัย ขาวรัมย์ ผกก.สภ.เมืองเพชรบุรี เปิดเผยว่า การดำเนินการในทางคดี ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการสายตรวจเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุภายหลังจากที่ได้รับแจ้งทันที ทั้งได้มีการตรวจสอบที่เกิดเหตุและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานลายนิ้วมือแฝงของเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบุรีเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา โดยทางด้านผู้เสียหายได้พุ่งเป้าผู้ต้องสงสัยเป็นบุคคลใกล้ชิด ซึ่งหลังจากนี้ตำรวจจะเชิญบุคคลที่เข้าข่ายเป็นผู้ต้องสงสัย จำนวน 17 ราย มาสอบถามเพื่อหาข้อมูลการเชื่อมโยงในคดี และเชิญไปเก็บลายนิ้วมือ และ DNA เพื่อตรวจสอบเทียบเคียงกับหลักฐาน DNA และลายนิ้วมือที่พบในบ้านที่เกิดเหตุแล้ว 

...


ด้านนางวิรัลพัชร วิจิตตปัญญารักษ์ หรือ "เจ๊งิ้ม" เปิดเผยว่า ช่วงนี้งานก่อสร้างที่พื้นที่เชียงใหม่ค่อนข้างมาก ทำให้ต้องพักอยู่ที่เชียงใหม่เป็นเวลาหลายเดือน ส่วนบ้านที่เพชรบุรีจะเป็นลูกสาวและลูกเขยพักอาศัยเป็นหลัก ตั้งแต่ปลายปี 2566 ตนเพิ่งได้กลับมาจังหวัดเพชรบุรีครั้งนี้ เมื่อกลับมาก็ตั้งใจจะเปลี่ยนชุดเครื่องประดับ ก็พบสิ่งผิดผิดปกติ เมื่อตรวจสอบก็พบว่าถูกลักทรัพย์ไปจำนวนมาก เชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือคนที่ รู้พื้นที่บ้าน และรู้พฤติกรรมคนในบ้านเป็นอย่างดี มีข้อสังเกตหลายประเด็น อาทิ ประตูหลังบ้านที่คนร้ายเข้ามา เป็นประตูเหล็กขนาดใหญ่และหนัก ต้องมีวิธีการเปิดถึงจะเปิดประตูเข้ามาได้โดยง่าย พิรุธที่ 2 กล้องวงจรปิดแม้ว่าจะเสีย แต่คนร้ายก็ไม่มีทางรู้ ขณะที่คนร้ายเข้าบ้านไม่มีการตัดสาย ทำลาย หรือปรับเปลี่ยนมุมกล้องแต่อย่างใด เครื่องมือที่ใช้งัดทำลายกุญแจเดิมก็น่าจะเป็นเครื่องมือช่างในบ้าน ประเด็นที่สำคัญคนร้ายไม่มีการรื้อค้นหรือสนใจทรัพย์สินอื่น แต่ตรงเข้าเจาะจง 3 ลิ้นชักซึ่งเป็นที่เก็บทรัพย์สินมีค่าเท่านั้น


ซึ่งทั้งหมดต้องเป็นคนในเท่านั้นที่จะรู้วิธีเปิดประตู ข้อมูลว่ากล้องเสีย รู้ที่เก็บเครื่องมือช่าง และรู้ที่เก็บทรัพย์สินมีค่า ตนจึงเชื่อว่าเป็นคนในที่เคยเข้านอกออกในบ้านของตนแน่นอน.