ญาติสุดช้ำ พาเด็กสาววัย 16 ร้องเพจสายไหม ถูกน้องชายตาเลี้ยง ย่ำยีในเล้าเป็ดตั้งแต่ 7 ขวบ นานร่วม 10 ปี แถมอยู่ ม.3 ยังโดนตาเลี้ยงติด HIV ขืนใจซ้ำอีก  

เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 67 ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด เขตสายไหม กทม. นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้ให้ทีมงานประสานญาติผู้เสียหายพาตัวเด็กหญิงอายุ 16 ปี มาพบที่สำนักงานเพื่อให้การช่วยเหลือ หลังจากครอบครัวติดต่อเพจสายไหมต้องรอดเมื่อวันก่อน โดยแจ้งว่าเด็กถูกตาเลี้ยงซึ่งติดเชื้อ HIV ข่มขืนกระทำชำเราหลายครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้เด็กก็เคยถูกน้องชายของตาเลี้ยงข่มขืนมาแล้ว

โดย น.ส.เอ (นามสมมติ) น้าสาวแท้ๆ ของ ด.ญ.บี ผู้เสียหาย เล่าว่า หลานสาวของตนเกิดมาโดยไม่มีพ่อ เนื่องจากพ่อเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในท้อง พอหลานคลอดออกมา พี่สาวของตนซึ่งเป็นแม่ของหลานก็ต้องปากกัดตีนถีบเพื่อหาเงินมาซื้อนมให้หลานกิน จนกระทั่งหลานอายุได้ 4 ขวบ พี่สาวของตนได้ตัดสินใจไปทำงานร้านนวดแผนไทยที่ต่างประเทศ นายโจ ซึ่งเป็นน้องชายของพ่อเลี้ยงตนจึงได้มาอาสาขอหลานตนไปเลี้ยงดูที่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก เนื่องจากนายโจอยู่กับภรรยาเพียง 2 คน และไม่มีลูก พี่สาวและแม่ของตนซึ่งเป็นยายของหลาน เห็นว่าเป็นคนรู้จักจึงไว้ใจให้นำหลานไปเลี้ยงดู โดยทุกครั้งที่พี่สาวกลับมาจากต่างประเทศก็จะเดินทางไปรับหลานมาเที่ยวเล่น และก่อนกลับก็จะให้เงินหลานไว้ไปโรงเรียนตลอด และระหว่างที่พี่สาวทำงานอยู่ต่างประเทศนั้นตนและแม่ก็จะคอยไปเยี่ยมหลานและรับหลานไปเที่ยว แต่สิ่งที่ผิดสังเกตคือ ทุกครั้งที่ไปรับหลาน นายโจ จะมีพฤติกรรมไม่พอใจตลอด ด่าทอ ห้ามไม่ให้พาหลานออกไปไหนจนผิดปกติ แต่เมื่อสอบถามหลานว่า นายโจ มีการล่วงละเมิดหรือไม่ หลานก็ส่ายหัว จึงคิดว่าไม่มีอะไร

...

น.ส.เอ เล่าต่อว่า กระทั่งหลานขึ้นชั้น ม.1 นายโจ ได้ย้ายบ้านมาอยู่ที่รังสิต ตนและแม่ได้เดินทางไปรับหลานไปเที่ยวน้ำตกที่ จ.นครนายก ซึ่งมีญาติและเพื่อนๆ ไปด้วยกันหลายคน ประมาณ 4 ทุ่ม จึงได้พาหลานมาส่งที่บ้าน นายโจ ย่านรังสิต เมื่อมาถึงบ้าน นายโจ ได้ถือมีดออกมาจะทำร้ายพวกตน และตะโกนด่าทอห้ามพวกตนมารับหลานไปอีก ตนจึงตัดสินใจโทรแจ้งตำรวจ และได้สอบถามหลานว่าต้องการอยู่กับนายโจต่อหรือไม่ หลานได้ปฏิเสธ พี่สาวตนจึงตัดสินใจไม่ไปทำงานต่างประเทศแล้วและรับหลานกลับมาอยู่ที่บ้าน กระทั่งหลานขึ้นชั้น ม.3 แม่ของหลานล้มป่วยไม่มีรายได้ แม่ตนซึ่งเป็นยายของเด็กจึงให้หลานมาช่วยทำงานเป็นกระเป๋ารถเมล์ช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เพื่อหาเงินส่งตัวเองเรียนหนังสือ เนื่องจากตาเลี้ยงประกอบอาชีพขับรถเมล์ โดยให้มานอนที่บ้านของยาย ย่านเขตสายไหม

น.ส.เอ เล่าต่อว่า ต่อมาช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ตนรับหลานมาเที่ยวบ้าน และเห็นความผิดปกติของหลานที่มีอาการเซื่องซึม ไม่ค่อยพูดจา จึงได้พยายามสอบถามความจริง สุดท้ายหลานจึงเล่าให้ฟังว่า ถูกตาเลี้ยงข่มขืนกระทำชำเรามาโดยตลอด ตั้งแต่มาช่วยทำงานเป็นกระเป๋ารถเมล์ โดยอาศัยช่วงที่ยายไม่อยู่บ้าน ช่วงที่ยายออกไปซื้อกับข้าวที่ตลาดลงมือก่อเหตุ โดยสั่งห้ามไม่ให้บอกใคร หลานกลัวจึงไม่กล้าบอก และที่เลวร้ายกว่านั้นคือ หลานเล่าให้ฟังว่า นอกจากตาเลี้ยงที่ข่มขืนแล้ว ตอนเด็กๆ ที่ไปอยู่บ้านของน้องชายตาเลี้ยงที่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก ได้ถูกน้องชายของตาเลี้ยงข่มขืนมาโดยตลอด ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ป.2 อายุ 7 ขวบ จนกระทั่งขึ้นชั้น ม.1 โดยสถานที่ที่ใช้ข่มขืนคือในเล้าเป็ด ซึ่งเป็นที่ลับตาคน นี่จึงเป็นสาเหตุที่น้องชายของตาเลี้ยงจะมีอาการไม่พอใจทุกครั้งที่แม่หรือน้ามารับออกไปเที่ยว เนื่องจากทุกครั้งที่ไปเที่ยวกลับมา น้องชายของตาเลี้ยงจะมาสอบถามตลอดว่ามีใครมาสอบถาม หรือส่งสัยเรื่องที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่ และสั่งห้ามไม่ให้บอกใคร ไม่เช่นนั้นจะถูกทำร้าย ตนฟังแล้วรู้สึกแค้นใจมากที่มาทำกับหลานแบบนี้ และที่เลวร้ายยิ่งกว่านี้คือ ตาเลี้ยงก็ป่วยเป็น HIV จากการสอบถามหลานพบว่าทุกครั้งที่ถูกข่มขืนตาเลี้ยงไม่เคยใส่ถุงยางอนามัยเลย จึงเชื่อว่าหลานน่าจะติดเชื้อไปด้วย ตนคับแค้นใจมากจึงตัดสินในมาขอความช่วยเหลือกับ นายเอกภพ 

ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ภายหลังรับแจ้งได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผกก.สน.บางเขน เพื่อพาเด็กหญิงผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตาเลี้ยงและน้องชายของตาเลี้ยงที่ก่อเหตุข่มขืนทันที นอกจากนี้จะพา ด.ญ.ผู้เสียหายไปตรวจร่างกายและตรวจหาเชื้อ HIV ว่าติดเชื้อหรือไม่ หากติดเชื่อจะพาเข้าไปรักษาต่อไป จากนั้นจะประสานไปยังกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เพื่อขอรับเงินเยียวยาในฐานะผู้เสียหายในคดีอาญาต่อไป.