พล.ต.ต.ไมตรี สันตยากุล ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุคนร้ายถล่มยิง จ.ส.ต. ตำแหน่ง ผบ.หมู่ (ป.) สภ.รือเสาะ เสียชีวิต พฤติการณ์สุดโหดเหี้ยม ลากร่างที่ได้รับบาดเจ็บ นอนร้องครวญคราง จากนั้นรุมยิงพรุน 24 นัด ชิง เอ็ม 16 อาวุธปืนประจำกายหลบหนี
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 พล.ต.ต.ไมตรี สันตยากุล ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.ดิเรก โฉมยงค์ รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.อ.สิทธิชัย บำรุงเขต ผบ.ฉก.ทพ.46 พ.ต.ท.ธิติวุฒิ เพชรรักษ์ รอง ผกก.สส. สภ.รือเสาะ รักษาราชการ ผกก.สภ.รือเสาะ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดอโณทัยและเจ้ากองกำกับการตำรวจภธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมเดินทางตรวจสอบ เหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง จ.ส.ต.บินหลี เศรษฐสุข ผบ.หมู่ (ป.) สภ.รือเสาะ เสียชีวิต และเหตุลอบวางระเบิดที่บริเวณปากซอยบือเละ ต.รือเสาะออก ทำให้บ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหาย เหตุเกิดในช่วงเวลา 20.30 น. ของคืนวันที่ 6 ก.พ. 67 ที่ผ่านมา
...
เมื่อถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบบริเวณซอยข้างโรงเรียนรือเสาะวิทยา ซึ่งเป็นทางเข้าแฟลตที่พักของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รือเสาะ ซึ่งเป็นจุดที่ จ.ส.ต.บินหลี ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต ซึ่งมีรถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า สกู๊ปปี้ สีดำ ทะเบียน งจม 599 สงขลา ล้มตะแคงอยู่ด้านซ้ายมือของริมถนน ที่บริเวณล้อหลังมีระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ที่สลักถูกดึงออกแล้ว เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องแรงดันน้ำพลังสูงในการยิงทำลาย ซึ่งที่บริเวณรถ จยย.เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืน เอ็ม 16 และขนาด 7.62 ตกอยู่จำนวน 8 ปลอก และซอยที่อยู่ตรงกันข้าม รถ จยย.ล้มคว่ำ เจ้าหน้าที่พบคล้ายลักษณะร่อยรอยลากร่าง จ.ส.ต.บินหลี ไปยิงซ้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 อีกจำนวน 15 นัด เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ
ต่อมาเจ้าหน้าที่เดินทางตรวจสอบจุดที่ 2 ซึ่งเป็นซอยบาเละ เจ้าหน้าที่พบร่องรอยหลุมระเบิดที่บริเวณผิวถนนด้านซ้ายมือข้างเสาไฟฟ้าปากซอยทางเข้า จนผิวถนนกะเทาะจากอานุภาพของระเบิดเป็นวงกว้าง ซึ่งมีรัศมีประมาณ 50 ซม. และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิงแบบพกพา ซึ่งใช้ภายในรถยนต์ หนัก 4 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ตกกระจายเกลื่อนทั่วบริเวณ
โดยบ้านเรือนและร้านค้าวัสดุก่อสร้างชื่อ นิอัยดา ฝาผนังได้รับความเสียหาย แถมร้านขายเครื่องสำอาง ฝั่งตรงกันข้าม เลขที่ 59 ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหาย ที่บริเวณกระจกและบานประตู รวมทั้งทรัพย์สินภายในร้าน ยังได้รับความเสียหายบางส่วน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักหลักฐานในที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ จ.ส.ต.บินหลี ได้ปฏิบัติหน้าที่เข้าเวรยามรักษาการณ์ที่ป้อมยามของแฟลตที่พักตำรวจ สภ.รือเสาะ และเมื่อออกเวรได้ขี่รถ จยย.เพื่อเดินทางกลับที่พัก ซึ่งเป็นบ้านเช่าในซอยลาแม และขณะที่ จ.ส.ต.บินหลี ขี่รถ จยย.ออกมายามป้อมรักษาการณ์แฟลตที่พักของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รือเสาะ ได้ประมาณ 30 เมตร ได้มีคนร้ายจำนวนไม่ต่ำกว่า 2 คน ได้ใช้อาวุธปืนยิง จ.ส.ต.บินหลี
“เมื่อถูกกระสุนปืนรถ จยย.ได้เสียหลักล้มคว่ำและ จ.ส.ต.บินหลี ได้รับบาดเจ็บ คนร้ายอีก 1 กลุ่มซึ่งดักซุ่มอยู่ซอยฝั่งตรงกันข้ามกับจุดเกิดเหตุ ได้ออกมาจากมุมมืดและได้เดินไปยังร่างของ จ.ส.ต.บินหลี ที่ได้รับบาดเจ็บและนอนร้องครวญครางอยู่ที่พื้นถนน แล้วลากเข้าไปยังซอยดังกล่าว คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนรุมยิงใส่ร่าง จ.ส.ต.บินหลี จนเสียชีวิตอย่างน่าอนาถ โดยถูกกระสุนปืนของคนร้ายพรุน ที่บริเวณศรีษะ 1 นัด ลำคอ 1 นัด ลำตัว 4 นัด แขนขวา 2 นัด แขนซ้าย 6 นัด ขาขวา 6 นัด ขาซ้าย 3 นัด และที่บริเวณเท้าขวาอีก 1 นัด รวม 24 นัด”
...
ซึ่งก่อนหลบหนีคนร้ายได้ขโมยอาวุธปืน เอ็ม 16 ซึ่งเป็นอาวุธปืนประจำกายของ จ.ส.ต.บินหลี ไปด้วย 1 กระบอก
ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี