ยาย 72 ชาวนางรอง บุรีรัมย์ร่ำไห้ ถูกสองสาวหน้าตาดี ขับเก๋งทำทีถามทางระหว่างยายรอรถโดยสาร อาสาไปส่งในตัวเมือง แล้วย้อนกลับมาบอกจะไปส่งกลับบ้าน แต่ขับรถออกนอกเส้นทาง บังคับชิงทองหนักกว่า 6 บาท พร้อมเงิน 1.4 หมื่น ก่อนเอายายไปทิ้งกลางป่าห่างจากตัวเมืองกว่า 50 กม. เชื่อล็อกเป้าเฝ้าดูพฤติกรรมยายจนมั่นใจ
วันที่ 26 มี.ค. 67 ศูนย์วิทยุ สภ.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านมีคนถูกนำมาปล่อยทิ้งไว้ที่ข้างสระน้ำสาธารณะในพื้นที่บ้านหนองเสม็ด หมู่ 4 ต.ก้านเหลือง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์
จากนั้น พ.ต.ต.ชัยชนะ จันทาฤทธิ์ สวป.(ชส.) สภ.นางรอง พร้อมด้วยสายตรวจตำบลบ้านสิงห์ ฝ่ายสืบสวน สภ.นางรอง นำกำลังเข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบนางเกียรติ สวัสดี อายุ 72 ปี ราษฎรหมู่ 1 ต.บ้านบัว อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ อยู่ในอาการตกใจ บอกกับเจ้าหน้าที่ว่าถูกหญิงสาว 2 คนหน้าตาดี ชิงเอาทองรูปพรรณหนักกว่า 6 บาทไป เหตุเกิดในเขตพื้นที่ อ.เมืองบุรีรัมย์ ชุดสืบสวนจึงพามาแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ที่เกิดเหตุ
สอบถามนางเกียรติ เล่าว่า ก่อนหน้านี้หลานทำงานอยู่กรุงเทพฯ โทรมาบอกว่าไม่มีเงินไม่มีข้าวกินแล้ว สงสารหลาน จึงตั้งใจจะเอาแหวนทองหนัก 50 สตางค์ ไปขายในตัวเมือง โดยไปนั่งรอรถโดยสารที่ศาลาข้างทางถนนสายบุรีรัมย์-นางรอง จากนั้น มีหญิงสาวขับรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า สีบรอนซ์เทา แบบท้ายตัด (5 ประตู) ทะเบียน กทม. มาถามทาง ตนจึงบอกไป ก่อนที่คนขับรถบอกว่าจะอาสาพายายไปส่งตัวเมือง
นางเกียรติ เล่าด้วยว่า ตนเห็นผู้หญิงหน้าตาดีทั้งสองคน คนหนึ่งอายุประมาณ 30 ปี อีกคนอายุประมาณ 40 ปี จึงขึ้นรถมาด้วยระหว่างทางตนไม่พูดว่าจะไปไหน ไม่ได้บอกว่าจะเอาทองไปขาย พยายามระวังเพราะเป็นคนแปลกหน้า โดยเฉพาะทองรูปพรรณหนัก 5 บาท และเหรียญในหลวงกรอบทองอีก 1 บาท ที่สวมอยู่ในคอตนปิดมิดชิดมองไม่เห็น หญิงสาวทั้งสองถามว่ายายจะไปซื้ออะไร จึงตอบไปว่าจะไปซื้อผ้าไหมมาทอ ทั้งสองบอกว่าจะขอซื้อ 10 ผืนคิดเป็นเงิน 3,000 บาท บอกว่าจะจ่ายเงินเอาไว้เลย แต่ตนไม่เอาเพราะยังไม่ได้ทอผ้า หลังจากตนลงจากรถสาวทั้งสองบอกว่าจะไปกราบอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 แล้วขับรถออกไป
...
นางเกียรติ เล่าตอว่า ได้เอาทองไปขายในร้านทอง ได้เงินมา 14,100 บาท เอาเงินใส่กระเป๋าอย่างดี ทันใดนั้นหญิงสาวที่มาส่งขับรถย้อนมาบอกว่าจะไปส่งยายที่บ้าน เพราะจะไปดูที่ดิน ที่จะซื้อแถว ต.บ้านบัว จึงนั่งรถมากับทั้งสองอีกครั้ง
ระหว่างนั่งในรถตนบอกว่าที่ดินที่จะไปซื้อติดกับที่ดินของตน ซึ่งจะขาย 2 ล้าน ทั้งสองบอกว่า “งั้นไปดูที่ดินของยายก่อน” จากนั้นทั้งสองได้ขับรถออกไปเรื่อยๆ แต่รู้ว่านอกเส้นทางที่จะกลับบ้าน ขับไปไม่ได้นานหนึ่งในหญิงสาวทั้งสอง ได้กลับเข้ามานั่งคู่กับตน แล้วลงมือล็อกแขน บังคับเอาทรัพย์สิน พยายามจะสู้แต่เห็นปืนของคนทั้งสอง และขู่จะยิงทิ้ง จึงยกมือไหว้ขอชีวิต คนร้ายได้ปลดเอาสร้อยคอหนัก 5 บาทจากคอไป 1 เส้น แหวนน้ำหนัก 1 สลึงอีก 1 วง เงินสดที่ขายทองมาได้อีก 14,100 บาท และโทรศัพท์มือถืออีก 1 เครื่อง รวมมูลค่าที่สูญไปกว่า 200,000 บาท จึงอยากจะให้ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีและเอาทรัพย์สินของตนกลับคืนมา ตอนนี้สงสารหลานที่ไม่มีเงินกินข้าวอยู่กรุงเทพฯ ตอนนี้ยายหมดตัวแล้ว
ต่อมา ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ที่ยายถูกนำมาทิ้ง เป็นสระน้ำสาธารณะหนองไทร ต.ก้านเหลือง อ.นางรอง เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ เป็นพื้นที่เปลี่ยวลับตาคน สอบถามนายมานิต อายุ 52 ปี ชาวบ้านหมู่ 4 ต.ก้านเหลือง คนที่พบยายเป็นคนแรก เล่าว่า ตนไปขุดปูนา ขากลับกำลังขับรถอยู่คันสระน้ำ เห็นรถเก๋งฮอนด้า สีบรอนซ์เทา วิ่งสวนมาแบบไม่ยอมหลบ ตนต้องหลบให้ หลังจากนั้นได้ยินเสียงคนร้องขอความช่วยเหลือห่างจากนั่นประมาณ 50 เมตร เมื่อเข้าไปถามยายบอกว่า “รถคันนั้นเอาทองยายไปหมดแล้วช่วยหน่อย” แต่ตนวิ่งตามไม่ทัน จึงรีบไปแจ้งตำรวจบ้าน เบื้องต้นไม่น่าจะใช่คนในพื้นที่
ขณะที่นายสมพร เหินคำแก้ว อายุ 49 ปี อปพร.ในพื้นที่ บอกว่าตอนนี้ยังแปลกใจที่คนร้ายก่อเหตุในตัวเมือง แต่เอายายมาทิ้งถึง อ.นางรอง ห่างกันประมาณ 50 กม.ส่วนตัวเชื่อว่าไม่ใช่คนในพื้นที่ แต่ก็แปลกใจ เพราะบริเวณนี้จะไม่มีคนรู้จัก ไม่ใช่เส้นทางที่ชาวบ้านใช้กัน แล้วคนร้ายพามาและหาทางออกไปได้อย่างไร
ล่าสุด ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ และตำรวจ สภ.นางรอง อ.นางรอง ได้เร่งหากล้องวงจรปิดทุกจุดแล้ว เชื่อว่าจะรู้ตัวคนร้ายเร็วๆ นี้