เพชรบุรี - ทำแผนล่ม ตำรวจหิ้ว "อาร์ม ปืนโหด" มือยิงหลานกำนันดังดับคาถนนชี้จุดก่อเหตุ พี่สาวตะโกนลั่น ไม่ต้องชี้ ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ไปให้การชั้นศาลเท่านั้น ขณะที่ภรรยาผู้เสียชีวิต อุ้มท้อง 8 เดือน ถือรูปคนตายขึ้น สภ.เมืองเพชรบุรี คัดค้านประกัน หวั่นไม่ปลอดภัย 

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 พล.ต.ต.กิตติ สุขสมภักดิ์ ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.กานต์ ธรรมเกษม, พ.ต.อ.ธัญญะ ครุฑเผือก รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี พ.ต.อ.วันชัย ขาวรัมย์ ผกก.สภ.เมืองเพชรบุรี พ.ต.ท.พิเชษฐ์ ชัยมาลา รองผกก.สืบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี เดินทางมาสอบปากคำ นายภีมวัจน์ หรืออาร์ม เมฆาลัย อายุ 29 ปี ชาว ต.เวียงคอย อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี ผู้ต้องหาในคดีฆ่าผู้อื่น ตามหมายจับของศาลจังหวัดเพชรบุรี ณ ห้อง ศปก.สภ.เมืองเพชรบุรี หลังติดต่อขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พานทอง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา

จากนั้นได้ควบคุมตัว นายภีมวัจน์ ผู้ต้องหา มาชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณสะพานหน้าวัดเวียงคอย ต.เวียงคอย อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นจุดที่นายภีมวัจน์ ผู้ต้องหา ขับรถจักรยานยนต์ชน นายสุทัศน์ ก่อนที่จะไปเปลี่ยนรถจักรยานยนต์และเอาอาวุธปืนมาตามไล่ยิง นายสุทัศน์ จนเสียชีวิต

...

โดยขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัว นายภีมวัจน์ ผู้ต้องหา มาชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายภีมวัจน์ ลงมาจากรถตำรวจ อยู่นั้น พี่สาวและครอบครัวของนายภีมวัจน์ ผู้ต้องหา มายืนดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพและร้องตะโกนว่า "ไม่ให้นายภีมวัจน์ผู้ต้องหาชี้จุด ให้ยืนเฉยๆ ไม่ต้องพูดอะไร และให้ไปให้การบนชั้นศาลเท่านั้น" 

นายภีมวัจน์ จึงได้ยืนยัน ขอใช้สิทธิ์ตามที่พี่สาวแนะนำ โดยไม่ยินยอมทำแผน ไม่ชี้จุดและไม่ให้การใดๆ เพิ่มเติม ยืนยันจะให้การในชั้นศาลเท่านั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุม ตัวนายภีมวัจน์ กลับมาที่ สภ.เมืองเพชรบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ต่อมาเวลา 09.00 น.นายธง ลบโฉม บิดาผู้เสียชีวิต พร้อมด้วย น.ส.ชรินทิพย์ ลบโฉม พี่สาวผู้เสียชีวิต และ น.ส.สุนิสา โตจิ๋ว ภรรยา ถือรูปภาพนายสุทัศน์ เดินขึ้นมาบน สภ.เมืองเพชรบุรี ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่สามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ พร้อมขอความเป็นธรรมในการคัดค้านการประกันตัว

น.ส.ชรินทิพย์ ลบโฉม พี่สาวผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนและครอบครัวไม่รับการเคลียร์คดี เงินเท่าไรก็ไม่สามารถชดเชยความสูญเสีย และชีวิตน้องชายตนได้ อยากให้คนร้ายได้รับโทษตามกฎหมายอย่างสูงสุด ส่วนการคัดค้านการประกันตัว เพราะตนและครอบครัวมีความหวั่นกลัวในชีวิตและทรัพย์สินจะไม่ปลอดภัย เนื่องจาก ได้ยินมีคนพูดว่าหากนายภีมวัจน์ได้รับการประกันตัว จะต้องมีคนบ้านดอนพุทรา ซึ่งเป็นพื้นที่บ้านตน ตายเพิ่มอีก 1 ศพ ประกอบกับเห็นศักยภาพของกลุ่มคนที่มีส่วนร่วมในการช่วยพานายภีมวัจน์หลบหนี ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ที่มีอำนาจมีเงิน จึงกลัวว่าอาจเกิดเหตุไม่ดีกับครอบครัวคน ได้

ด้าน น.ส.สุนิสา โตจิ๋ว ภรรยา นายสุทัศน์ ผู้ตาย กล่าวว่า ขณะนี้ยังเก็บร่างของนายสุทัศน์ ไว้ไม่ได้ทำการฌาปนกิจตามที่กำหนดไว้ตั้งแต่แรก เพื่อรอให้จับคนร้ายได้ ขณะนี้แม้จะจับคนร้ายได้แล้ว แต่อาจจะต้องเลื่อนกำหนดการฌาปนกิจศพไว้ก่อน เนื่องจากว่าตนมีกำหนดต้องผ่าคลอดใน 1 สัปดาห์ข้างหน้า หลังผ่าคลอดอาจจะต้องรอให้พักฟื้น แล้วถึงจะสามารถประกอบพิธีฌาปนกิจศพนายสุทัศน์ได้ เสียใจที่ลูกเกิดมาไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าพ่อ ขอความยุติธรรมให้กับครอบครัวของตนด้วย.