ตามลากคอได้แล้ว 2 รายแก๊งโจ๋อุบลฯ โหดกะซวกปลิดชีพหนุ่มอาสาสมัครทหารพราน ประจำช่องบก ร่างพรุนสยองนับ 10 แผล ปมเหตุจากแค้นถอยรถชน จยย.รุ่นพี่ล้มแล้วหนี หลังกลับจากบ้านงาน ไปดูหมอลำ

สืบเนื่องจากกรณี เมื่อช่วง 01.00 น. คืนวันที่ 30 ธันวาคม 2566 ร.ต.อ.ภัทรวุฒิ ศิริปรุ รองสว.(สอบสวน) สภ.เหล่าเสือโก้ก ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกันบริเวณทางเข้าบ้านทุ่งคำแต้ ตำบลหนองบก อำเภอเหล่าเสือโก้ก จังหวัดอุบลราชธานี มีผู้ได้รับบาดเจ็บในที่เกิดเหตุจึงได้ประสานหน่วยกู้ชีพเหล่าเสือโก้ก และโรงพยาบาลเหล่าเสือโก้ก เข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถกระบะสีเขียว หมายเลขทะเบียน บว 4394 อุบลราชธานี เฉี่ยวชนกับรถยนต์เก๋งมาสด้า 2 สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน กธ 3309 อุบลราชธานี รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สภาพด้านหน้าพังยับเยิน และ จักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีบรอนซ์ ดำ หมายเลขทะเบียน 2 กฆ 9918 อุบลราชธานี บังโคลนท้ายแตก จอดนอนล้มอยู่ด้านหน้ารถเก๋งมาสด้า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อ อาสาสมัครทหารพราน บุรากร หรือมาร์ค คำสิงห์ อายุ 30 ปี สังกัดกรมทหารพรานที่ 23 ประจำช่องบก อำเภอน้ำยืน มีบาดแผลตามร่างกายหลายแห่ง อาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ชีพเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเหล่าเสือโก้ก

สอบถามนายชัยธวัช ตามสีวัน อายุ 35 ปี เพื่อนของนายมาร์ค เปิดเผยว่าตนเองและนายมาร์ค ไปดูหมอลำงานบุญดอกผึ้งที่บ้านดอนกลาง ตำบลหนองบก หลังจากที่หมอลำเลิก ตนเองและนายมาร์ค ขับรถเก๋งมาสด้าคันเกิดเหตุออกจากบ้านงาน แต่ระหว่างที่ถอยรถของตนชนเข้ากับแฮนด์รถจักรยานยนต์ ที่จอดด้านข้างล้ม จากนั้นนายมาร์ค ลงไปยกรถแล้วขับออกมาจากงานโดยไม่คิดว่ารถเสียหายอะไรมาก

หลังจากที่ออกมาได้สักพัก ระหว่างทางได้มีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 10 คน จอดรถจักรยานยนต์ดักรออยู่ข้างทาง เมื่อตนมาถึงกลุ่มวัยรุ่นได้ออกมาขวางทางและใช้อาวุธปืนยิงประมาณ 3-4 นัด ตนไม่ทราบว่ากระสุนโดนหรือไม่ ด้วยความตกใจ นายมาร์คได้เร่งเครื่องหนี กลุ่มวัยรุ่นก็ขับรถตามจนมาถึงทางออกบ้านทุ่งคำแต้ มีวัยรุ่นอีกกลุ่มพร้อมอาวุธมีด เหล็กและค้อน นำรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน มาขวางถนน นายมาร์ค จึงได้ตัดสินใจพุ่งชนรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ และเสียหลักไปเบียดกับรถกระบะที่จอดรอเลี้ยว ทำให้ประตูฝั่งของตนเปิดไม่ได้ กลุ่มวัยรุ่นกว่า 20 คน มาทุบกระจกรถแล้วดึงนายมาร์คออกมาจากรถ แล้วใช้มีดแทงนายมาร์ค ไม่ยั้งชาวบ้านที่ใกล้เคียงจึงได้ออกมาห้าม และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ชีพเข้ารับตัวนายมาร์คส่งโรงพยาบาลเหล่าเสือโก้ก ก่อนจะส่งตัวไปรักษาต่อที่ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ และเสียชีวิตเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (30 ธ.ค.)

...

จากการชันสูตรบาดแผลเบื้องต้นพบ ถูกแทงท้ายทอย หน้าอกซ้าย สะบักหลังซ้าย หน้าอกขวา ข้างลำตัวขวา ลิ้นปี่ ขมับขวา เหนือท้ายทอยซ้าย รวมกว่า 10 แผล และ เลือดออกในสมอง บาดแผลทั้งหมดเข้ากันได้กับของมีคมประเภทมีด ไม่ได้เสียชีวิตจากการเฉี่ยวชน

ด้านนางสาวเพ็ญแข สุวรรณกูฎ อายุ 38 ปี เพื่อนบ้านข้างงานหมอลำ เปิดเผยว่า เมื่อคืนมีงานหมอลำ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองคอยดูแลความสงบเรียบร้อยตลอดงาน และระหว่างที่มีการแสดงจนถึงเวลาที่งานเลิกก็ไม่พบความผิดปกติหรือเหตุที่จะก่อให้เกิดการทะเลาะกันจนถึงขั้นแทงกัน 

ตนมาทราบอีกทีเมื่อช่วงเช้าวันนี้ว่ามีเหตุแทงกัน ยืนยันระหว่างที่ในงานไม่มีการทะเลาะวิวาทกันแต่อย่างใด

ด้านคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวเยาวชนชาย ชื่อนายเอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี และ นายบี (นามสมมติ) อายุ 17 ได้ขณะที่เข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เนื่องจากมีพลเมืองดีนำคลิปหลักฐานขณะเกิดเหตุมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และพบว่าทั้ง 2 คน มีลักษณะการแต่งกายตรงกับกลุ่มวัยรุ่นในคลิปเจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวมาสอบสวนซึ่งทั้ง 2 คนให้การรับสารภาพว่า เป็นบุคคลที่ก่อเหตุใช้มีดปลายแหลมความยาวประมาณ 8 นิ้ว แทงนายมาร์ค เนื่องจากแค้นที่นายมาร์คชนรถจักรยานยนต์ของพี่ชายแล้วหนี จึงได้ขับรถไล่ติดตาม แต่นายมาร์คยังชนรถของเพื่อนที่จอดรอจนได้รับความเสียหาย ตนจึงได้นำมีดที่พกมาแทงนายมาร์คจนได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา 

เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวน ได้ทำบันทึกคำให้การไว้ก่อนนำตัวส่งศาลเยาวชนและครอบครัวอุบลราชธานี เพื่อฝากขัง เนื่องจากทั้ง 2 ยังเป็นเยาวชนที่ต้องส่งตัวภายใน 24 ชั่วโมง ประกอบกับวันนี้เป็นวันเสาร์ ศาลเปิดทำการครึ่งวัน โดยแจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 2 คน ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพกพาอาวุธมีดไปในเมืองชุมชนทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต