ตม.สระแก้ว รวบ 2 ผัวเมียมีหมายจับบัญชีม้า ทั้งคู่หวังจะหนีผ่านช่องทางออก จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก ไปกัมพูชา แต่ถูกรวบได้คาด่านก่อน จึงนำตัวทั้งคู่ส่งดำเนินคดี

     

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 ม.ค. 67 พ.ต.อ.ณภัทรพงศ์ สุภาพร ผกก.ตม.จว.สระแก้ว ทราบว่าจะมีผู้ต้องหาขบวนการเปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่หลบหนีหมายจับของศาลฯ จะลักลอบเดินทางออกไปประเทศกัมพูชาทางจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จึงประสานความร่วมมือกับ พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว และ พ.ต.อัศวิน เสาทอง ผบ.ร้อย ทพ.1201 ชค.ทพ.12 สนธิกำลังร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวสระแก้ว มาเฝ้าตรวจและดักสกัดบริเวณอาคารผู้โดยสารขาออกราชอาณาจักร ด่าน ตม.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว 

    

ต่อมา จนท.ได้ตรวจพบชาย หญิง 2 คนผัวเมีย เดินเท้าเข้ามาในอาคารผู้โดยสารขาออกราชอาณาจักร ด่าน ตม.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว มุ่งหน้าไปที่จุดตรวจหนังสือเดินทาง เพื่อออกไปประเทศกัมพูชา ซึ่งทั้ง 2 คนมีลักษณะและตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลทั้งคู่ จนท.จึงได้เข้าไปตรวจสอบพบว่า ฝ่ายชายชื่อ นายทศพล มิดผักแว่น อายุ 29 ปี ชาว จ.นครราชสีมา ตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลสารสนเทศ สตม.พบว่านายทศพลมีหมายจับของศาลจังหวัดพะเยา ที่ 202/2565 ลงวันที่ 29 พ.ย. 65 


ส่วนฝ่ายหญิงรับว่าเป็นภรรยาฝ่ายชายชื่อ น.ส.น้ำฝน เหลืองอ่อน อายุ 30 ปี ชาว กทม. มีหมายจับของศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ 691/2565 ลงวันที่ 10 ก.ย. 65 กระความผิดข้อหาเดียวกันคือ "ร่วมกันฉ้อโกงและโดยทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน" ซึ่งทั้ง 2 คนรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง จนท.จึงคุมตัวมาลงบันทึกประจำวัน พร้อมแจ้งการจับกุมไปยังพนักงานอัยการสำนักงานอัยการจังหวัดสระแก้ว และ จนท.ฝ่ายปกครอง อำเภออรัญประเทศฯ ตาม พ.ร.บ.อุ้มหาย 

...

    

เบื้องต้นนายทศพล รับว่าได้นำบัญชีธนาคารของตนเองไปขายให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ส่วน น.ส.สายฝน อ้างว่าทำสมุดบัญชีธนาคารหาย ไม่รู้ว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์นำไปใช้ จากนั้น จนท.ได้ประสานไปยังพนักงานสอบ สภ.แม่กา จ.พะเยา มารับตัวนายทศพล ไปดำเนินคดีตามหมายจับของศาลจังหวัดพะเยา ส่วน น.ส.สายฝน จนท.ได้ประสานไปยังพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก กทม. มารับตัวไปดำเนินคดีตามหมายจับของศาลแขวงพระนครเหนือต่อไป