ตำรวจน่าน ขยายผลเครือข่ายยาบ้าที่บรรทุกรถ 6 ล้อไปถูกจับที่อยุธยา จับเด็กเลี้ยงวัววัย 15 ปี มียาบ้าเกือบ 6 พันเม็ด ยึดทรัพย์ค่ากว่า 2 ล้าน บอกเสพมาตั้งแต่อายุ 12 จนจบม.ต้นพ่อบอกไม่ต้องเรียนต่อ ออกมาเลี้ยงวัวและขายยาบ้าให้พ่อ


กรณีเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2567 เวลาประมาณ 13.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เวียงสา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกก.สส. ภ.จว.น่าน และเจ้าหน้าที่ ปปส. ภาค 5 ได้เข้าตรวจสอบเป้าหมายจากการขยายผลจับกุมคดียาเสพติด สืบเนื่องจากเมื่อ 29 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 20.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดสกัดจับกุมขบวนการผู้ค้ายาเสพติดขณะใช้รถยนต์บรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อ HINO สีขาว หมายเลขทะเบียน 70-xxxx น่าน ลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนภาคเหนือจากจังหวัดพะเยา เพื่อนำมาส่งให้กับลูกค้าใน จ.พระนครศรีอยุธยา เขตปริมณฑล และกรุงเทพมหานคร บริเวณปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ริมถนนสายเอเชีย ตำบลหันสัง อำเภอบางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา สามารถจับผู้ต้องหาลักลอบค้ายาเสพติด จำนวน 2 คน ประกอบด้วย นายจรัส ชาวตำบลสกาด อำเภอปัว และนายธีรนันท์ อายุ 45 ปี ภูมิลำเนา ตำบลขึ่ง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

...


เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นที่เพิงพักในคอกวัว บริเวณห้วยเสือ ตำบลอ่ายนาไลย อำเภอเวียงสา สามารถขยายผลจับกุมนายปืน (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ชาวตำบลอ่ายนาไลย อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ลูกชายของนายจรัส ตรวจค้นในเพิงพักพบยาบ้า ตราประทับ 99 จำนวน 5,870 เม็ดซุกซ่อนอยู่ 


เมื่อสอบถามนายปืน ยอมรับว่า ตนเสพยาบ้าตั้งแต่อายุ 12 ปี และเสพมาตลอดจนจบ ม.ต้น พ่อบอกไม่ต้องเรียนต่อเลยออกมาเลี้ยงวัว โดยพ่อของตนเองได้จัดหามาให้เสพและร่วมเสพด้วย โดยก่อนหน้าที่พ่อจะถูกจับ ได้นำยาบ้าที่พิมพ์ตราประทับ 99 ไม่ใช่ WY มาให้ตน จำนวน 3 มัด (6,000 เม็ด) พอได้มาตนก็แกะลองเสพไป 130 เม็ด แล้วหลับตื่นมา เจ้าหน้าที่ก็บุกเข้ามาตรวจค้น


เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา "จำหน่ายยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายจ่ายแจกโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และเสพยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย" ของกลางยาบ้าจำนวน 5,870 เม็ด จากนั้นได้ทำการตรวจสอบและยึดอายัดทรัพย์สินรวม 6 รายการ ประกอบด้วย รถยนต์บรรทุก 6 ล้อ รถกระบะ รถจักรยานยนต์ วัว และอื่นๆ มูลค่าเบื้องต้นประมาณ 2.2 ล้านบาท และดำเนินการสืบทราบหาทรัพย์สินที่ซุกซ่อนไว้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป