ฝ่ายปกครองจังหวัดสุพรรณบุรี บุกรวบหนุ่มวัย 32 ปี ค้ายาบ้า สารภาพมีการจัดโปรโมชันกระตุ้นยอดขาย 6 เม็ด 100 บาท ซื้อ 5 แถมให้อีก 1 เอาหมดทั้งเสพทั้งขาย ยังทำอาชีพเสริมเป็นนักบิน วิ่งส่งยาบ้าให้เอเย่นต์ในพื้นที่ ครั้งละอย่างน้อย 10 มัด ในราคา 5,000 บาท
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดสุพรรณบุรี นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับการร้องเรียนว่าพื้นที่บ้านคันทด ตำบลไผ่ขวาง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี มีการลักลอบขายยาเสพติดและมั่วสุมเสพยา จึงสั่งการให้ นายหมวดเอก ธรรศ ศรีดุษฎี ช่วยป้องกันจังหวัดสุพรรณบุรี นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดสุพรรณบุรี (ไกรสีห์) ออกตรวจสอบ และทราบว่าที่บ้านเลขที่ 186 หมู่ 3 ตำบลไผ่ขวาง และบ้านใกล้เคียงมีการลักลอบขายยาบ้า
กระทั่งเมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 3 มี.ค. ที่ผ่านมา นายหมวดเอก ธรรศ ศรีดุษฎี ช่วยป้องกันจังหวัดสุพรรณบุรี นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดสุพรรณบุรี (ไกรสีห์) เข้าตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 186 ต.ไผ่ขวาง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี พบนายสถาพร สุวรรณเหลา หรือโอ๊ตคันทด อายุ 32 ปี กำลังนั่งกินข้าวอยู่ที่หน้าหัวบันไดทางขึ้นบ้านและเป็นที่นอน เจ้าหน้าที่จึงล็อกตัวไว้ได้อย่างง่ายดาย
สอบถามนายโอ๊ต เบื้องต้นว่ามีของหรือเปล่า นายโอ๊ต ตอบว่าไม่มี เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจค้นบนที่นอน ก็พบยาบ้าอยู่ในซองพลาสติกสีฟ้าม้วนซุกไว้ใต้หมอน จำนวน 30 เม็ด โดยนายโอ๊ต ให้การรับสารภาพว่า ยาบ้าดังกล่าวตนซื้อมาจากจังหวัดชลบุรี เพราะเคยทำงานอยู่และเพิ่งกลับมาอยู่บ้านได้ประมาณ 3 เดือน และยาบ้าที่พบ ตนซื้อมาไว้เสพ แต่เจ้าหน้าที่ไม่เชื่อคำให้การ เพราะเจ้าหน้าที่มีข้อมูลว่านายโอ๊ต เป็นผู้ค้า
...
เมื่อรู้ว่าเจ้าหน้าที่มีข้อมูล นายโอ๊ต จึงยอมรับว่า ประวัติตนเคยก่อเหตุใช้ปืนปลอมจี้ร้านสะดวกซื้อที่สระบุรี เมื่อปี 52 ติดคุก 3 ปีกว่า และถูกจับคดีจำหน่ายยาเสพติดพื้นที่กรุงเทพฯ และถูกจับหนีทหาร จากนั้นไปทำงานอยู่ที่จังหวัดชลบุรี และเพิ่งจะกลับมาอยู่บ้านได้ประมาณ 3 เดือน
ส่วนยาบ้าดังกล่าว ตนซื้อมาจากชลบุรีจริง จำนวน 200 เม็ด ราคา 1,600 บาท แล้วนำมาแบ่งขายให้กลุ่มเพื่อนและวัยรุ่นในพื้นที่ โดยตนได้จัดโปรโมชัน ขายราคาเม็ดละ 20 บาท ลูกค้าที่ซื้อ 5 เม็ดจะได้รับยาบ้าแถมอีก 1 เม็ด เพื่อเรียกลูกค้า เพราะถ้าไม่ทำโปรฯ ตนก็จะขายไม่ได้ เพราะมีคนขายเยอะ ซึ่งตนจะทำงานเป็นทีม โดยตนเป็นคนขาย ส่วนเพื่อนร่วมทีมจะช่วยดูเรื่องความปลอดภัย คอยสังเกตว่ามีคนแปลกหน้า หรือมีรถต้องสงสัยเข้ามาในพื้นที่หรือไม่ โดยตนจะใช้ชื่อว่า โอ๊ตนักบิน ส่วนเพื่อนร่วมทีมเรียก ทีมเร หรือเรดาร์ คอยตรวจหาเจ้าหน้าที่ และคอยส่งข่าวความเคลื่อนไหว แต่ตอนถูกจับ เรดาร์ทำงานไม่ทัน เลยพลาด
นอกจากเสพยา ขายยาบ้าแล้ว ตนยังทำอาชีพเสริมเป็นนักบิน รับจ้างวิ่งรับส่งยาบ้าให้เอเย่นต์ ในพื้นที่ครั้งละอย่างน้อย 10 มัด มัดละ 2,000 เม็ด โดยจะได้รับค่าจ้างมัดละ 500 บาท จะได้เงินค่าจ้างครั้งละ 5,000 บาท พอได้เงินตนก็จะนำไปปั่นสล็อต เพราะตอนนี้ตนติดเกมสล็อตมาก ชีวิตตนแต่ละวันก็จะขายยา พอได้เงินก็นำไปปั่นสล็อต งานอื่นไม่ทำ จนถูกแม่ด่าว่างานการไม่ทำ ถ้าไม่เลิก อีกไม่นานก็โดนจับ สุดท้ายก็โดนจับจริงๆ
เมื่อถามว่าอยากบอกอะไรกับแม่ อยากขอโทษแม่หรือไม่ นายโอ๊ต บอกว่า ไม่มีอะไรจะบอก เพราะตนเคยบอกแม่ เคยรับปากแม่แล้วว่าจะเลิกแต่ตนทำไม่ได้
ทางด้านแม่ของนายโอ๊ต บอกว่า ในเมื่อสั่งสอนแล้ว ห้ามแล้วไม่เชื่อฟัง ก็รับชะตากรรมเอาเองก็แล้วกัน แม่ไม่ขอยุ่งเกี่ยว เพราะแม่ไม่ชอบเคยบอกหลายครั้งแล้ว
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้เข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายอีกแห่งตามที่รับแจ้ง แต่เจ้าของบ้านไหวตัวทัน หลบหนีไปได้ก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่จะไปถึงจึงพบเพียงอุปกรณ์การเสพยาเสพติดจำนวนหนึ่ง
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหานายสถาพร สุวรรณเหลา หรือโอ๊ตคันทด ว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) เมทแอมเฟตามีน อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าโดยผิดกฎหมาย ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี ดำเนินคดีต่อไป.