"นายกสมาคม พงส." แถลงโต้ชุดทำคดี "เครือข่ายเว็บพนันมินนี่" หลังปรากฏข้อมูลสำนวนทางสื่อโซเชียล ลั่นผิดจรรยาบรรณ พงส. เจตนาดิสเครดิต "บิ๊กโจ๊ก" จ่อยื่นหนังสือถึงนายกฯ "ตั้ง คกก.สอบชุดคดี-ฟ้องกลับรายบุคคล"

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 ที่สมาคมพนักงานสอบสวน สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต กทม. พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ นายกสมาคมพนักงานสอบสวน พล.ต.ต.ฉัตรมงคล แก้วประเสริฐ และ พ.ต.อ.ชวลิต มั่นศิลป์ รองนายกสมาคมฯ และเจ้าหน้าที่สมาคมพนักงานสอบสวน ร่วมกันแถลงข่าวกรณีถูกคณะพนักงานสอบสวนชุดทำคดี "เครือข่ายเว็บพนันมินนี่" นำข้อมูลเอกสารสำนวนคดีที่สำนักงานอัยการการปราบปรามทุจริตฯ รับสำนวนการสอบสวน สมควรสั่งฟ้องคดีเว็บพนัน รวมถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. และพวกรวม 5 คน กับลูกน้องอีก 8 คน ในคดีอาญา ที่ 724/2566 บก.สอท.1 ที่พนักงานสอบสวนมีความเห็นทางคดีสมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาคดีเว็บพนัน-ฟอกเงิน 14 คน หลังมีการปล่อยสำนวนปรากฏทางสื่อโซเชียล เป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของระบบ 

พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากที่มีข่าวแชร์ในโซเชียลว่า พนักงานสอบสวนมีความเห็นทางคดีว่าสมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา 14 คน และในนั้นมี 8 ราย ซึ่งเป็นลูกน้องของรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และมีการระบุข้อหาอย่างชัดเจนว่าแต่ละคนโดนข้อหาอะไรบ้าง ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วข้อมูลเหล่านี้ควรเป็นความลับทางคดี ไม่ควรถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ 

ต่อมาได้มีการขยายเส้นทางการเงิน และมีการส่งสำนวนไปยัง ป.ป.ช. แล้ว 5 ราย ประกอบด้วย 1. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. 2. พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ 3. พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล 4. พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร 5. ส.ต.อ.ณัฐนันท์ ชูจักร ซึ่งตนเองก็ยืนยันว่าได้รับเงินมาจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล จริง โดยโอนมาจาก พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ โอนเข้าบัญชีบุตรชายของตน เป็นค่าที่ปรึกษาและค่าใช้จ่ายในการทำงาน แต่เอกสารลับทางราชการเช่นนี้ไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งผิดตามความลับของราชการตำรวจ ข้อ 7 ที่ระบุว่า พนักงานสอบสวนจะต้องรักษาความลับของราชการ และความลับในการปฏิบัติหน้าที่

...

พล.ต.ต.ไพโรจน์ กล่าวต่อว่า ตนจะเดินทางไปพบ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในช่วงบ่ายของวันนี้ เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสืบสวนสอบสวน ว่าปฏิบัติหน้าที่ตามหลักการสืบสวนสอบสวน และการรับฟังพยานหลักฐานโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และให้มีการตรวจสอบข้อมูลในสำนวนการสอบสวน ซึ่งอยู่ในความครอบครองของคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ว่าหลุดออกมาสู่สาธารณะได้อย่างไร ใครเป็นคนปล่อยข้อมูล และเผยแพร่เพื่ออะไร 

และในวันพรุ่งนี้ (20 ก.พ. 67) เวลา 10.00 น. ตนจะเดินทางไปที่ ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบอำนาจของพนักงานสอบสวน ว่ายังมีอำนาจอยู่หรือไม่ พร้อมเรียกสำนวนการสอบปากคำของพนักงานสอบสวนมาดู โดยเฉพาะคำสั่งของอัยการ ว่ามีการสอบเพิ่มเติมตามคำสั่งหรือไม่ อีกทั้งตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ผู้ที่จะถูกดำเนินคดีจะต้องเป็นผู้รับเงินที่รู้ที่มาของเงินว่าเป็นเงินผิดกฎหมาย ถึงจะเข้าข่ายความผิด และตนเชื่อว่าการปล่อยข่าวในครั้งนี้ เป็นเจตนาในการดิสเครดิต พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล กับตน 

ส่วนที่ บช.สอท. ได้เรียกสอบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในวันพรุ่งนี้ ในฐานะพยาน ตนยังไม่ทราบ และอยากฝากถามผ่านสื่อมวลชนว่า พนักงานสอบสวนชุดนี้มีอำนาจอะไรในการเรียกสอบ และสอบตามคำสั่งของอัยการหรือไม่ ซึ่งหากเป็นการสอบเพิ่มเติมจากอัยการ หมายความว่าสำนวนคดีมีปัญหา พนักงานสอบสวนทำงานบกพร่อง ทำให้อัยการไม่เชื่อ และเกิดความสงสัย

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การแถลงข่าววันนี้ เจตนาคือต้องการปกป้อง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หรือสถาบันพนักงานสอบสวน พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ กล่าวว่า ตนปกป้องสิทธิของประชาชนที่พึงได้รับ เพราะตนและ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ต่างเป็นประชาชนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม และตนในฐานะพ่อ จึงอยากปกป้องลูก เพราะลูกถูกตั้งข้อหาจากพนักงานสอบสวนชุดนี้ ในความผิดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน 

ทั้งนี้ พล.ต.ต.ไพโรจน์ ยืนยันว่า หลังจากนี้ตนจะเตรียมฟ้องร้องดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนชุดดังกล่าว โดยจะฟ้องร้องเป็นรายบุคคล เพื่อปกป้องสิทธิตามกฎหมาย ส่วนจะกี่คนนั้น จะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบอีกครั้ง