จับเพิ่มอีก 1 มือทวงหนี้ดอกโหด เครือข่ายเงินกู้นอกระบบ "แก๊งบังโก้" เก็บดอกสุดโหดร้อยละ 340 ต่อปี เงินหมุนเวียนกว่า 600 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 67 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชุมแพ ร่วมกันจับกุม นายพีรพัฒน์ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 3560/2566 ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2566 ในความผิดฐาน "ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต" โดยจับที่บริเวณริมถนนสาธารณะ หน้าบ้านพัก หมู่ที่ 10 ต.หนองไผ่ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น
สืบเนื่องจากช่วงปี 2565 ได้มีผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. กรณีกู้เงินจากนายทุนเงินกู้นอกระบบชื่อ "แก๊งบังโก้" มีพฤติการณ์เรียกดอกเบี้ยโหดสูงถึงร้อยละ 340 ต่อปี เป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปน.ตร.) ได้สั่งการให้ บช.ก.เร่งรัดปราบปรามกลุ่มเงินกู้นอกระบบ ที่เอารัดเอาเปรียบประชาชน เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรากว่าที่กฎหมายกำหนด
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. ได้ดำเนินการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนกระทั่งทราบว่ากลุ่มผู้กระทำผิดดังกล่าว เป็นเครือข่ายเงินกู้รายใหญ่ โดยมี นายเกียรติศักดิ์ หรือบังโก้ เป็นหัวหน้าแก๊งหรือนายทุน และมีเครือข่ายกระจายอยู่ตามหัวเมืองต่างๆ เช่น กาญจนบุรี อุดรธานี ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี และสงขลา จึงรวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติหมายจับกลุ่มเครือข่ายบังโก้ ในความผิดฐานที่กล่าวข้างต้น
ต่อมา วันที่ 2 มิ.ย. 66 ชุดปฏิบัติการส่วนกลาง ศปน.ตร. พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการ บก.ปอศ. ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.3, ภ.4, ภ.7, ภ.8 และ ภ.9 บุกทลายเครือข่ายแก๊งบังโก้ โดยเข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายจำนวน 12 จุด ในพื้นที่ 5 จังหวัด สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ทั้งหมด 26 ราย พร้อมของกลาง 12 รายการ พบเงินหมุนเวียนกว่า 600 ล้านบาท และตรวจสอบพบว่า นายพีรพัฒน์ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาในคดีนี้ ซึ่งทำหน้าที่เป็นพนักงานทวงถามหนี้ดอกเบี้ยโหด อยู่ระหว่างหลบหนี ไม่ยอมมามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ
...
จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. จึงได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชุมแพ ทำการสืบสวนจนทราบว่า นายพีรพัฒน์ หลบหนีมาอยู่ที่ ต.หนองไผ่ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพบเห็น นายพีรพัฒน์ ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับ กำลังเดินอยู่ที่บริเวณริมถนนสาธารณะตามที่อยู่ข้างต้น จึงนำกำลังเข้าไปแสดงหมายจับเพื่อจับกุมตัว พร้อมทั้งได้แจ้งสิทธิตามกฎหมายและข้อกล่าวหาให้ทราบ และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ดำเนินการตามกฎหมาย เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า เป็นผู้ร่วมกระทำความผิดโดยทำหน้าที่เป็นพนักงานทวงถามหนี้ โดยเรียกดอกเบี้ยในอัตรา ร้อยละ 340 ต่อปี