ปทุมธานี-แม่ผัวเลือดขึ้นหน้า ทะเลาะกับลูกสะใภ้ ก่อนคว้ามีดจ้วงแทงอกเสียชีวิต อ้างสุดจะทน เจอคำด่า 2 พยางค์ บอกที่ผ่านมาถูกด่าทุกวัน ได้แต่เงียบมาตลอด ไม่เคยตอบโต้

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 5 มกราคม 2567 ร.ต.อ.สิงหา สิงหาชาลี รองสว.(สอบสวน) สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งมีเหตุแทงกันตาย ภายในหอพักไม่มีชื่อ ภายในซอยนครชัย 1 หมู่ 13 ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบพร้อมทั้งรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ มิตรปราสาท ผกก.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.ฉลาด หอมเงิน รอง ผกก.สอบสวน พ.ต.ท.สิรภพ บัวหลวง สว.สส.สภ.คลองหลวง พ.ต.ต.วีระ สุขชนะ สว.สส.สภ.คลองหลวง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.คลองหลวง เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 1 และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู 

ในที่เกิดเหตุเป็นหอพักสูง 5 ชั้น ที่บริเวณชั้น 4 หน้าห้อง เจ้าหน้าที่พบศพนางสาวฐิตาภา อ่อนสันเทียะ อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 251 หมู่ 12 ต.กุมภวาปี อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี นอนหงายอยู่หน้าห้อง มีเลือดไหลนองพื้น สวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว นุ่งกางเกงขายาวสีดำ จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าถูกแทงด้วยมีดปลายแหลมเข้าที่บริเวณหน้าอกซ้าย 

จากการสอบถาม นางศศิธร เงินนวล อายุ 53 ปี ผู้ดูแลหอพัก กล่าวว่าก่อนหน้านี้ แม่ผัวและลูกสะใภ้คู่นี้ทะเลาะกันบ่อยครั้ง แต่ส่วนใหญ่จะทะเลาะกันอยู่ภายในห้อง ที่ตนรู้มาตัวแม่ผัวเป็นโรคซึมเศร้า และไม่ได้ทำงาน โดยผู้ตายเป็นคนทำงานอยู่คนเดียว ส่วนแฟนคนตายก็ไม่ได้ทำงาน ส่วนค่าห้องไม่เคยค้าง แต่ว่ามักจะจ่ายช้า 

...

ทางด้าน นางลำใย เก่งสาริกรรณ์ อายุ 54 ปี แม่ผัว กล่าวว่า ลูกสะใภ้มักชอบด่าตนเองทุกวัน ด่าแบบนี้ทุกวัน ตนเองก็เงียบมาตลอด  ไม่เคยตอบโต้เลย จนวันนี้สุดจะทน เลือดขึ้นหน้า เพราะเขาด่าว่า “ตอแหล” ก็เลยคว้ามีดมา จากนั้นลูกสะใภ้บอกว่า “แม่จะฆ่าหนูเหรอ ถ้าแม่จะฆ่าหนู ฆ่าเลย” ตนเองก็เลยปักมีดลงไปที่หน้าอก ก่อนที่จะชักออก แล้วก็เดินลงมาข้างล่างมาบอกลูกชายให้ขึ้นไปดู ก่อนที่จะช่วยกันลากลูกสะใภ้ออกมาเพื่อจะนำส่งโรงพยาบาล แต่ก็ขาดใจอยู่ตรงนั้น ส่วนตนจึงได้นำมีดเอาไปล้างเลือด 

ทางด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง ได้ทำการควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ และลูกชาย ไปที่โรงพัก เพื่อสอบสวน และให้ร้อยเวรบันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะเรียกเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน มาทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุ จากนั้นจะได้มอบศพให้มูลนิธิฯ นำส่งผ่าพิสูจน์ยังนิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงต่อไป