หลานทาสยานรก เสพหนักจนหลอนคลุ้มคลั่ง คว้ามีดเดินมาบ้านน้าชาย เปิดมุ้งกระหน่ำฟันจนตายสยอง ก่อนถูกจับตัวได้ ด้านตำรวจ นำตัวทำแผน ผู้ก่อเหตุขอกอดแม่ พร้อมเผยถูกผู้ตายถากถางหลายครั้ง ด้านลูกสาวผู้เสียชีวิต ย้ำอยากให้ ตร.ดำเนินการถึงที่สุด เพราะคนนั่งอยู่เฉยๆ ต้องมาตาย
เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 25 ก.พ. 67 ร.ต.อ.จรัส กระจ่างแจ่ม รองสว.สอบสวน สภ.ท่ามะกา ได้รับแจ้งจาก นายอุทัย ม่วงน้อย กำนัน ต.เขาสามสิบหาบ ว่ามีคนเมายาบ้าประสาทหลอนคลุ้มคลั่งอาละวาดใช้มีดแทงฟันคนในบ้านเสียชีวิต เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 73/8 หมู่ 8 ต.เขาสามสิบหาบ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี หลังทราบเรื่องจึงรีบรายงานให้ พ.ต.อ.นัฐพงษ์ เอกเผ่าพันธ์ ผกก.สภ.ท่ามะกา ทราบเรื่องสั่งการให้ พ.ต.ท.รัชพล แสนงาม รอง ผกก.สส.สภ.ท่ามะกา, พ.ต.ต.อมร แสงจันทร์ สว.สส.สภ.ท่ามะกา, ร.ต.อ.ประเดิม ไกรนรา รอง สว.สส.สภ.ท่ามะกา นำชุดสืบสวนร่วมกับสายตรวจ ต.เขาสามสิบหาบ ประสานแพทย์เวร รพ.มะการักษ์ มูลนิธิขุนรัตนาวุธ ประจำจุดรอรับเหตุ อ.ท่ามะกา และ ต.เขาสามสิบหาบ เดินทางไปที่บ้านหลังดังกล่าวทันที
...
สามารถควบคุมตัวคนก่อเหตุไว้ได้เป็นหลานชายแท้ๆ ของคนตายมีศักดิ์เป็นน้าชาย และเป็นเจ้าของบ้านหลังที่เกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือ นายไกร ศรีเกตุ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/2 หมู่ 8 ต.เขาสามสิบหาบ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี มีอาการสติไม่ดี เนื่องจากเสพยาบ้าจนประสาทหลอน คลุ้มคลั่งก่อเหตุใช้มีดเหลียนหัวตัดฟัน นายสง่า น้าชายขณะนั่งคุยอยู่กับเพื่อนภายในห้องนอนจนเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการพูดจาหว่านล้อมเกลี้ยกล่อมจนนายไกร ยอมทิ้งมีดของกลางที่ใช้ก่อเหตุดังกล่าว พบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ นายสง่า ท่าฉลาด อายุ 45 ปี เจ้าของบ้านหลังที่เกิดเหตุ ถูกหลานแท้ๆ ฆ่า นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นภายนอกบริเวณบ้าน บริเวณลำคอพบบาดแผล ถูกของมีคมฟันเข้าเกือบขาด
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัว นายไกร ผู้ก่อเหตุไปทำการสอบสวนแต่ผู้ต้องหารายนี้ยังให้การอะไรไม่ได้ เนื่องจากเสพยาบ้าจนเพี้ยน ประสาทหลอน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องนำตัวเข้าห้องขังเพื่อสงบสติอารมณ์ เพื่อรอให้หายเมายาเสียก่อนแล้วค่อยนำตัวมาสอบสวนปากคำอีกครั้ง
จากการสอบสวนปากคำ นายกนก หมีแรต เพื่อนผู้ตายที่นั่งคุยกันอยู่กับผู้ตายและเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่นั่งคุยกันอยู่ๆ นายไกร ก็เดินมาเปิดห้องประตูออก ที่มือของนายไกร ถือมีดเหลียนหัวตัดมาด้วย โดยที่นายสง่า ผู้ตาย ก็ไม่ได้คาดคิดว่าเหตุการณ์เลวร้ายจะเกิดขึ้น ผู้ตายไม่ทันระวังตัวเลยถูกนายไกร หลานชาย ซึ่งเอะอะโวยวายใส่ และใช้มีดเหลียนหัวตัดกระหน่ำฟันนายสง่า ผู้ตายอย่างไม่ยั้ง ถูกเข้าที่ต้นคอด้านขวา 1 แผล แก้มด้านขวาอีก 1 ซึ่งทุกแผลเป็นบาดแผลฉกรรจ์จนเสียชีวิต ก่อนจะมอบศพให้มูลนิธิขุนรัตนาวุธนำศพไปเก็บรักษาไว้ที่ รพ.มะการักษ์ เพื่อที่จะส่งศพในตอนรุ่งเช้าไปที่แผนกนิติเวช รพ.ศูนย์ราชบุรี เพื่อให้แพทย์ผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้งเตรียมแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
ต่อมาเวลา 15.00 น. ครอบครัวของนายสง่า ท่าฉลาด หรือกุ้ง มาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ โดยมีพระสงฆ์วัดเขาช่องพัฒนารามทำพิธี จุดธูปคนละ 1 ดอก ใช้เวลาทำพิธี 20 นาที จึงเดินทางกลับ
ผู้สื่อข่าวพบกับ นายกนก หมีแรต หรือเด้ง พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ต่อสู้ถูกมีดฟันที่หลังแต่ไม่เข้าเสื้อขาดมีรอยแดงๆ ที่หลังที่ลำคอ ได้หยิบเสื้อที่ใส่ถูกฟันขาดมาให้ดู พร้อมเล่าว่า ตอนที่เกิดเหตุตนกับผู้ตายก็นั่งคุยกันอยู่ภายในห้อง กำลังซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า จู่ๆ ผู้ก่อเหตุ ก็เดินมาแล้วเปิดประตูห้องไม่พูดจาอะไร แล้วก็ใช้มีดฟัน ผู้ตายหลายครั้ง ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน ตนก็เข้าไปช่วยเขาก็เอามีดฟันใส่ผมๆ ก็พุ่งตัวออกมาเลย ตอนนั้นคนตายยังหายใจรวยรินอยู่ ปกติไม่มีปัญหาอะไรกัน
...
ด้าน นางวิไล วิทยารัก อายุ 64 ปี แม่ของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ป้าเสียใจที่ลูกของป้าทำแบบนี้ ป้าสอนเขาแล้วเตือนเขาแล้วว่าอย่าทำอะไรนะลูก แม่น่ะเป็นห่วง กินยามากมันไม่ดี รักษาโรคสมองจิตเวช มาสองปีได้ แล้วเขาขาดยาเขาไม่ยอมกินยาเลย พยายามบอกให้เขาไปหาหมอ ก็ไม่ไป และบัตรประชาชนหายด้วยยิ่งไม่ไปใหญ่เลย เขาพูดว่าพ่อเป็นปอบ เขาว่าอย่างเงี้ย เขาอยู่ไม่ได้แล้วเขาต้องไป แม่ก็บอกเขาว่าจะไปไหน บ้านเราอยู่นี่ หนูต้องอยู่บ้าน เขาบอกว่าจะไปอยุธยา นั่นไม่ใช่ที่บ้านเกิดตัวเอง เพราะเขาเคยอยู่อยุธยา พูดอย่างนี้หลายครั้ง ว่าหนูอยู่ไม่ได้แล้วหนูต้องไป แล้วก็เดินออกมาไม่รู้ว่าไปเอามีดมาจากไหน ป้าก็เสียใจ
ต่อมาเวลา 17.00 น.วันเดียวกัน พ.ต.อ.นัฐพงษ์ เอกเผ่าพันธ์ ผกก.สภ.ท่ามะกา มอบหมายให้ พ.ต.ท.อมร แสงจันทร์ สว.สืบสวน สภ.ท่ามะกา ร.ต.อ.ประเดิม ไกรนรา รอง สว.สืบสวน สภ.ท่ามะกา นำกำลังควบคุมตัว นายไกร ศรีเกตุ หรือ ใหญ่เขาช่อง มาทำแผนในที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ จุดที่ลงมือใช้มีดฟัน ใช้เวลาในการทำแผนประมาณ 10 นาที จึงควบคุมตัวกลับ
...
ในระหว่างที่ทำแผนเสร็จแล้ว ผู้ก่อเหตุ ได้ร้องเรียกขอกอดแม่กับกอดพ่อ ได้มีการพูดปลอบโยนกัน แม่พูดว่าคงไม่ได้ไปเยี่ยม คงไม่เห็นโอกาสได้เจอกันแล้ว ผู้สื่อข่าวได้ถามกับนายใหญ่ว่า ทำไมถึงก่อเหตุ นายไกร ตอบว่า เขาพูดถากถางผมเขาพูดหลายครั้งเขาทำอย่างนี้มาบ่อยครั้ง ผู้สื่อข่าวถามว่านายใหญ่ก็รักดูแลตนอยู่ไม่ใช่เหรอ นายไกร ตอบว่ามีด้วยเหรอ เขารักผมด้วยเหรอ ถ้ารักจริง ผมก็ต้องขอโทษ ผมไม่รู้จริงๆ ก่อนที่จะนำตัวขึ้นรถไป ในระหว่างที่ทำแผนก็มีชาวบ้านใกล้เคียงมายืนมุงดู โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้นำได้คอยดูแล ไม่ให้เกิดเหตุชุลมุนเกิดขึ้น
น.ส.พัชรี ท่าฉลาด อายุ 27 ปี ลูกสาวคนโตของนายสง่า ท่าฉลาด เล่าว่า เจอพ่อเมื่อวานก็ถามเรื่องรถเขาบอกว่าเป็นห่วงหนู เรื่องรถกลัวส่งไม่ไหว เป็นคนที่รักคนอื่นและเป็นที่รักของคนในหมู่นั้นก็รักเขาทุกคน มีแต่ช่วยเหลือคนอื่น พอรู้ว่าข่าวก็ช็อกตกใจมากที่รู้ว่าเป็นพ่อ ก็ให้ดำเนินการถึงที่สุด เพราะว่าคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยนั่งอยู่เฉยๆ ต้องมาตาย ก็ไม่รู้จะไปเรียกร้องความยุติธรรมที่ใคร แม่ของเขาเข้ามาขอโทษ แม่เขาก็บอกเคยไปแจ้งแล้วว่าให้มาดำเนินการให้หน่อยให้จับลูกเขาไปขัง กลัวจะไปก่อเหตุกับคนอื่นอีกก็มีการตอบรับกลับมาว่าต้องรอให้เกิดเหตุก่อน ก็คือรอให้มีคนตายแบบนี้หรือยังไง คือไม่มีความยุติธรรมสำหรับพ่อหนูเลยตอนเนี้ย พ่อหนูตายฟรี คือเขาแค่โดนจับ แต่พ่อหนูก็ตายแค่นั้นใช่มั้ยคะหรือยังไง
...
เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้ง 3 ข้อหา 1.ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา 2.พกพาอาวุธมีดในชุมชนสาธารณะ 3.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เตรียมส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป