รองฯ ผู้การเมืองปากน้ำ ระบุ ไม่พบข้อบกพร่อง ของตำรวจ สภ.บางเสาธง ปมปล่อย อดีตตำรวจ อคฝ.ก่อเหตุสลดในห้องขัง จากการตรวจสอบประวัติผู้ตาย พบก่อคดีอื้อ ล่าสุดไปกรรโชกทรัพย์และเรียกค่าไถ่ในท้องที่ สน.ลาดกระบัง ขณะที่ญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต

จากกรณีที่มี นายสมศักดิ์ พรมเสนา อายุ 42 ปี อดีตตำรวจ ยศ ส.ต.ท. สังกัด บก.อคฝ.บช.น. ถูกตำรวจทางหลวงจับกุมในข้อหา ปลอมแปลงเอกสารของทางราชการ (ป้ายทะเบียนปลอมรถยนต์) โดยหลังจากที่มีการนำตัวส่งพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเข้าห้องขัง ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าเป็นโรคหอบหืดไม่สะดวกจะขังรวมกับผู้ต้องขังรายอื่นอีกหลายคน ในขณะนั้น เจ้าหน้าที่สิบเวรจึงแยกตัวห้องขังเดี่ยว กระทั่งพบอีกครั้งมาก่อเหตุใช้เชือกรัดข้อเท้ากางเกงวอร์ม ผูกกับลูกกรงของประตูห้องขัง แขวนคอตนเองจนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อช่วงตีหนึ่งที่ผ่านมา (25 ม.ค.67) ตามที่รายงานข่าวไปก่อนหน้านี้

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2567 พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ สั่งการให้ พ.ต.อ.ประภาส มั่งคั่ง รองผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พร้อมด้วยผู้กำกับหัวหน้างานสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้  เนื่องจากเป็นคดีที่สังคมและสื่อมวลชนให้ความสนใจ  

พ.ต.อ.ประภาส มั่งคั่ง รองผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ เปิดเผยกับทางสื่อมวลชนว่า ในกรณีดังกล่าว ตนเองได้รับมอบหมายจากผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ให้เข้ามาดูคดีนี้ เพื่อหาข้อเท็จจริงการก่อเหตุ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าผู้ต้องหาเคยถูกจับกุมตัวในคดีต่างๆ รวมถึงมีคดีติดตัวอีกหลายคดี ล่าสุดไปก่อเหตุกรรโชกทรัพย์และเรียกค่าไถ่ในท้องที่ของ สน.ลาดกระบัง ซึ่งรายละเอียดอยู่ในระหว่างการประสานกับ สน.ลาดกระบัง 

...

ส่วนการจับกุมในข้อหาล่าสุดนั้น พบว่าเป็นการใช้แผ่นป้ายทะเบียนปลอม เพื่อหวังตบตาการหลบหนีของเจ้าหน้าที่ 

ส่วนประเด็นเรื่องเจ้าหน้าที่บกพร่องในหน้าที่หรือไม่นั้น จากการตรวจสอบภาพวงจรปิด เบื้องต้นไม่พบข้อบกพร่องของเจ้าหน้าที่ โดยมีการตรวจค้นร่างกายก่อนคุมตัวเข้าห้องขัง อีกทั้งก่อนส่งมอบตัวผู้ต้องหา ตำรวจทางหลวงได้ค้นตัวและนำสิ่งของต่างๆ ใส่มาในกระเป๋าของผู้ตายแล้ว

ด้าน พ.ต.อ.โสภณ มงคลโสภณรัตน์ ผกก.สภ.บางเสาธง ระบุว่า จากการตรวจสอบประวัติของผู้ตาย พบว่า ปี 2556 ผู้ต้องหาไปก่อเหตุ ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนท้องที่ สน.อุดมสุข จนกระทั่งถูกไล่ออกจากราชการในขณะนั้น หลังจากพ้นโทษออกมา พบว่า ปี 2559 ไปก่อเหตุ ฉ้อโกง ที่ สน.ร่มเกล้า และสภ.ด่านขุนทด แต่ยังไม่ทราบข้อมูลว่าถูกจับกุมในคดีดังกล่าวหรือยัง กระทั่งมาเริ่มก่อเหตุในปี 2562 ในข้อหา ตัวการ กรรโชกทรัพย์ และปี 2563 อีก 3 คดี ในข้อหา กรรโชกทรัพย์ 

และล่าสุดมาก่อเหตุซ้ำในท้องที่ สน.ลาดกระบัง จนกระทั่งมาถูกจับกุม ซึ่งจากประวัติ พบว่าผู้ต้องหาจะใช้แผ่นป้ายทะเบียนปลอมในการติดรถยนต์ส่วนตัว เพื่อใช้อำพรางในการหลบหนี ซึ่งรถยนต์ของผู้ต้องหานั้น จากการตรวจสอบก็ยังพบว่าหลบหนีไฟแนนซ์ และไม่ส่งค่างวดมาหลายงวดเช่นกัน

ส่วนทางครอบครัวของผู้ตาย ขณะนี้ติดต่อบิดาที่อยู่บ้านเกิดในจังหวัดสุรินทร์แล้ว ทราบว่าเป็นลูกชายเพียงคนเดียวและไม่ติดใจสาเหตุการตาย ขณะนี้อยู่ระหว่างเดินทางมาติดต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการขอหนังสือไปรับศพกลับภูมิลำเนา