ทนายตั้ม-ษิทรา เบี้ยบังเกิด บอกทำใจไว้แล้ว ไม่กังวลเรื่องถูกฟ้อง มั่นใจหลักฐานเส้นเงินเว็บพนันโยง "บิ๊ก ต." และเครือญาติ เรียกร้องนายกฯ ผ่าตัด สตช. เปรียบมี "ฝีร้ายเม็ดใหญ่" เตรียมเข้าพบบิ๊กเต่า แต่ไม่มั่นใจเจ้าตัวจะกล้ารับทำคดีหรือไม่
กลายเป็นประเด็นร้อนใน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กรณีมีบิ๊กตำรวจหลายนายเข้าไปเกี่ยวข้องคดีฟอกเงินเว็บพนันออนไลน์ BNK Master และอื่นๆ อีกหลายเว็บ ทำให้เกิดความขัดแย้งครั้งใหญ่ในวงการสีกากี ต่อมาทีมทนายความของ บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ออกมาแฉเส้นทางการเงินพร้อมรายชื่อตำรวจที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ยศ ด.ต.-พล.ต.อ. กว่า 30 นาย ระบุตำรวจยศนายพลอักษรย่อ ต. มีส่วนเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินทำให้ บิ๊กต่อ-พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ต้องออกมาโต้ผ่านสื่อให้เปิดเผยชื่อจริงออกมา ก่อนนายกรัฐมนตรีจะออกมาสงบศึก มีคำสั่งย้ายทั้งบิ๊กโจ๊ก-บิ๊กต่อไปช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี 60 วัน เพื่อรอการตรวจสอบกรณีเส้นทางการเงินโยงใยเว็บพนัน ทั้งหมดเป็นที่จับตาของสังคมทั้งประเทศว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร
กระทั่งล่าสุด ทนายตั้ม-ษิทรา เบี้ยบังเกิด ตั้งโต๊ะแฉส่วยทุกอย่าง ทั้งซาวน่า โรงเหล้า บุหรี่ไฟฟ้า แรงงานต่างด้าว ยาปลุกเซ็กซ์ ฯลฯ มุ่งสู่ตึก บช.สอท. เมืองทองธานี ทุกวันที่ 25 ของเดือน มี “ดาบยาว” และ “รองฟาง” สองตำรวจไซเบอร์ คนสนิท ผบ.ตร.เป็นผู้รวบรวม มีทีมงานภาคตะวันออกทำยอดมากสุด เตรียมนำหลักฐานส่งให้ “หลวงตาเต่า จรูญเกียรติ ปานแก้ว” ไปสะสางต่อ ตามที่เสนอขาวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567 ทนายตั้ม ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยเปิดเผยว่า เรื่องที่จะถูกฟ้องร้องนั้น ตนเองทำใจเอาไว้ก่อนแล้ว ไม่รู้ว่าจะมีเรื่องอิทธิพลมืดมาทำอะไรตนเองหรือไม่ แต่ก็ไม่ได้กังวลอะไร
...
ส่วนข้อมูลที่พาดพิงไปถึงสมาคมฯ เกี่ยวกับสื่อมวลชนแห่งหนึ่งนั้น ยืนยันว่าอุปนายกในขณะนั้นขององค์กรนี้ มีเส้นเงินจากเว็บพนันไปถึงเจ้าตัว 6 ครั้ง ในช่วงวันและเวลาที่ตนเองได้ระบุในตอนแถลงข่าว และตอนนี้องค์กรได้เปลี่ยนคณะผู้บริหารแล้วเมื่อวันมี่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา เรื่องนี้เป็นเรื่องของบุคคล ไม่เกี่ยวกับองค์กร ต้องให้ความเป็นธรรมกับองค์กร
เมื่อคืนนี้ตนเองได้ทำการตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่า เมื่อวันที่ 15 ธันวาคมปีที่แล้ว มีเส้นเงินจากเว็บพนันเชื่อมไปถึงญาติๆ ของ “บิ๊ก ต.” จำนวน 1.9 แสนบาท อยากให้ ผบ.ตร.ออกมาพูดให้ชัดเจน จะบอกว่าไม่เกี่ยวข้องไม่ได้ เพราะเส้นเงินมันไปถึงคนรอบข้างของท่าน ยังไงก็ต้องถูกดำเนินคดี ไม่ใช่แค่บิ๊กโจ๊กที่ถูกดำเนินคดีคนเดียว
บัญชีม้าที่ว่าเป็นชื่อของ นายณัฐพงษ์ ไหลไปสู่พี่ชาย พี่สาว และภรรยาของ บิ๊ก ต. และไปสู่ตำรวจอีกหลายคน
พร้อมย้ำว่า ตนเองไม่ได้มีเรื่องทะเลาะกันกับ บิ๊ก ต. การออกมาเปิดเผยข้อมูลในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีของสังคมที่จะได้รับรู้เรื่องนี้ไปพร้อมกัน และที่สำคัญนายกรัฐมนตรีต้องได้รับรู้เรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถือเป็น “ฝีร้ายเม็ดใหญ่”
“นายกฯ จะออกมาบอกไม่รับรู้ ซึ่งจริงๆ แล้วท่านนายกฯ จะต้องรับรู้ ต้องรับบทเป็น “แพทย์ใหญ่” ที่เข้ามาผ่าตัดให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติในครั้งนี้ ถ้าหากทำสำเร็จประชาชนมีแต่จะสรรเสริญ เพราะไม่เคยมีใครปฏิรูปเรื่องนี้ได้”
ผู้สื่อข่าวถามต่ออีกว่า มั่นใจเรื่องหลักฐาน โดยเฉพาะเรื่องเส้นเงินที่ไปถึงญาติสนิทของ ผบ.ตร. มั่นใจใช่หรือไม่ ทนายตั้มบอกว่า เส้นเงินนี้ไปถึงญาติ ผบ.ตร.จริง แต่ไม่ใช่คนที่ทำงานใกล้ชิดกับพระองค์ ตนเองมั่นใจในหลักฐาน และสามารถเอาไปแสดงต่อศาลได้
ส่วนวันพรุ่งนี้ที่นัดกันกับ พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ว่าจะเอาหลักฐานไปให้ ทนายตั้มบอกว่า ไม่รู้ว่าบิ๊กเต่า จะทำกล้าคดีนี้ให้หรือไม่ เพราะข้อมูลที่ตัวเองมี บิ๊กเต่า ก็มีข้อมูลนี้เช่นกัน เพราะเป็นคนทำคดี BNK master แต่ก็ไม่ได้ดำเนินคดีกับใคร
ส่วนสายลับเองก็ยังรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัย อยากให้ทุกคนยกย่อง สายลับคนนี้ที่เปิดข้อมูล และออกมาต่อสู้ด้วยกันกับตนเอง
ทนายตั้ม ยอมรับว่าสนิทกันกับ พลตํารวจเอก สุรเชษฐ์ รอง ผบ.ตร. แต่เรื่องนี้มันคนละส่วนกัน ตอนนี้เรื่องของบิ๊กโจ๊กถูกส่งไปที่ ป.ป.ช. เพราะฉะนั้นใครที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน โดยเฉพาะ ผบ.ตร. ก็ต้องโดนดำเนินคดีเหมือนกัน ไม่ใช่บิ๊กโจ๊กโดนคนเดียว ตนเองจะพยายามให้ตำรวจออกหมายเรียกญาติของ ผบ.ตร.มาสอบปากคำให้ได้ว่าทำไมถึงมีเส้นเงินมาถึง
ทนายตั้ม ยอมรับอีกครั้งว่า ยังไงตนเองก็โดนดำเนินคดีอยู่แล้ว แต่ขอยืนยันว่าตนเองไม่ได้กล่าวหาใครลอยๆ แน่นอน ตอนนี้ก็ต้องระมัดระวังตัวเอง เพราะกำลังสู้อยู่กับรุ่นใหญ่
ตอนนี้ตนเองต้องยอมรับในสิ่งที่ตนเองตัดสินใจทำ ถ้าเรื่องนี้เงียบไป แล้วในอนาคตจะถูกลอบทำร้าย ถ้าเป็นแบบนั้นจริง แต่สังคมมันเปลี่ยนแปลง ตนเองก็ยอมรับได้ และถ้าใครจะออกมาแฉกลับตนเอง ตนเองพร้อมแล้ว ตนเอยเคยโดนดำเนินคดี โดนค้นบ้านมาแล้ว ถ้าจะโดนอีกก็ไม่ได้มีความกังวล
...
ส่วนข้อหาที่อาจจะโดนฟ้องร้องก่อนเลย ทนายตั้มมองว่า เป็นข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา แต่ตนเองก็พยายามไม่ให้เข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้สื่อข่าวถามว่า การออกมาเปิดเผยข้อมูลในครั้งนี้ ทนายตั้มรับงาน รับเงินมาหรือไม่ เจ้าตัวตอบกลับว่า ต่อให้ได้เงินมา 10 หรือ 20 ล้าน มันก็ไม่คุ้ม ถ้าโดนดำเนินคดีเป็น 10 คดี อนาคตจะต้องใช้เงินอีกเท่าไร ตนเองมั่นใจในหลักฐานว่าเป็นของแท้ ส่วนถ้าไปส่งเรื่องนี้ให้บิ๊กเต่า แล้วไม่มีอะไรคืบหน้า ตนเองจะไปร้องนายกรัฐมนตรี แต่ก็ดูเหมือนว่านายกรัฐมนตรีจะไม่สนใจในเรื่องนี้สักเท่าไร ถ้าเป็นเช่นนั้นก็จะไปส่งเรื่องที่ผู้นำฝ่ายค้าน
วันนี้ตนเองเสียสละออกมาเปิดเผยแล้ว ถ้าทำไม่สำเร็จ วันหน้าก็คงไม่มีใครทำสำเร็จอีกแล้ว เพราะไม่มีใครโง่กล้าออกมาเปิดเผยแบบตนเองแน่นอน ต้องยอมรับว่าประชาชนสนใจเรื่องนี้ ตนเองก็อยากทำให้สำเร็จ และเรื่องนี้เกี่ยวพันกับตำรวจหลายคน ก็ไม่อยากให้ตำรวจโมโห ต้องโทษหัวหน้าหน่วยงาน หัวหน้าองค์กร ที่เห็นแก่ประโยชน์ เห็นแก่เงิน โดยไม่สนองค์กร.