อุบลราชธานี-แชร์ว่อนคลิปตำรวจ สภ.ตาลสุม คล้ายคนเมา ผลักอกประชาชน ไล่ตะเพิดพ้นโรงพัก หลังเข้าแจ้งความถูกไฟไหม้เถียงนาในที่ดินพิพาท ด้าน "ผู้กำกับ" แจงลูกน้องไม่ได้เมา เป็นเรื่องเข้าใจผิด เพียงแต่ออกเวรแล้ว ยังไม่ได้พักผ่อน เนื่องจากมีเคสด่วนคดีพนัน ที่ต้องรีบส่งสำนวน ประกอบกับมีโรคประจำตัว ความดัน "หน้าตาเขาเป็นแบบนี้อยู่แล้ว โทรมๆ เพราะทำงานเยอะ"
จากกรณีมีคลิปภาพประชาชนเข้าไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.ตาลสุม ภ.จว.อุบลราชธานี เพื่อให้ดำเนินการหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ทุ่งนาทำให้ทรัพย์สินเสียหาย แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีลักษณะคล้ายเมาสุรา ต่อว่าและไม่ยอมรับแจ้งความ แถมยังยึดเอกสารสิทธิ์เอาไว้ จนมีกระแสวิจารณ์อย่างมากในโลกโซเชียล
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามไปยังนายประยูร ดวงเนตร อายุ 62 ปี ชาวบ้านจิกเทิง ตำบลจิกเทิง อำเภอตาลสุม เจ้าของคลิป เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. (5 มี.ค.) ทั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2567 ตนเองได้เดินทางมาแจ้งความกับ ร.ต.อ.รัฐกฤษฏิ์ เกื้อทาน รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ตาลสุม เพื่อให้ติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุเผาทุ่งนาจนเกิดเพลิงไหม้เถียงนาของตนเอง ทรัพย์สินได้รับความเสียหายทั้งหมด
จากนั้น ร.ต.อ.รัฐกฤษฏิ์ ได้บอกให้ตนกลับไปดับไฟให้เรียบร้อยก่อน วันรุ่งขึ้นค่อยมาแจ้งใหม่ พร้อมทั้งนำเอาเอกสารที่ดินมาด้วย
ต่อมาวันที่ 5 มี.ค. ตนได้กลับไปหา ร.ต.อ.รัฐกฤษฏิ์ อีกครั้ง แต่ไม่อยู่ ออกไปธุระข้างนอก ตนเองรออยู่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ร.ต.อ.รัฐกฤษฏิ์ เข้ามา พร้อมกับคนขับรถ ท่าทางมีอาการคล้ายคนเมา มีกลิ่นสุรา ตนจึงได้เข้าไปแจ้งความ โดย ร.ต.อ.รัฐกฤษฏิ์ ได้ขอเอกสารไปดู แต่ ร.ต.อ.รัฐกฤษฏิ์ บอกว่า "กูไม่รับแจ้ง ที่ดินเป็นที่พิพาท มึงกลับไปเลย" แล้ว ร.ต.อ.รัฐกฤษฏิ์ เอาเอกสารของตนเองไปขยำทิ้ง ตนพยายามยื้อแย่งเอาคืน จนเกิดการยื้อแย่งกัน ร.ต.อ.รัฐกฤษฏิ์ ได้ตี บีบคอ และใช้เท้าเหยียบหัวตน แต่ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเพราะคนเมาตีไม่แรง
...
จากนั้นตนจึงได้วิ่งออกมานอนโรงพักและโทรหาอา ให้เข้ามาช่วย เพราะตนถูกทำร้าย
นายประยูร เล่าอีกว่า ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าผู้กำกับ ได้ติดต่อมาหาตน เพื่อพูดคุยและขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งได้ให้ร้อยเวรเขียนรายงานชี้แจง และเปลี่ยนร้อยเวรให้แล้ว
ด้านนางยุวรินทร์ พิสุทธิ์อุ่นใจ อายุ 63 ปี อาของนายประยูร เล่าว่าตนเองกำลังทำธุระอยู่ในตัวอำเภอตาลสุม ห่างจาก สถานีตำรวจไม่ไกล พอนายประยูรโทรมา จึงได้รับเข้าไปที่สถานีตำรวจ เพื่อสอบถามว่า ทำไมถึงมีการทำร้ายร่างกาย พอเข้าไปไม่พบตำรวจ จึงได้ออกมายังอีกห้อง เพื่อสอบถามหาร้อยเวรเพื่อแจ้งความ ทางตำรวจนายดังกล่าว ก็พูดจาไม่ดี ถามว่า "ตนเองเกี่ยวข้องอะไร เป็นอะไรกับนายประยูร" จากนั้นตำรวจก็เดินปรี่เข้าหาตน จนออกมาถึงหน้าโรงพัก จนเกือบตกบันได จนนายประยูรร้องว่า เฮ้ยๆ จึงได้หันไปผลักนายประยูรตามคลิป
ตนเองคิดว่าการกระทำดังกล่าว ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของอำเภอตาลสุม สถานีตำรวจตาลสุม ไม่ควรมีบุคลากรแบบนี้ ตนจึงได้แจ้งความดำเนินคดีกับร้อยเวรคนนี้จนถึงที่สุด
ด้าน พ.ต.อ.สุรวิทย์ โยนจอหอ ผกก.สภ.ตาลสุม เปิดเผยว่า เบื้องต้นหลังจากที่ตนได้รับรายงานจากรองผู้กำกับสอบสวน จึงได้เรียก ร.ต.อ.รัฐกฤษฏิ์ มาสอบถาม ทราบว่า ร.ต.อ.รัฐกฤษฏิ์ ได้เข้าเวรตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 4 จนถึง 08.00 น. เช้าของวันที่ 5 แต่ด้วย ร.ต.อ.รัฐกฤษฏิ์ ยังมีสำนวนคดีเกี่ยวกับการพนันที่จะต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ จึงยังไม่ได้กลับไปพักผ่อน (คือทำงานต่อเนื่อง หลังจากเข้าเวร มา 24 ชม.) จนกระทั่งเวลา 15.00 น. นายประยูรได้เข้ามาพบ ร.ต.อ.รัฐกฤษฏิ์ จึงได้มีการพูดคุยกันในรายละเอียด ร.ต.อ.รัฐกฤษฏิ์ จึงได้ขอเอกสารหลักฐานที่ทางนายประยูรนำมาแสดง และจะนำเอกสารดังกล่าวไปลงบันทึกประจำวัน แต่เกิดการเข้าใจผิดกัน เนื่องจาก นายประยูรเข้าใจว่า ร.ต.อ.รัฐกฤษฏิ์ เมาสุราจึงจะขอเอาเอกสารกลับ แต่พนักงานสอบสวนแจ้งว่า จะนำไปลงประจำวันให้ จึงเกิดการยื้อแย่งกัน และมีการปะทะคารมกันตามคลิป
"ยืนยันว่า ร.ต.อ.รัฐกฤษฏิ์ ไม่ได้เมา เพียงแต่ยังไม่ได้พักผ่อน ประกอบกับมีโรคประจำตัว เป็นความดัน กับงานที่มีลักษณะเครียด จึงอาจจะทำให้ เกิดการเข้าใจผิดขึ้น"
เบื้องต้น ตนเองได้โทรไปพูดคุยกับทางนายประยูร เพื่อขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น และอธิบายถึงขั้นตอนการดำเนินงาน มีการปรับเปลี่ยนพนักงานสอบสวนเพื่อความสบายใจของนายประยูรและญาติ ส่วนทางด้าน พนักงานสอบสวน ตนได้ให้ทำรายงานชี้แจงข้อเท็จจริงขึ้นมาและจะพิจารณาโทษตามระเบียบ อย่างไรก็ตามตนต้องขอโทษพี่น้องประชาชนและนายประยูรที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น