สืบภาค 4 ตามรวบ "อดีตตำรวจ" ถูกให้ออกจากราชการ ร่วมกับพวกรับจ้างนายทุนต่างชาติ ตัดไม้พะยูงทั่วอีสาน มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท
เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 27 มีนาคม 2567 ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม รอง ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส ผบก.สส.ภ.4 , พ.ต.อ.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ รอง ผบก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.สมภพ กองสมบัติ ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.4 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาที่ลักลอบตัดไม้พะยูง จำนวน 3 คน
นายยุทธนา ศรีดี อายุ 54 ปี ที่อยู่ 123 ม.10 ต.ขามเฒ่าพัฒนา อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ตามหมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ จ207/2567 ลง 25 มี.ค.2567 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธ ในเคหสถาน ในสถานที่ราชการ โดยร่วมกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม โดยถูกจับกุมตัวที่บ้านทรายมูล ต.ทรายมูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี พร้อมของกลางรถยนต์ฮอนด้าเก๋ง ฮอนด้าสีขาว ทะเบียน ขว-2542 ขอนแก่น 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 1 เล่ม และเครื่องปั่นไฟฟ้า สำหรับใช้กับเลื่อยไฟฟ้า
จับกุม นายปัญญา ผ่านสถิน อายุ 61 ปี ที่อยู่ 29 ม.7 ต.ราชธานี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด ตามหมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ จ.208/2567 ลง 25 มี.ค.2567 ข้อหาลักทรัพย์ (ไม้พะยูง) ในเวลากลางคืนในสถานที่ราชการ โดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุมจับกุมตัวได้ที่บ้านเลขที่ 29 ม.7 ต.ราชธานี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง
...
จับกุม นายหัตถพงษ์ แก้วคำใต้ อายุ 29 ปี ที่อยู่ 28 ม.7 ต.แก่งเลิงจาน อ.เมือง จ.มหาสารคาม ตามหมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ จ.209/2567 ลง 25 มี.ค.2567 ข้อหา ร่วมกันพยายามลักทรัพย์ในเวลากลางคืน จับกุมตัวได้ที่บ้านเลขที่ 29 ม.7 ต.ราชธานี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด พร้อมของกลาง รถยนต์แบบแวน ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว สภาพเก่า ทะเบียน กฉ-4175 มุกดาหาร ไม่มีเบาะผู้โดยสาร 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เลื่อยไฟฟ้า ยี่ห้อ makita 1 เครื่อง แบตเตอรี่เลื่อยไฟฟ้า ยี่ห้อ makita 2 ก้อน เลื่อยมือสองเกลอ 2 ปื้น เชือกไนลอนสีขาว ขนาด 24 มม. ยาว 10 เมตร 1 เส้น
ผบช.ภ.4 กล่าวถึงการจับกุม ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ในครั้งนี้ เนื่องจากว่าตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 ถึงเดือนมีนาคม 2567 มีการลักลอบตัดไม้พะยูงที่อยู่ในพื้นที่วัด โรงเรียน ที่มีการรักษาไม้พะยูงเอาไว้ โดยในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4 นั้นมีการก่อเหตุรวมจำนวน 39 คดี จึงสั่งการให้ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนภาค 4 ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อหาตัวกลุ่มคนก่อเหตุลักลอบตัดไม้พะยูงเนื่องจากเกิดเหตุในหลายจังหวัดต่อเนื่องกัน
จากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จากกล้องวงจรปิด ที่อยู่ใกล้เคียงจุดที่เกิดเหตุ เชื่อได้ว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นกลุ่มเดียวกัน เนื่องจากมีพยานหลักฐานที่เชื่อมต่อกันในหลายพื้นที่ มีรถยนต์ จำนวน 4 คัน คือ รถยนต์ฮอนด้าเก๋ง ฮอนด้าสีขาว ทะเบียน ขว-2542 ขอนแก่น ที่มีนายยุทธนา ศรีดี อายุ 54 ปี เป็นเจ้าของรถ มี นายหัตถพงษ์ แก้วคำใต้ อายุ 29 ปี เป็นคนขับรถ และรถยนต์แบบแวน ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว สภาพเก่า ทะเบียน กฉ-4175 มุกดาหาร ซึ่งมี นายปัญญา ผ่านสถิน อายุ 61 ปี เป็นเจ้าของรถ และรถยนต์กระบะ ที่ใส่คอกเหล็กอีก 2 คัน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องขอหมายจับกลุ่มผู้กระทำผิดทั้งหมด 7 คน แต่หลบหนีได้ 4 คน พร้อมรถยนต์กระบะ 2 คัน จึงจับกุมได้เพียง 3 คน พร้อมของกลางดังกล่าว
จากการสอบสวนผู้ต้องหา ทราบว่า การตัดไม้พะยูงนั้น มีนายทุนจากต่างประเทศ จ้างให้ตัด โดยนายยุทธนา ศรีดี อดีตข้าราชการตำรวจ ที่ถูกให้ออกจากราชการแล้ว และเคยถูกจับในคดีเดียวกันมาแล้ว อยู่ระหว่างการประกันตัวในชั้นศาล ทำหน้าที่หาไม้พะยูง โดยจะทำหน้าที่ในการขับรถตระเวนหาไม้พะยูงตามโรงเรียนและวัดในพื้นที่ภาค 4 เมื่อได้ไม้พะยูงที่เป็นเป้าหมาย ก็จะมีคนงานที่เป็นพวกเดียวกันไปลักลอบตัดในเวลากลางคืน
...
ซึ่งขณะที่พรรคพวกตัดไม้ นายยุทธนา ก็จะดูต้นทางให้ ส่วนพวกก็จะตัดไม้ ก็จะตัดเป็นท่อนๆ ขนใส่รถยนต์แบบแวน ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว สภาพเก่า ทะเบียน กฉ-4175 มุกดาหาร ที่เอาเบาะนั่งออก ขนไปยังที่พักในพื้นที่อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เพื่อทำการแปรรูป ก่อนจะส่งไปให้นายทุนที่ต่างประเทศ ซึ่งตั้งแต่ร่วมกันลักลอบตัดไม้พะยูงมานั้นรวมแล้ว 39 คดี มีมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท
ในส่วนของผู้ต้องหาที่ชื่อนายยุทธนา ศรีดี อายุ 54 ปี และนายหัตถพงษ์ แก้วคำใต้ อายุ 29 ปี นั้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนจาน จว.กาฬสินธุ์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ส่วนนายปัญญา ผ่านสถิน อายุ 61 ปี นั้น ได้นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ยางตลาด ดำเนินคดีตามกฎหมาย
นอกจากนี้ยังจะได้สืบสวนขยายผล จับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนีอีก 4 คน มาดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะทำการสืบสวนสอบสวนขยายผล แจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และข้อหาฟอกเงิน รวมถึงจะขายผลถึงการยึดทรัพย์ของผู้ต้องหาทุกคนด้วย.
...