รองผกก.5 บก.จร. คู่กรณีด็อกเตอร์หญิงคนดังดีกรี ผจก.องค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลก ออกมาเปิดเผยนาทีถูกถีบหน้าขณะตัวผู้ต้องหาเมาขับไปโรงพัก บอกเจอแบบนี้บ่อยจนชิน แต่ที่คาใจคือ คำพูดที่ต่อว่าตำรวจ "อีชั้นต่ำ" พนักงานสอบสวนแจ้ง 3 ข้อหา พบเมื่อปี 65 เคยถูกจับเมาขับใกล้จุดเดิม


กรณีหญิง อายุ 51 ปี อดีตผู้บริหารบริษัทให้บริการข้อมูลระดับโลก ถูกจับกุมเมาแล้วขับ ทำร้ายและต่อสู้ขัดขวางถีบหน้า พ.ต.ท.ดาราธร ขจรศิลป์ รอง ผกก.5 บก.จร. ระหว่างนำตัวขึ้นรถส่งดำเนินคดีที่ สน.ประเวศ เหตุเกิดที่ด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ ตั้งอยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามมัสยิด ถนนเลียบมอเตอร์เวย์ แขวงและเขตสวนหลวง กทม. เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา


ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 26 เม.ย. 67 ที่กองบังคับการตำรวจจราจร พ.ต.ท.ดาราธร ขจรศิลป์ รอง ผกก.5 บก.จร. กล่าวว่าขณะขอความร่วมมือผู้ก่อเหตุเป่าเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ พบว่ามีปริมาณเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด คือ 104 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จากนั้นได้เชิญมาแจ้งสิทธิ์ และแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ก่อเหตุได้ด่าทอใช้คำพูดที่ไม่ดี และขัดขืนไม่ยอมให้ตำรวจดำเนินการตามขั้นตอน ระหว่างที่จะนำตัวไปส่งพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ ก็ให้ขึ้นรถกระบะตำรวจโดยให้ผู้ก่อเหตุเข้าไปนั่งที่ด้านหลังแค็บของรถกระบะ แต่ดิ้นจึงรวบขา ระหว่างที่ตนเอื้อมมือไปปิดประตู หันหน้ากลับมาอีกครั้งผู้ก่อเหตุใช้เท้าถีบหน้าเข้าให้อย่างจัง 1 ครั้ง เล่นทำเอาตนหน้าชามึนไปพอสมควร รวบขาไม่ให้ดิ้นรนขัดขืนอีก

จนมาถึงที่ สน.ประเวศ สิ่งที่ทำให้ลูกน้องของตนคาใจก็คือ คำพูดของผู้ก่อเหตุที่ต่อว่าตำรวจ “อีชั้นต่ำ” และยังมีทีท่าไม่ยอมรับผิดกับสิ่งที่ทำ ตนยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง อีกทั้งยังฝากเตือนประชาชนว่า เมาอย่าขับ เพราะสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุอันดับหนึ่งมาจากเมาแล้วขับ หลายคนมักอ้างว่าเมาแล้วขับไม่ได้ไปฆ่าใครตายซะหน่อย อยากให้เปลี่ยนความเชื่อแบบนี้ เพราะจากสถิติการเมาแล้วขับได้ส่งผลทำให้เกิดการเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บของคู่กรณี จึงอยากให้ประชาชนหันมาให้ความสำคัญ เรื่องเมาไม่ขับ ให้มากขึ้น เพราะถ้าไม่เกิดกับตนเองและครอบครัวคงไม่เข้าใจไม่รู้สึก

...

ส่วนเกรียนคีย์บอร์ดที่เข้าไปคอมเมนต์ในโลกโซเชียลว่า ผู้ก่อเหตุเป็นตัวแทนหมู่บ้าน ที่ถีบหน้าตำรวจแทนให้นั้น อยากให้ใช้สติคิดก่อนว่า ผู้ก่อเหตุทำผิดกฎหมายคือเมาแล้วขับ มันอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้อื่นได้ 

ด้าน พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ รอง ผบก.บก.จร. เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเจอคนเมาแล้วขับขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่บ่อยครั้งจนชิน เจอมาทุกรูปแบบ ทั้งยอมจำนนโดยดี ทั้งขัดขืนไม่ยอมเป่าเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ ทั้งพูดจาไม่รู้เรื่อง หรือแม้แต่แกล้งหลับ แกล้งตายไปเลยก็มี โดยยืนยันว่า กรณีตำรวจทำตามขั้นตอนการจับกุมทุกอย่าง ไม่ได้มีการใช้กำลังรุนแรงเกินกว่าเหตุแต่อย่างใด และที่ไม่ได้ใช้กุญแจมือพันธนาการกับผู้ก่อเหตุเพราะว่าเห็นว่าเป็นผู้หญิง ชุดจับกุมประเมินแล้วว่าน่าจะเอาอยู่ แต่ก็ถูกจะทำดังกล่าวจนได้


สำหรับคดีนี้ ผู้ต้องหายินยอมรับทราบข้อกล่าวหาในเรื่องการดื่มสุราแล้วขับรถ แต่ในส่วนข้อหาการทำร้ายร่างกายและขัดขวาง การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ผู้ก่อเหตุปฏิเสธและไม่ขอให้ปากคำใดๆ ในประเด็นนี้ โดยแจ้งว่าจะมีการประสานทนายความเดินทางเข้ามาให้ปากคำกับตำรวจอีกครั้ง โดยทั้ง 3 ข้อหา ผู้ต้องหาใช้เงินสด 6 หมื่นบาทประกันตัวชั่วคราวออกไป โดยพนักงานสอบสวนจะทำสำนวนส่งฟ้องทั้ง 3 คดีในคราวเดียวกัน


เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบประวัติการถูกดำเนินคดีผู้ต้องหาเคยถูกจับดำเนินคดีข้อหาเมาแล้วขับเมื่อวันที่ 17 ส.ค. 65 เวลา 22.00 น. ศาลลงโทษรอลงอาญาเป็นเวลา 2 ปี โดยการจับกุมดังกล่าวเป็นการจับกุมในพื้นที่ใกล้กับจุดเกิดเหตุครั้งนี้ และตำรวจที่เป็นผู้จับกุมเป็นตำรวจจาก กก.5 บก.จร. เช่นเดียวกันกับครั้งนี้


ทั้งนี้ พนักงานสอบสวน สน.ประเวศ จะนัดหมาย พ.ต.ท.ดาราธร ขจรศิลป์ รอง ผกก.5 มาให้ปากคำในรายละเอียดอีกครั้งแต่ในวันเกิด ตัวนายตำรวจคนดังกล่าวได้มีการให้ข้อมูลและมีการส่งมอบบันทึกจับกุมให้กับพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ เป็นที่เรียบร้อยเพราะคดีดังกล่าวเป็นการจับกุมซึ่งหน้าซึ่งมีการบันทึกจับกุมผู้ก่อเหตุในครั้งนี้เอาไว้อย่างละเอียดชัดเจนสามารถใช้ประกอบสำนวนคดีได้ ทั้ง 3 ข้อหา ขณะที่ภาพจากกล้องประจำตัวของตำรวจ สามารถบันทึกเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจนและเตรียมนำหลักฐานทั้งประกอบการดำเนินคดีต่อไป


มีรายงานอีกว่า ด็อกเตอร์หญิงผู้นี้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดี เป็นอาจารย์พิเศษภาควิชาการจัดการโทรคมนาคม มหาวิทยาลัยชื่อดัง เป็นผู้ก่อตั้งเพจฯ ปัจจุบันทำงานในตำแหน่งผู้จัดการ องค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลกฯ