ผู้การกาฬสินธุ์ ลุยสอบปากคำพยานปากเอก "พ่อค้ารับซื้อไม้พะยูง" ในที่ราชพัสดุ เปิดหน้าชกแฉความจริงหมดเปลือก เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ ไม่ได้มีเจตนาซื้อไม้พะยูงผิดกฎหมายในโรงเรียน อ้างรับซื้อเพราะมีหลักฐานอนุญาตซื้อขาย พร้อมโชว์สลิปโอนเงินจำนวน 340,000 แสนบาทให้กับข้าราชการระดับสูง ระบุจ่ายเงินกว่า 919,000 บาท แต่เห็นลงบิลใบเสร็จแค่ 129,000 บาท เป็นหลักฐานเด็ดดำเนินคดี พร้อมแจ้งความเอาผิด ม.157 กับ 3 ข้าราชการเกี่ยวข้องที่เรียกรับและอมเงินขายไม้พะยูง

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 พล.ต.ต.ตรีวิทย์ ศรีประภา ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ เปิดเผยความคืบหน้าคดีตัดไม้พะยูงในที่ราชพัสดุ หรือในโรงเรียน พื้นที่ อ.ห้วยเม็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 ว่า ล่าสุดตามที่เมื่อวานนี้ (14 ก.พ.) ได้ลงพื้นที่สอบปากคำพยาน โดยสอบปากคำไปแล้วจำนวน 14 ปาก ซึ่งคดีมีความคืบหน้าไปมาก และล่าสุดมีพยานปากสำคัญซึ่งเป็นพ่อค้า ได้นำหลักฐานที่เป็นภาพถ่าย สำเนาสัญญาซื้อขาย พร้อมสลิปโอนเงิน มามอบให้พนักงานสอบสวน เพื่อประกอบสำนวนคดีด้วย ถือเป็นหลักฐานเด็ดมัดตัวข้าราชการระดับสูงของสำนักงานธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีรับโอน และเชื่อมโยงถึงข้าราชการระดับสูง ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) กาฬสินธุ์ เขต 2  อีก 2 คน ก่อนที่พยานปากเอกพ่อค้ารับซื้อไม้คนดังกล่าว จะแจ้งความเอาผิดข้าราชการทั้ง 3 คน ข้อหาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

พล.ต.ต.ตรีวิทย์ กล่าวอีกว่า สำหรับคดีตัดไม้พะยูงในที่ราชพัสดุ ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ทั้งลักลอบตัดและขออนุญาตตัดขาย เกิดขึ้นหลายแห่ง โดยเฉพาะในโรงเรียนเขต สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 ซึ่งที่ผ่านมาอาจจะเห็นดำเนินการสืบสวนสอบสวนผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เขตเทศบาลตำบลอิตื้อ อ.ยางตลาด โรงเรียนคุรุชนประสิทธิ์ศิลป์ และโรงเรียนหนองโนวิทยาคม อ.ห้วยเม็ก และโรงเรียนคำไฮวิทยา แต่ผลการสอบปากคำพยานหลายปาก สามารถที่จะประมวลผลและเชื่อมโยงเหตุการณ์ถึงข้าราชการและตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในการตัดไม้พะยูงขายหลายโรงเรียน หลายคน ซึ่งตอนนี้เข้าข่ายที่อาจกระทำความผิดจำนวน 7 คน  

...

ทั้งนี้จากการรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้นในจำนวนนี้ มีหลักฐานเชื่อมไปถึงเป็นข้าราชการระดับสูงของสำนักงานธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ 1 คน และ สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 อีก 2 คน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการขออนุญาตตัด ให้อนุญาตตัด “ทุกโรงเรียน” ซึ่งใกล้จะสรุปสำนวนส่ง ป.ป.ช.กาฬสินธุ์ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องเร็วๆ นี้

“จากการสอบปากคำพยานสำคัญในกรณีดังกล่าว ทั้งคณะกรรมการสถานศึกษา ครูโรงเรียน และผู้ซื้อไม้พะยูงในโรงเรียนทั้ง 3 แห่งดังกล่าว ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก ล่าสุดยังมีพ่อค้าซื้อไม้พะยูงในโรงเรียนหนองกุงไทย ต.กุดโดน อ.ห้วยเม็ก ได้นำภาพถ่าย สำเนาสัญญาซื้อขาย พร้อมสลิปโอนเงิน มามอบให้พนักงานสอบสวนเพิ่มเติม พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกับข้าราชการระดับสูงสำนักงานธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ 1 คน และข้าราชการระดับสูง สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 อีก 2 คน รวม 3 คน ข้อหาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบดังกล่าว” พล.ต.ต.ตรีวิทย์กล่าว

ด้านนายไพศาล ภูลายเรียบ อายุ 60 ปี พ่อค้าซื้อไม้พะยูงในโรงเรียนบ้านหนองกุงไทยวิทยาคม ต.กุดโดน อ.ห้วยเม็ก กล่าวว่า  เมื่อประมาณปลายปี 2565 ตนทราบจากชาวบ้านหนองกุงไทย ว่าทางโรงเรียนฯ จะมีการขออนุญาตตัดไม้พะยูงเพื่อจำหน่าย เนื่องจากมีคนชอบมาลักขโมยเป็นประจำ จึงจะขออนุญาตตัดขายไม้พะยูงที่เหลืออยู่ในโรงเรียน จากนั้นตนจึงได้ไปติดต่อขอทราบรายละเอียดจากโรงเรียน ซึ่งทางโรงเรียนได้แจ้งให้ทราบว่า ได้เสนอเรื่องขออนุญาตตัดไปยัง สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 และทาง สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 ได้ส่งเรื่องไปยังสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อขออนุญาตตัดตามลำดับ ตนจึงได้ไปติดต่อสำนักงานธนารักษ์ฯ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ธนารักษ์ฯ ได้บอกให้ตนติดต่อเจ้าหน้าที่อีกคน 

โดยเจ้าหน้าที่ธนารักษ์คนนั้นได้แจ้งกับตนว่า ในวันที่ 18 ธันวาคม 2565 จะไปดูไม้ในโรงเรียนหนองกุงไทยวิทยาคม ตนจึงได้ตามไปดูไม้พะยูงในวันดังกล่าว ด้วย โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียนนำชี้ต้นไม้พะยูงที่จะตัดขายจำนวน 7 ต้น

นายไพศาล กล่าวอีกว่า ต่อมาประมาณปลายเดือนธันวาคม 2565 ตนได้ไปติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ธนารักษ์คนเดิม เกี่ยวกับใบอนุญาตขาย และตัดไม้พะยูงของโรงเรียนฯ ว่าดำเนินการถึงไหนแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งกับตนว่า เอกสารขออนุญาตขายตัดไม้พะยูงจาก สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 มาถึงสำนักงานธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์แล้ว และเจ้าหน้าที่คนนั้นยังบอกกับตนว่ามีอำนาจหน้าที่ในการประเมิน และออกใบอนุญาตให้กับสำนักงานเขตฯ ได้ขอคุยนอกห้องปฏิบัติงาน โดยแจ้งให้ทราบว่าหากอยากจะได้เป็นผู้ซื้อไม้พะยูง ขอให้จ่ายเงินผ่านเจ้าหน้าที่ จำนวน 200,000 บาท ซึ่งตนไม่มีเงินสด จึงขอจ่ายโอนทางบัญชี เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งเลขบัญชีทางโทรศัพท์ให้ ตนจึงได้โอนเงินให้ โดยโอนเงินลงวันที่ 25 ธันวาคม 2565 เวลา 15.56 น. ตามเอกสารหลักฐานที่ส่งมาด้วย 1 และแจ้งให้ตนทราบว่าหากดำเนินการทำเอกสารเสร็จแล้ว จะนำไปส่งให้ สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 ด้วยตนเอง

...

“เมื่อเจ้าหน้าที่ธนารักษ์ได้ทำเอกสารเสร็จ จึงได้โทรศัพท์มาบอกตน และได้ขอเงินเพิ่มอีกจำนวน 50,000 บาท ก่อนนำเอกสารดังกล่าวไปส่งที่ สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 ด้วยตนเอง ต่อมาตนได้ไปติดต่อที่ สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 เพื่อขอรับเอกสารสัญญาซื้อขาย เพื่อนำไปประกอบการตัดไม้พะยูง เจ้าหน้าที่ธนารักษ์ได้แจ้งให้ตนเตรียมเงินไปด้วยประมาณ 500,000 บาทไปด้วย โดยเมื่อไปถึง สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 และขณะที่รอทำสัญญาซื้อขายไม้พะยูงของโรงเรียนหนองกุงไทยวิทยาคม สัญญาระหว่างสพป.กาฬสินธุ์ โดยผู้บริหารระดับสูงของเขต 2 กับตนนั้น มีเจ้าหน้าที่หญิง สพป.เขต 2 คนหนึ่งให้ตนจ่ายเงินจำนวน 400,000 บาท 

ตนจึงถามว่าเป็นเงินค่าอะไร เพราะตนได้จ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ธนารักษ์ไปแล้ว เจ้าหน้าที่ สพป.เขต 2 แจ้งว่าเป็นค่าลงนามในสัญญาซื้อขายไม้พะยูง ตนจึงได้นำเงิน 400,000 บาท ใส่ซองกระดาษมอบให้ไป จากนั้นเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวได้นำสัญญาซื้อขายมาให้ตนลงนามในสัญญา พร้อมทั้งให้ตนจ่ายเงินค่าซื้อไม้พะยูงอีกจำนวน 99,000 บาท รวมจ่ายเงินวันนั้น 499,000 บาท”

“นอกจากนี้ ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2566 ตนยังได้โอนเงินจำนวน 140,000 บาท และจ่ายเพิ่มอีก 30,000 บาท ให้กับเจ้าหน้าที่ธนารักษ์คนเดิม เพื่อซื้อไม้พะยูงอีก 3 ต้น ที่โรงเรียนคุรุชนประสิทธิ์ศิลป์อีกด้วย โดยทั้ง 2 แห่ง เมื่อรวมทั้งหมดที่ตนโอนให้เจ้าหน้าที่ธนารักษ์ และจ่ายซื้อไม้พะยูงคือ 919,000 บาท แยกเป็นงวดแรกค่าดำเนินการโอน 200,000 บาท+ขอเพิ่ม 50,000 บาท+ค่าลงนามซื้อไม้ 400,000 บาท+ค่าซื้อไม้พะยูงโรงเรียนหนองกุงไทยวิทยาคม 99,000 บาท+โอนซื้อไม้พะยูงโรงเรียนคุรุชนประสิทธิ์ศิลป์ 140,000 บาท+จ่ายเพิ่มอีก 30,000 บาท รวมที่ตนจ่ายซื้อไม้พะยูงทั้งหมด 919,000 บาท 

...

ซึ่งเป็นเจตนาซื้อขายไม้โดยบริสุทธิ์ เพราะเห็นว่ามีหลักฐานการขออนุญาตตัด และซื้อขายโดยทางราชการที่เกี่ยวข้อง ส่วนข้าราชการทั้ง 3 คน จะไปจัดการบริหารเงินยังไง ลงใบเสร็จรับเงินเท่าใด ตนไม่ทราบ ทั้งนี้แต่มาทราบภายหลังว่า ลงใบเสร็จรับเงินโรงเรียนหนองกุงไทยวิทยาคมเพียง 99,000 บาท และลงใบเสร็จโรงเรียนคุรุชนประสิทธิ์ศิลป์ เพียง 30,000 บาทเท่านั้น” นายไพศาลกล่าว

นายไพศาล กล่าวทิ้งท้ายว่า พฤติกรรมดังกล่าวตนเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ และข้าราชการ สพป.กาฬสินธุ์ เขตอีก 2 รวม 3 คน ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ในการเรียกรับประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อประโยชน์ตนเอง และพวกพ้อง คือ เงินที่ตนจ่ายไปแต่ละครั้ง ตนเข้าใจว่าจะนำเข้าไปเป็นค่าขายไม้พะยูงเป็นรายได้ของแผ่นดิน แต่มาทราบภายหลังว่ามิได้นำเงินจำนวนดังกล่าวเข้าเป็นรายได้แผ่นดิน จึงขอร้องทุกข์กล่าวโทษว่าข้าราชการทั้ง 3 คนปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ เพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.