ผู้ว่าฯ กทม. รุดดูที่เกิดเหตุ นักเรียนชายชั้น ม.2 โรงเรียนในเขตสวนหลวง แทงกันขณะเข้าแถวเคารพธงชาติตอนเช้า คนถูกแทงอาการสาหัสก่อนเสียชีวิต กำชับโรงเรียนป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต ด้านปลัด กทม.เผย ครูประเมินว่าเด็กที่ก่อเหตุสมาธิสั้น ถูกกลั่นแกล้ง
วันที่ 29 ม.ค. 67 จากนักเรียนแทงกันขณะเข้าแถวตอนเช้า เหตุเกิดที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ในเขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร เบื้องต้นคนถูกแทงบาดเจ็บอาการสาหัส
โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ช่วงเช้าเด็กนักเรียนมาโรงเรียนตามปกติ และได้เห็นเด็กชายผู้ถูกทำร้ายมาโรงเรียนตามปกติเหมือนทุกวัน และเด็กไม่เคยมีเรื่องบาดหมางหรือทะเลาะวิวาทกับเพื่อนในโรงเรียนด้วยกันมาก่อน แต่ช่วงเวลาประมาณ 08.40 น. ได้เห็นเด็กชายวิ่งออกมาจากภายในอาคาร โดยมีบาดแผลถูกแทงที่บริเวณลำคอและได้มาล้มลงที่สนามกีฬาหน้าอาคาร และมีเด็กผู้ก่อเหตุที่ใช้มีดแทงวิ่งตามออกมา ตนเห็นจึงได้เข้าไปช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น และได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาช่วยเหลืออีกทาง ซึ่งเด็กที่ได้รับบาดเจ็บและเด็กผู้ก่อเหตุเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยกัน และก่อนหน้านี้ไม่เคยก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันมาก่อน
ทางด้านเจ้าหน้าที่มูลนิธิที่ได้รับแจ้งเหตุ ก็ได้รีบเดินทางมาช่วยเด็กเป็นการด่วน แต่ก็ทำได้เพียงปฐมพยาบาลเบื้องต้น และไม่สามารถยื้อชีวิตของเด็กชายได้ ในที่สุดเด็กชายผู้เคราะห์ร้ายก็ได้เสียชีวิตลงที่โรงพยาบาล
ขณะเดียวกัน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้เรียกประชุมคณะครูและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเพื่อรับทราบถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น และได้มีการกำชับการตรวจค้นและเข้มงวดกับเด็กนักเรียน เพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต
...
พญ.วันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงกรณีเหตุนักเรียนถูกทำร้ายร่างกาย ณ โรงเรียนย่านพัฒนาการ 26 ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น เด็กนักเรียนที่ก่อเหตุเป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 2 แต่อยู่คนละห้อง สาเหตุของการก่อเหตุในวันนี้ คาดว่าเด็กนักเรียนที่ก่อเหตุโดนกลั่นแกล้งอย่างต่อเนื่องมา 2 สัปดาห์ จึงมีความคับแค้นใจ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างทวนสอบหาข้อเท็จจริงที่แน่ชัด สำหรับการประเมินจากคุณครูผู้สอน คุณครูได้ให้ความเห็นว่าเด็กนักเรียนผู้ก่อเหตุเป็นเด็กสมาธิสั้น ไม่นิ่ง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญไปสอบสวนที่ สน.คลองตัน พร้อมกับผู้ปกครอง เพื่อตรวจสอบว่ามีพฤติกรรมเป็นเด็กพิเศษหรือไม่ เนื่องจากต้องมีหลักฐานหรือใบรับรองแพทย์ในการรับรองความพิเศษ ด้านเด็กนักเรียนที่ถูกทำร้ายได้นำส่งโรงพยาบาลวิภารามเพื่อให้การช่วยเหลือชีวิต แต่ต่อมาได้รับรายงานว่าเสียชีวิตแล้ว
"กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับความรู้สึกของนักเรียนและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ โดยได้ส่งนักจิตวิทยาให้การเยียวยาในเบื้องต้น เนื่องจากอาจเกิดความเครียด ซึ่งส่งผลกระทบทั้งร่างกายและจิตใจได้ ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความสูญเสียดังกล่าว และจะเร่งเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจะต้องมีการทวนสอบสาเหตุที่แน่ชัดในการก่อเหตุ ตรวจสอบว่าเด็กนำอาวุธมาจากไหน และต้องวางมาตรการด้านความปลอดภัยให้รัดกุมเข้มข้นมากขึ้นต่อไป"
นายภาณุมาศ สุขอัมพร ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเสริมถึงมาตรการระยะยาวว่า กรุงเทพมหานครอยู่ระหว่างการดำเนินการฝึกอบรมครูสังกัดกรุงเทพมหานครในทุกโรงเรียนให้เป็นครูเด็กพิเศษ เพื่อให้ครู กทม.สามารถมองออก คัดกรองได้ และสามารถดูแลเด็กได้อย่างถูกต้องเหมาะสม โดยการดำเนินการฝึกอบรมนี้จะแล้วเสร็จช่วงกลางปีถึงปลายปีนี้