สำนักงานอัยการสำนักงานปราบปรามทุจริตฯ รับสำนวนการสอบสวน สมควรสั่งฟ้อง 14 ผู้ต้องหา "เครือข่ายเว็บพนันมินนี่" จากเดิมทั้งหมด 60 คนให้อัยการพิจารณา 8 ตำรวจลูกน้อง "บิ๊กโจ๊ก" โดนหมด
จากกรณีการสอบสวนกลุ่มผู้กระทำความผิดเว็บพนันออนไลน์และฟอกเงิน "มินนี่กับพวก" ล่าสุด มีการร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับ "พล.ต.อ." และ "พล.ต.ต." ในข้อหา "เปิดเว็บพนันออนไลน์ และฟอกเงิน"
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 67 สำนักงานอัยการสำนักงานปราบปรามทุจริตฯ ได้รับสำนวนการสอบสวน คดีอาญาที่ 724/2566 บก.สอท.1 ที่พนักงานสอบสวน มีความเห็นทางคดี สมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาคดีเว็บพนัน-ฟอกเงิน 14 คน จากเดิมผู้ต้องหาทั้งหมด 60 คน มาให้อัยการพิจารณา ดังนี้
1. นายณัฐวัตร พิมพ์สวัสดิ์ ผู้ต้องหาที่ 1
2. น.ส.ธันยนันท์ สุจริตชินศรี หรือ "มินนี่" ผู้ต้องหาที่ 2
3. น.ส.อรณี ทองอรุณ ผู้ต้องหาที่ 3
4. พ.ต.ต.ซานนท์ อ่อมทร ผู้ต้องหาที่ 12
5. น.ส.ทักษพร หงษ์เหมวัฒนา ผู้ต้องหาที่ 13
6. นายกิตติชัช ปภัสโรบล ผู้ต้องหาที่ 14
7. พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผู้ต้องหาที่ 20
8. พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ ผู้ต้องหาที่ 21
9. พ.ต.อ.อาริศ คูประสิทธิรัตน์ ผู้ต้องหาที่ 22
10. พล.ต.ต.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ ผุ้ต้องหาที่ 23
11. พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย ผู้ต้องหาที่ 24
12. ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ หวัดแวว ผีต้องหาที่ 25
13. ส.ต.อ.อภิสิทธิ์ คนยงศ์ ผู้ต้องหาที่ 26
14. นางภัสราวดี พิศมัย ผู้ต้องหาที่ 61
ผู้ต้องหามีประกันตัว โดยเห็นควรสั่งฟ้องในข้อหาต่างๆ กันไป ดังนี้ นายณัฐวัตร พิมพ์สวัสดิ์ ผู้ต้องหาที่ 1 และนางสาวอรุณี ทองอรุณ ผู้ต้องหาที่ 3 ในความผิดฐาน "ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ใด้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการทำผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, ร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.การพนัน 2478 มาตรา 4, 4ทวิ, 5, 6, 12(2) พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3(9), 5(1) (2) (3), 9 วรรคสอง, 60 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ 1, 3 ในความผิดฐานสนับสนุนผู้อื่น ให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่, สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 184, 157, 86 (ผู้สนับสนุน) ต่อไป
...
สมควรฟ้อง นางสาวธันยนันท์ หรือสุชานันท์ หรือมินนี่ สุจริตชินศรี หรือกุลวัฒนโยธิน ผู้ต้องหาที่ 2 ในความผิดฐาน "ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวน โดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, ร่วมกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4, 5 ทวิ, 5, 6, 12(2) พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3(9), 5(1/2) (3), 9 วรรคสอง, 60 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 (เช่นเดียวกับผู้ต้องหาที่ 1, 3)
และเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ 2 ในความผิดฐานให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่, สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144, 157, 86 อีกด้วย
สมควรฟ้อง นางสาวทักษพร หรือโม พงษ์เหมวัฒนา ผู้ต้องหาที่ 13 นายกิตติชัชหรือชัชวาล ปภัสโรบล ผู้ต้องหาที่ 14 ในความผิดฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, ร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3(9), 5(1) (2) (3), 9 วรรคสอง, 60 ในฐานตัวการและเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ 13, 14 ในความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือ ไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่, สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการทำผิด ฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, ร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3(5), 5(1)(2)(3), 9 วรรคสอง, 60 ป.อาญา มาตรา 149, 157, 86 ผู้สนับสนุน
สมควรฟ้อง พ.ต.อ.ภาคภูมิ หรือหนึ่ง พิศมัย ผู้ต้องหาที่ 20 ในความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, ร่วมกันฟอกเงินตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4, 4 ทวิ, 5, 6, 12(2) พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3(4), 5(1)(2)(3), 9 วรรคสอง, 60 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 (เหมือนผู้ต้องหาที่ 1-3) และในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงิน, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้จากผู้อื่น นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เว้นแต่การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาตามหลักเกณฑ์และจำนวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.กำหนด ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3(5), 5(1)(2)(3), 9 วรรสอง, 10, 60 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 128, 169 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 157, 83
...
ส่วน พ.ต.ต.ชานนท์ อ่วมทร ผู้ต้องหาที่ 12, พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ ผู้ต้องหาที่ 21, พ.ต.อ.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ ผู้ต้องหาที่ 22, พล.ต.ต.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ ผู้ต้องหาที่ 23, พ.ต.อ.เขมรินทร์ หรือเปียก พิศมัย ผู้ต้องหาที่ 24, ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ หวัดแวว ผู้ต้องหาที่ 25, ส.ต.อ.อภิสิทธิ์ คนยงค์ ผู้ต้องหาที่ 26 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงิน, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินได้จากผู้อื่น นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับที่ออก โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เว้นแต่การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาตามหลักเกณฑ์และจำนวน ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3(5), 5(1)(2)(3), 9 วรรคสอง, 10, 60 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 128, 169 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 157, 83 (เหมือนกับผู้ต้องหาที่ 20)
และสมควรฟ้อง นางภัสราวดี พิศมัย ผู้ต้องหาที่ 61 ในความผิดฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, ร่วมกันฟอกเงิน, สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3(5), 5(1)(2)(3), 9 วรรคสอง, 10, 60 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 86 ซึ่งอัยการอยู่ระหว่างการตรวจสอบพิจารณาสำนวนต่อไป
...