คืบหน้าฆ่าตายายสองพี่น้องวัยชรา ชาวหลังสวน จ.ชุมพร ถูกตีด้วยของแข็ง เปลือยร่างลากโยนทิ้งบ่อน้ำ ตำรวจตั้งปมเป็นญาติคนในใกล้ชิด มุ่งในทรัพย์สินและที่ดิน
จากกรณีที่พบศพ นางสาวล้วน เจียมวิจิตร อายุ 89 ปี และ นายเจื้อง หรือทอง เจียมวิจิตร อายุ 85 ปี สองพี่น้องวัยชรา ถูกคนร้ายตีด้วยของแข็งจนเสียชีวิต แล้วเปลือยร่างจับโยนทิ้งบ่อน้ำหน้าบ้านเลขที่ 28 หมู่ 10 ตำบลนาพญา อ.หลังสวน จ.ชุมพร สันนิษฐานตายมาแล้วประมาณ 3-4 วัน ตรวจสอบที่เกิดเหตุมีร่องรอยคนร้ายลากศพทั้งสองเป็นทางจากเตียงใต้ถุนบ้านไปทิ้งยังบ่อน้ำห่างจากหน้าบ้านประมาณ 5 เมตร ส่วนบนบ้านพบมีร่องรอยการรื้อค้นสิ่งของกระจุยกระจายไปทั่ว ส่วนทรัพย์สินที่หายไปเบื้องต้นมีโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าแบบกดปุ่มโทรอย่างเดียว โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 17 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา
ล่าสุดเวลา 09.30 น.วันที่ 18 เมษายน 67 พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.หลังสวน ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เพื่อแบ่งภารกิจแต่ละนายลงพื้นที่เก็บพยานหลักฐานเช่นกล้องวงจรปิดตามเส้นทางเข้าออกที่ผ่านหน้าจุดทางเข้าบ้านหลังเกิดเหตุ กล้องวงจรปิดที่โรงพยาบาลปากน้ำหลังสวน ซึ่งทั้งสองไปพบแพทย์เมื่อวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา รวมทั้งไปขอข้อมูลกรณีความเคลื่อนไหวบัญชีที่ธนาคารกรุงไทย สาขาหลังสวน ที่นางสาวล้วนผู้ตายมีเงินฝากมากกว่า 2 ล้านบาท รวมทั้งเรียกเก็บรอยนิ้วมือ ดีเอ็นเอ ญาติและบุคคลต้องสงสัย ขณะเดียวกันชุดสืบสวนยังให้ข้อมูล ผู้ตายทั้งสองแม้จะมีเงินฝากในธนาคารมากกว่า 2 ล้านบาท แต่ผู้ตายทั้งสองจะไม่เก็บเงินจำนวนมากไว้ที่บ้าน หากต้องการจะใช้ก็จะโทรเรียกวินมอเตอร์ไซค์มารับแล้วจะเบิกเงินครั้งละไม่น่าจะเกิน 500 บาทเท่านั้น
นอกจากนั้นตำรวจจุดสืบสวนยังได้เชิญตัว นายลุต โรยสกุล อายุ 57 ปี คนขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ในตลาดหลังสวน ซึ่งเป็นคนที่นางสาวล้วนผู้ตายมักจะโทรเรียกให้มารับส่งไปโรงพยาบาลปากน้ำหลังสวน และซื้อข้าวของเครื่องในตลาดหลังสวนอยู่เป็นประจำ และก่อนพบศพสองพี่น้องในช่วงเย็นวันที่ 13 เมษายนที่บ่อน้ำบ้านหลังเกิดเหตุ โดยเวลาประมาณ 12.00 น.ของวันเดียวกันนางสาวล้วนผู้ตายได้โทรศัพท์ให้นายลุต วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ให้มารับตนเองในตลาดหลังสวน พาไปส่งที่โรงพยาบาลปากน้ำหลังสวนตามเวลาหมอนัด จากนั้นเวลาประมาณ 13.00 14.00 น.ได้ขับไปส่งนางสาวล้วนที่บ้าน ซึ่งตำรวจคาดว่าคนร้ายได้ก่อเหตุฆ่าสองพี่น้องในตอนเย็นวันเดียวกัน หลังสอบปากคำเสร็จไม่มีพิรุธหรือหลักฐานเกี่ยวข้องกับคดีและให้กลับบ้าน
...
ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 ได้เดินทางด่วนมาโดยเฮลิคอปเตอร์ ลงที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอหลังสวน จากนั้นพร้อมคณะได้เดินทางไปยังบ้านหลังเกิดเหตุที่อยู่ห่างจาก สภ.หลังสวน ประมาณ 4-5 กิโลเมตร โดยเข้าตรวจที่จุดสองพี่น้องถูกทำร้ายที่ใกล้เตียงนั่งใต้ถุนบ้านที่ยังมีคราบเลือดแห้งกรัง และจุดลากศพทั้งสองไปทิ้งยังบ่อน้ำ จากนั้นขึ้นไปตรวจสอบบนบ้านซึ่งเป็นห้องโถงโล่ง มีร่องรอยการรื้อค้นบนที่นอนและในตู้เสื้อผ้า
จากนั้นเวลา 12.30 น. พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ ได้กลับไปที่ สภ.หลังสวน แล้วเรียกประชุมตำรวจชุดสืบสวนในท้องที่เกิดเหตุ ชุดสืบสวน ภ.จว.ชุมพร และชุดสืบสวน ภ.8 โดยมี พ.ต.อ.ธงชัย นุ้ยเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.หลังสวน เข้าร่วมประชุมด้วย โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้ารับฟัง ใช้เวลาประชุมอย่างเคร่งเครียดนานประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วรีบเดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว บอกเพียงว่ามีงานด่วนต้องรีบเดินทาง
ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.หลังสวน ให้ข้อมูลว่า คนร้ายรายนี้ คงไม่น่าจะเป็นคนอื่นคนไกล และน่าจะเป็นคนในเครือญาติ ด้วยสาเหตุเชื่อว่า คนในละแวกรู้จักทั้งสองผู้ตายดี ทั้งสองจะไม่เก็บเงินไว้ที่บ้าน หากต้องการจะใช้ก็จะโทรเรียกวินมอเตอร์ไซค์มารับ แล้วจะเบิกเงินครั้งละไม่น่าจะเกิน 500 บาท
นอกจากนี้ เชื่อว่า คนร้ายน่าจะเข้ามาก่อเหตุในช่วงกลางวัน เพราะหากเป็นเวลามืดค่ำ ทั้งสองซึ่งเป็นผู้สูงอายุ สายตาไม่ดีประกอบกับบ้านที่เกิดเหตุไม่มีไฟฟ้าใช้ ในบ้านก็ไม่ได้มีข้าวของที่มีค่า อยู่กินง่ายๆ การที่คนร้ายจะมานั้นเสี่ยงมาก เนื่องจาก หลายคนรู้ว่าตาทองผู้เสียชีวิต มีอาวุธปืน โดยทางชุดสืบสวน เชื่อว่าจะสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้อย่างแน่นอน
พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.หลังสวน กล่าวว่าเหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ เพราะมีคนตาย 2 ศพ ซึ่งเป็นคนแก่ จึงต้องขอเวลาเก็บรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด หลักฐานบางอย่างบางเรื่องอยู่ในสำนวนการสอบสวนไม่สามารถเปิดเผยได้ ขอเวลาอีก 2-3 วันจะสรุปสาเหตุว่าเกิดจากเรื่องอะไร คนร้ายเป็นกลุ่มไหน ซึ่งตอนนี้ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากแนวทางการสืบสวนสอบสวนของตำรวจ ได้ตั้งสาเหตุปมสังหารสองพี่น้องทิ้งศพลงบ่อน้ำ ไปที่คนในที่เป็นญาติสนิท จากเรื่องที่ดินและทรัพย์สิน ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานหาให้แน่นหนาก่อนจะขออนุมัติศาลออกหมายจับ คาดว่าไม่น่าจะเกิน 2-3 วันนี้ จะสามารถจับคนร้ายได้