รรท.ผบช.สอท.เซ็นย้ายแล้ว พ.ต.ท. ตำแหน่ง รอง ผกก.(สอบสวน) บก.สอท.2. ช่วยราชการ ปม "อธิบดีอัยการ" โดน "แอบถ่าย" คุกคาม ทำหนังสือขอหยุดพักการปฏิบัติหน้าที่ให้คำแนะนำปรึกษาการสืบสวนสอบสวนคดีตำรวจเอี่ยวเว็บพนันมินนี่
เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน มีหนังสือถึง พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ว่าตามที่พนักงานสอบสวน บก.สืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (บก.สอท.1.) ได้ขอให้อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน เข้าเป็นที่ปรึกษาสอบสวนคดีที่กล่าวหา พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตเจ้าของสำนวนแอมไซยาไนด์และกำนันนก ที่กลับมาถูกกล่าวหาว่าพัวพันเว็บพนัน ซึ่ง อัยการสูงสุดได้มอบหมายให้นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน และนายสุริยน ประภาสะวัต อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1 เข้าให้คำแนะนำปรึกษาการสืบสวนสอบสวน และได้เริ่มเข้าปฏิบัติหน้าที่ให้คำแนะนำปรึกษาการสืบสวนสอบสวน ตามที่คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้แจ้งเชิญให้เข้าให้คำแนะนำปรึกษา ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย. 2566 เป็นต้นมาและขณะนี้ยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่ให้คำแนะนำปรึกษาการสืบสวนสอบสวนอยู่นั้น ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการที่เข้าให้คำแนะนำปรึกษาการสืบสวนสอบสวนดังกล่าว
ปรากฏว่า ทาง พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผู้ต้องหากับพวกรวม 8 คน ซึ่งผู้ต้องหาแต่ละคนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีหนังสือร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ในการให้คำแนะนำปรึกษาการสืบสวนสอบสวนของพนักงานอัยการดังกล่าวไปถึง อสส. และปรากฏว่า ผู้ต้องหาผู้ร้องเรียนได้แนบเอกสารภาพถ่ายที่ปรากฏภาพของนายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ และนายสุริยน ประภาสะวัต ซึ่งภาพถ่ายมีลักษณะเป็นภาพถ่ายที่มีผู้เฝ้าติดตาม และแอบถ่ายในขณะที่เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ จึงได้นำให้คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนตรวจสอบและหาตัวบุคคลแอบถ่ายแล้ว
...
และในเบื้องต้นคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ตรวจพบแล้วว่ามีผู้แอบถ่ายภาพดังกล่าว ประกอบกับข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียน ไม่จำเป็นต้องใช้ภาพถ่ายในลักษณะดังกล่าวเป็นหลักฐาน แต่การที่ผู้ต้องหาผู้ร้องเรียนทั้ง 8 ใช้ภาพถ่ายลักษณะเฝ้าซูมถ่ายดังกล่าว เป็นพฤติการณ์ให้เห็นว่าต้องการให้พนักงานอัยการที่ปฏิบัติหน้าที่ได้พบเห็นและรู้ว่าถูกกลุ่มผู้ต้องหาเฝ้าติดตามการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันโดยตลอด เป็นการกระทำโดยมิชอบในเชิงการคุกคามข่มขู่ให้เกิดความกลัวว่าจะเกิดภยันตรายต่อชีวิตร่างกายของพนักงานอัยการผู้ปฏิบัติหน้าที่และบุคคลภายในครอบครัว
ทั้งได้กระทำต่อพนักงานอัยการชั้นผู้ใหญ่ที่ปฏิบัติหน้าที่ โดยที่ผู้ต้องหาดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายระดับต่างกัน มีอำนาจหน้าที่ในการรักษากฎหมาย รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน และทราบว่ายังคงรับราชการอยู่แต่มีพฤติการณ์กระทำโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายอันอาจเข้าข่ายขัดขวางกระบวนการสืบสวนสอบสวนเพื่อประโยชน์ส่วนตนโดยไม่สุจริต มีอำนาจหน้าที่และมีผู้ใต้บังคับบัญชาที่สามารถสั่งการได้
คดีนี้เป็นคดีสำคัญ มีการกระทำความผิดเป็นกระบวนการ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวนหลายนายในหลายระดับถูกสอบสวนดำเนินคดี ย่อมทำให้พนักงานอัยการที่ปฏิบัติหน้าที่เกิดความกลัวว่าจะเกิดภยันตรายต่อชีวิตร่างกายของตนเองและบุคคลในครอบครัว เนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ และหากมีการปฏิบัติหน้าที่ให้คำแนะนำปรึกษาการสืบสวนสอบสวนคดีนี้ต่อไป โดยที่ยังไม่ปรากฏว่าสำนักงานอัยการสูงสุดและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีมาตรการที่จะปกป้องคุ้มครองพนักงานอัยการที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างไร เป็นหลักประกันให้พนักงานอัยการที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยเหตุดังกล่าว
นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน และนายสุริยน ประภาสะวัต อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1 จึงได้แจ้งอัยการสูงสุดพิจารณาอนุญาตให้หยุดพัก การปฏิบัติหน้าที่ให้คำแนะนำปรึกษาการสืบสวนสอบสวนคดีนี้ไว้ชั่วคราว จนกว่าสำนักงานอัยการสูงสุดและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จะได้ดำเนินการในมาตรการปกป้องคุ้มครองเป็นหลักประกันพนักงานอัยการที่ปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งบุคคลในครอบครัวให้มีความปลอดภัยในชีวิตร่างกายและทรัพย์สินในการปฏิบัติหน้าที่ และขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ดำเนินการตรวจสอบพฤติการณ์การกระทำของกลุ่มผู้ต้องหาด้วย
มีรายงานว่า สำหรับนายตำรวจคนดังกล่าวที่แอบถ่ายภาพอธิบดีอัยการดังกล่าว เป็นนายตำรวจ ยศ พ.ต.ท. ตำแหน่ง รอง ผกก.(สอบสวน) กองบังคับการสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 (บก.สอท.2.) ล่าสุดถูกคำสั่งย้ายไปช่วยราชการ ที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดย พล.ต.ต.จิระวัฒน์ พยุงธรรม รอง ผบช.สอท. รรท.ผบช.สอท. เป็นผู้ลงนามเมื่อวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา