พ่อแม่เยาวชนวัย 16 ปี ห่วงความปลอดภัยของลูกชาย หลังไปเที่ยวสงกรานต์ ถูกพลทหาร-พวกรุมทำร้ายร่างกายจนสลบ แถมโพสต์ข่มขู่ เผยหลังเกิดเรื่องไปแจ้งความไว้แล้ว ผ่านมาเกือบ 10 วัน ตำรวจยังจับตัวไม่ได้สักคน จึงมาร้องสื่อของความเป็นธรรม-หวั่นคดีไม่คืบ

จากกรณีที่ นายวิ่ง อายุ 48 ปี และ น.ส.กุลนันท์ อายุ 42 ปี ชาว ต.ละหานทราย อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ นำคลิปและใบรับรองแพทย์มาร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อ หลังอ้างว่า นายเอ (นามสมมติ) ลูกชายวัย 16 ปี ถูกกลุ่มวัยรุ่น 5-6 คน ซึ่งหนึ่งในนี้มีพลทหารของค่ายแห่งหนึ่งรวมอยู่ด้วย รุมทำร้ายร่างกายจนสลบ ขณะไปเล่นสงกรานต์กับรุ่นพี่ เมือวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา ด้วยการใช้เท้าเตะ และขวดตีที่ศีรษะจนหัวแตกเลือดอาบ ก่อนที่รุ่นพี่ที่ไปด้วยกันจะหามส่ง รพ. และไปแจ้งความไว้ที่ สภ.โนนดินแดง ต่อมา เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ทางครอบครัวได้สอบถามความคืบหน้าเรื่องคดีความไปอีกครั้ง พบว่าผ่านมาเกือบ 10 วัน กลุ่มผู้ก่อเหตุยังไม่ถูกจับกุมตัวเลยสักคน แถมผู้ก่อเหตุที่เป็นพลทหาร ยังโพสต์ข้อความเยาะเย้ยผ่านสื่อโซเชียล อย่างไม่สำนึก โดยระบุว่า " #กลับค่ายดีกว่าไว้เจอกันใหม่คับวัยรุ่น ดูแลตัวเองด้วยนะคับทุกคน" จึงทำให้ครอบครัวเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด เมื่อ 24 เม.ย.67 พ่อแม่และเยาวชนชายอายุ 16 ที่ถูกรุมทำร้าย เปิดเผยว่า ล่าสุด เห็นกลุ่มผู้ก่อเหตุยังโพสต์ข่มขู่เอาชีวิต ระบุว่า "ข่าวเงียบตอนไหนเตรียมตัวตามหาร่างเพื่อนมึงเลย" จึงทำให้พ่อแม่ถึงกับต้องหยุดงานมาคอยดูแลลูกที่บ้าน และไม่ให้ลูกออกไปไหน เพราะกลัวจะถูกทำร้ายหรือเอาชีวิตเหมือนกับที่เขาโพสต์ข่มขู่ เพราะขนาดแจ้งความตำรวจ และร้องเรียนผ่านสื่อ ก็ยังไม่เกรงกลัวกฎหมาย หรือสำนึกผิดอะไรเลย กลับโพสต์ท้าทายข่มขู่อีก

...

ด้าน นายเอ อายุ 16 ผู้บาดเจ็บที่ถูกทำร้าย เล่าว่า หลังตนเห็นโพสต์ข่มขู่จึงเกิดความกลัว ตอนนี้ไม่กล้าออกไปไหน เพราะไม่รู้ว่ากลุ่มวัยรุ่นที่รุมทำร้ายตนช่วงสงกรานต์ จะไปดักทำร้ายหรือเอาชีวิตตามที่ข่มขู่หรือไม่ เพราะตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่มีใครโดนจับดำเนินคดีเลยสักคน

ขณะที่ผู้เป็นพ่อ เปิดเผยว่า หลังเห็นโพสต์ดังกล่าว ก็เป็นห่วงลูกชายจนต้องหยุดงานมาคอยดูแลลูก เพื่อไม่ให้ออกไปไหนมาไหนคนเดียว กลัวลูกจะไม่ปลอดภัย เพราะจนถึงขณะนี้ เรื่องผ่านไป 10 วันแล้ว ยังไม่เห็นคนก่อเหตุโดนจับเลยสักคน แต่กลับมาโพสต์ข่มขู่ นอกจากจะไม่สำนึกผิดแล้ว ยังท้าทายกฎหมายบ้านเมืองอีก ดังนั้นตนจึงอยากฝากไปถึงผู้บังคับบัญชาทหารและตำรวจ ให้ช่วยเร่งรัดเอาผิดกับกลุ่มผู้ก่อเหตุด้วย ไม่งั้นอาจจะย่ามใจก่อเหตุซ้ำอีกได้

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ ปรากฏว่าบ้านถูกปิดล็อกเอาไว้ ไม่มีคนอยู่ จากการสอบถามชาวบ้านทราบว่า ไปทำงานต่างจังหวัด ส่วนพลทหารทราบว่าสังกัดค่ายที่ต่างจังหวัด ไม่ใช่ค่ายในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์