เกิดเหตุสลดใจ หนุ่มวัย 35 ปี สั่งช่างต่อหีบเหล็ก 2 ใบ นัดพ่อกับน้องสาวไปริมเขื่อน หลอกให้ลงไปในหีบก่อนล็อกปิดนำถ่วงน้ำ เสียชีวิตทั้งเป็น 2 ศพ ตำรวจคุมตัวสอบ ยังไม่รู้มูลเหตุแรงจูงใจ ทะเลาะกันด้วยเรื่องอะไร
เวลา 23.00 น. วันที่ 8 ม.ค. 2567 ตำรวจได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากพลเมืองดีว่า พบเห็นบุคคลลักษณะต้องสงสัย ขับรถยนต์เก๋งมาจอดอยู่บริเวณริมหนองหลุมหิน บ.สร้างขุ่ย ต.พังโคน อ.พังโคน จ.สกลนคร มีลักษณะท่าทางอันเป็นพิรุธ เจ้าหน้าที่สายตรวจพร้อมด้วยกู้ภัย จึงเดินทางไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง
เมื่อไปถึงพบชายคนหนึ่งยืนอยู่ริมหนองน้ำ ทราบชื่อต่อมาว่า นายวรุตย์ เดชภูมี อายุ 35 ปี อยู่หมู่ 11 ต.สว่าง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร สอบถามเบื้องต้นให้การมีพิรุธ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวไว้ ตรวจสอบรอบบริเวณพบแท่นเหล็กขนาดใหญ่ตั้งอยู่ริมน้ำใกล้กับจุดที่พบนายวรุตย์ เจ้าหน้าที่ใช้ไฟฉายส่องสำรวจรอบๆ พบกล่องเหล็กต้องสงสัย 2 กล่อง จมอยู่ใต้น้ำลึกประมาณ 3 เมตร จึงประสานกู้ภัยช่วยกันกับชาวบ้านนำขึ้นมาจากน้ำ พบร่างผู้เสียชีวิต 2 คนในกล่องเหล็กที่ปิดล็อกหนาแน่น โดยกล่องแรกเป็นชาย ทราบชื่อต่อมาว่า นายประหยัด เดชภูมี อายุ 66 ปี อยู่หมู่ 11 ต.สว่าง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร อีกกล่องมีร่างหญิงสาว ชื่อ น.ส.เพียงเพ็ญ เดชภูมี อายุ 33 ปี อยู่หมู่ 3 ต.สว่าง อ.สว่างแดนดิน จึงช่วยกันนำร่างออกมาและประสาน แพทย์ รพ.พังโคน และเจ้าหน้าที่ พฐ.สกลนคร เข้าตรวจสอบเก็บรวบรวมหลักฐาน
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายวรุตย์รับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆาตกรรมบิดา และน้องสาวของตนจนเสียชีวิต โดยหลอกล่อให้เข้าไปในกล่องเหล็กที่นายวรุตย์สั่งทำพิเศษ ก่อนจะปิดล็อกจากภายนอกแล้วถีบกล่องเหล็กดังกล่าวนั้นลงไปในน้ำ อย่างไรก็ตาม จากคำให้การของผู้ต้องหายังมีลักษณะสับสนวกวน และยังไม่บอกถึงมูลเหตุจูงใจในการลงมือ จึงควบคุมตัวไว้ที่ สภ.พังโคน เพื่อรอสอบสวนเพิ่มเติมและรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเบื้องต้นแจ้งข้อหาว่า ฆ่าผู้อื่นและฆ่าบุพการีโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ส่วนข้อหาอื่นๆ นั้นต้องรอการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ว่าจะเข้าข่ายความผิดใด
...
ต่อมา ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุบริเวณหนองหลุมหิน บ้านสร้างขุ่ย ต.พังโคน อ.พังโคน จ.สกลนคร ซึ่งเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ใช้สำหรับผลิตประปาของหมู่บ้าน พบที่ริมน้ำจุดเกิดเหตุยังมีแท่นเหล็กขนาดใหญ่ที่ใช้วางกล่องเหล็กตั้งอยู่ ส่วนกล่องเหล็กเจ้าหน้าที่นำไปเก็บรักษาไว้ที่ สภ.พังโคน แล้ว โดยนายพงษ์พัฒน์ อินธิจันทร์ ผู้ใหญ่บ้านสร้างขุ่ย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า เมื่อวานมีลูกบ้านพบพฤติกรรมต้องสงสัยบริเวณดังกล่าว จึงได้แจ้งข้อมูลมาที่ตน จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบเห็นกล่องเหล็ก 2 กล่องวางอยู่บนแท่นเหล็กที่ตั้งอยู่ริมน้ำ จึงได้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพไว้ และเกิดสงสัยว่าเป็นอุปกรณ์ของช่างที่มาติดตั้งระบบประปาหรือเปล่า เนื่องจากเคยขอไว้กับทีมงาน สส. จนกระทั่งเวลาประมาณ 23.30 น. ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า น่าจะเกิดเหตุการณ์ผิดปกติในจุดนี้ ตนจึงได้ประสานไปยัง สภ.พังโคน ร่วมตรวจสอบ พบชายต้องสงสัยคนดังกล่าวยืนอยู่ริมน้ำตรงจุดเกิดเหตุ ซึ่งจากการสอบถามเบื้องต้น ชายคนดังกล่าวไม่มีท่าทางอันเป็นพิรุธใดๆ อย่างไรก็ตาม จากการที่ตอนกลางวันตนเห็นมีกล่องเหล็ก 2 กล่องบนแท่น แต่ตอนดึกกลับหายไป จึงเกิดความสงสัย จึงช่วยกันใช้ไฟฉายส่องสำรวจรอบๆ ก็พบเงากล่องเหล็กรางๆ อยู่ใต้น้ำ จึงช่วยกันงมขึ้นมา พบว่ามีร่างผู้เสียชีวิตอยู่ข้างใน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมผู้ต้องสงสัยไว้ทันที
จากนั้นผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังร้านรับเชื่อมเหล็กแห่งหนึ่ง (ขอสงวนชื่อร้าน) ใน อ.สว่างแดนดิน ซึ่งมีข้อมูลว่าเป็นร้านที่ผู้ก่อเหตุมาว่าจ้างให้เชื่อมกล่องเหล็ก โดยเจ้าของร้าน (ขอสงวนชื่อ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 นายวรุตย์ ผู้ก่อเหตุ ได้ติดต่อมาว่าจ้างให้ทำกล่องเหล็ก โดยบอกว่าจะเอาไปใส่อุปกรณ์ตกปลาโดยมีแบบและขนาดมาให้ ทั้งสองกล่องมีขนาดไม่เท่ากัน ซึ่งทางร้านก็ลงมือทำตามแบบที่ให้มา โดยไม่ได้มีการเร่งรัดว่าจะต้องแล้วเสร็จเมื่อไร จนกระทั่งเมื่อประมาณสัปดาห์ที่ผ่านมา นายวรุตย์ได้โทรมาบอกว่าให้เร่งงานให้เสร็จภายในวันที่ 6 มกราคมนี้ เพราะจะต้องเอาไปใช้ทำคอนเทนต์ยูทูบ ทางร้านจึงเร่งงานจนแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 6 มกราคม ที่ผ่านมา และได้นำกล่องเหล็กและแท่นวางไปส่งไว้ที่ศาลาประชาคมหมู่บ้าน ซึ่งห่างจากร้านประมาณ 30 เมตร ตามที่ผู้ก่อเหตุสั่ง โดยคิดค่ารับจ้างทำเป็นเงิน 12,000 บาท จากนั้นก็มาทราบภายหลังว่ามีรถหกล้อมาขนกล่องเหล็กและแท่นวางทั้งหมดไปเมื่อประมาณเที่ยงวานนี้ (8 มกราคม 2567) จนกระทั่งเมื่อเช้ามาทราบข่าวว่ามีการฆาตกรรมถ่วงน้ำ โดยใช้กล่องเหล็กที่ทางร้านทำ ก็รู้สึกตกใจมาก และรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเท่าที่ได้พบพูดคุยกับผู้ก่อเหตุ ไม่ปรากฏว่ามีท่าทีว่าเป็นคนโหดร้าย หรือมีความผิดปกติใดๆ
"ระหว่างที่ลงมือทำงานตามที่สั่ง ผู้ก่อเหตุแวะเวียนมาดูงานที่ร้านหลายครั้ง ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ ไม่คิดว่าจะเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ เพราะจากการพูดคุยกัน นายวรุตย์ก็พูดจาสุภาพเรียบร้อย ลักษณะเป็นคนที่มีการศึกษาดี แต่ค่อนข้างพูดน้อย และมักจะก้มหน้าดูโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน เมื่อทราบเรื่องที่เกิดขึ้นก็รู้สึกตกใจอย่างมาก ไม่ คิดว่าจะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น"
ขณะที่น้าของนายวรุตย์ ผู้ต้องหา กล่าวว่า ครอบครัวนายประหยัด ผู้เสียชีวิต เอากุญแจหอพักมาฝากไว้กับตน และบอกว่าจะไปเที่ยวเขื่อนภูมิพล จ.ตาก ต่อมา เวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 8 ม.ค. 67 นายประหยัดบอกว่า จะพาลูกชายไปที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งใน อ.พังโคน ไม่แน่ใจว่าไปทำอะไรกัน ก่อนจะเกิดเหตุสลดขึ้น ตนไม่เห็นนายวรุตย์มานานตั้งแต่อยู่ ม.6 เพิ่งมาเห็นหน้าอีกครั้งเมื่อวานนี้ และไม่ได้พูดคุยกัน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจำตนได้หรือเปล่า แต่แม่นายวรุตย์ที่ปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว เคยบอกตนว่าลูกชายเป็นคนเรียนเก่ง มีความสามารถด้านคอมพิวเตอร์ ส่วน น.ส.เพียงเพ็ญ น้องสาว เมื่อครั้งยังเด็กครอบครัวเคยพาไปเที่ยวภูกระดึงแล้วพลัดหลงกัน ตั้งแต่นั้นมาก็มีลักษณะสภาพจิตใจไม่ปกติ และนายประหยัด ผู้เสียชีวิต ปกติเป็นคนนิสัยดี เข้ากับครอบครัวได้ดี แต่เคยมีปากเสียงกับนายวรุตย์ ลูกชาย เมื่อครั้งตอนแม่เสียเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 66 ซึ่งตนก็ไม่ทราบเชิงลึกว่าก่อนจะเกิดเรื่อง มีอะไรบาดหมาง หรือทะเลาะกันหรือเปล่า
อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่สามารถระบุได้ถึงมูลเหตุจูงใจในการลงมือก่อเหตุสะเทือนขวัญในครั้งนี้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุยังให้การสับสน แม้จะมีรายงานว่า ผู้ก่อเหตุมีอาการทางจิตเวช และเคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสว่างแดนดิน แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานยืนยันอย่างเป็นทางการ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบประวัติและภูมิหลังของผู้ก่อเหตุและครอบครัว ว่าเคยมีพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงหรือไม่ หรือมีความบาดหมางกันระหว่างสมาชิกในครอบครัว จนอาจเป็นชนวนเหตุของการฆาตกรรมหรือไม่ เบื้องต้นแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นและฆ่าบุพการีโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ส่วนข้อหาโดยทารุณกรรม ต้องหารืออัยการก่อน
...