หนุ่มเสพกัญชาคลั่ง ใช้เสียมด้ามเหล็กไล่ทำร้ายชาวบ้าน และพระ จนเจ้าอาวาสวัดถูกตีตายสยอง ถูกจับตัวได้ "ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น" นำตรวจสารเสพติดไม่พบ แต่ค้นในห้องพบกัญชาและเขียง แฟนสาวบอกผู้ต้องหาเป็นโรคซึมเศร้า ก่อนเกิดเหตุยังขู่ถูกฆ่าหลังบอกขอเลิก ล่าสุดยังไม่สามารถให้ปากคำได้ ต้องฉีดยาระงับความคลั่ง ขณะที่ญาติพระที่เสียชีวิต ยังติดใจสาเหตุการตาย หวั่นมาจากปมพิพาทเรื่องขัดผลประโยชน์ขึ้นศาลเจ้าอาวาสชนะคดี
ความคืบหน้ากรณีนายสิทธิชัย สุนทรวิสัย อายุ 28 ชาว จ.อุดรธานี หรือนาย ปั๊บ คลุ้มคลั่งก่อเหตุใช้เสียมด้ามเหล็กไล่ทำร้ายคนในหอพักแห่งหนึ่ง ข้างซอยหลังวัดอดุลแก้วมอดี บ้านโนนม่วง หมู่ 19 ถนนโคลัมโบ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น และได้วิ่งเข้าไปที่วัดอดุลแก้วมอดี เข้าไปทำร้าย พระครูปลัดต่วน ชุตินฺธโร อายุ 77 ปี เจ้าอาวาสวัดฯ ในกุฏิ ก่อนจะลากร่างเจ้าอาวาสที่หายใจรวยรินมากลางทางหน้ากุฏิ และกระหน่ำใช้เสียมทุบตีที่ศีรษะจนกะโหลกยุบจนกระทั่งเสียชีวิต ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านจะช่วยกันควบคุมตัวเอาไว้ด้วยความยากลำบาก เพราะชายคลั่งมีแรงเยอะตำรวจ 5 คนก็เอาไม่อยู่
...
ล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 17 มี.ค. 67 ที่ สภ.เมืองขอนแก่น นายชัชชัย ธรรมเวียง อายุ 43 ปี หลานชายของพระครูปลัดต่วน ชุตินฺธโร เจ้าอาวาสวัดอดุลแก้วมอดี เดินทางขอเข้าพบพนักงานสอบสวนสภ.เมืองขอนแก่น เจ้าของคดี หลังติดใจสาเหตุการเสียชีวิตของหลวงลุง อยากให้ทางพนักงานสอบสวนช่วยสอบสวนลงลึกในประเด็นสาเหตุการเสียชีวิตที่ไม่น่าจะเกิดจากเพราะความคลั่ง
นายชัชชัย เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ปกติวันพระท่านจะรับกิจนิมนต์ไปที่หมู่บ้านแถวชาญเมืองขอนแก่น แต่วันนี้ท่านไม่ไปตามปกติ ซึ่งไม่ทราบว่าท่านคิดอะไร แต่ท่านเป็นคนชอบต้นไม้ วันนี้จึงอยู่ที่กุฏิรดน้ำต้นไม้ตอนเช้า กระทั่งเกิดเหตุสลดดังกล่าวขึ้น ซึ่งมีคนเห็นเล่าให้ฟังอีกที ซึ่งที่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตนั้น เนื่องจากลักษณะการเสียชีวิต ทำไมต้องคลั่งตอนเช้า ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจแนวทางการคลั่งว่าทำไมต้องคลั่งตอนคนไม่อยู่ ไม่มีญาติโยม พระไม่อยู่วัดออกไปบิณฑบาต ซึ่งคนก่อเหตุเพิ่งมาเช่าหอพักที่อยู่หลังวัดได้เพียง 2 เดือน ซึ่งก่อนหน้านี้มีปัญหาขึ้นในวัดแต่ไม่เคยก้าวล่วง เพราะเป็นเรื่องพิพาทในวัด สู้กันในชั้นศาล เหมือนจะชนะคดีกันแล้วจบแล้ว อาจจะเป็นมูลเหตุองค์ประกอบด้วยหรือไม่ก็ไม่แน่ใจ แต่มันมีข้อสงสัยหลายอย่างว่าทำไมต้องเจาะจงไปที่กุฏิหลวงลุง ทั้งที่ในวัดมีหลายกุฏิและจะต้องผ่านไปถึงกุฏิเจ้าอาวาส และการก่อเหตุเหมือนมีการเตรียมการ มีการเข็นรถเข็นศพมาด้วย โดยพระลูกวัดเห็นคนก่อเหตุกำลังจะอุ้มหลวงลุงขึ้นรถเข็นศพไปเผาที่เมรุด้วย ซึ่งทำให้ตนเองมองว่ามันจะเชื่อมโยงกันไหม มันอาจจะมีอะไรเป็นสาเหตุในการฆ่าอย่างอื่นได้หรือไม่ ก็อยากให้ทางตำรวจสืบสวนสอบสวนลงลึกในประเด็นนี้ด้วย เพราะท่านเคยกลับบ้านไปที่ จ.มหาสารคาม คุยกับน้องสาว ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าของตนเอง บอกว่า มันไม่ยอมกูหรอก ตอน 6 ทุ่มมีคนแอบมาเดินแถวนี้อยู่ มันไม่ยอมกูหรอก ก่อนที่ท่านจะลุกหนีไม่ยอมคุยต่อ ซึ่งเป็นข้อสงสัยว่าจะเชื่อมโยงและมีการเตรียมการกันหรือไม่
ด้าน พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า ภายหลังจากตำรวจได้รับแจ้งเหตุ ผู้ก่อเหตุพักอยู่ที่หอพักหลังวัดอดุลแก้วมอดี ได้ถือเสียมด้ามเหล็กยาวประมาณ 2 เมตร เข้าไปทุบทำลายประตูห้องพัก โดยมีเจ้าของหอพักเข้าไปสอบถาม พอเห็นผู้ต้องหานั่งอยู่บนเตียง วางด้ามเสียมไว้ข้างๆ และบอกกับเจ้าของหอพักว่า ผมหายแล้ว แล้วตะโกนว่าพวกมึงออกไป พร้อมกับหยิบเสียมด้ามเหล็กไล่ทำร้าย เจ้าของหอกับลูกชายจึงวิ่งหนีลงมาที่ชั้นล่าง ก่อนที่ลูกชายเจ้าของหอจะไปหยิบเอาอาวุธมีดออกมาขู่ไม่ให้ผู้ก่อเหตุเข้ามาทำร้าย ผู้ก่อเหตุเห็นมีดแล้ววิ่งหนีออกทางประตูกระจกคีย์การ์ด โดยพุ่งชนกระจกแตกทำให้ผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บไปด้วย ก่อนจะถือเสียมด้ามเหล็กวิ่งไปตามถนนหน้าหอพักแล้วเข้าไปทางด้านหลังวัดอดุลแก้วมอดี ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 10-20 เมตร โดยตลอดเส้นทางพบรอยเลือดเชื่อว่าเป็นของตัวผู้ต้องหาหยดตามทางเข้าไปในวัด
หลังจากนั้นผู้ต้องหาถืออาวุธเสียมด้ามเหล็กไปทางกุฏิเจ้าอาวาสพระครูปลัดต่วน ผู้ตายเห็นหลบหนีเข้าในห้อง ผู้ก่อเหตุทุบกระจกเข้าไปในห้อง เปิดประตูดึงร่างผู้ตายออกมาด้านนอก และทุบตีทำร้ายหน้ากุฏิจนมีโอ่งแตกและพระครูปลัดต่วนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ห่างจากด้านหน้ากุฏิประมาณ 5-10 เมตร สภาพศพใบหน้าและศีรษะแตกยุบ ซึ่งแพทย์เวรและพนักงานสอบสวนได้ร่วมกันชันสูตรพลิกศพไว้แล้ว หลังเกิดเหตุได้ควบคุมตัวและฉีดยาระงับความคลั่งลงก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล จนไม่สามารถให้การได้ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนก็จะได้ทำการสอบปากคำก่อนแจ้งข้อหา ทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย
...
เบื้องต้นจากการตรวจหาสารเสพติดในเลือดและปัสสาวะของผู้ต้องหาไม่พบเมทแอมเฟตามีน และเคตามีน ซึ่งไม่พบทั้งสองอย่าง และได้เข้าไปตรวจค้นภายในห้องพักที่ผู้ก่อเหตุพักอาศัยอยู่กับแฟนพบต้นกัญชา 3 ต้น พร้อมเขียงและต้นกัญชา สอบถามแฟนผู้ก่อเหตุทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นโรคซึมเศร้า รับยาจากโรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์มากิน แต่ทานยามีอาการดีขึ้นแล้ว มารดาผู้ต้องหาจึงไม่ได้พาไปพบแพทย์อีก กระทั่งมีการทะเลาะกันมีปากเสียงจนแฟนบอกเลิกและถูกผู้ก่อเหตุข่มขู่จะเอาชีวิต จนแฟนสาวหนีไปหลบกับเพื่อนอีกหอพักกระทั่งเกิดเหตุ ซึ่งหลังจากนี้ทางพนักงานสอบสวนจะต้องรอทางตัวผู้ก่อเหตุสามารถให้การได้ ก็จะทำการสอบปากคำและแจ้งข้อหาดังกล่าวตามขั้นตอนต่อไป และสืบสวนสอบสวนในประเด็นที่ญาติติดใจเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้วย