"รอง ผบก.น.6" ยันเดินหน้าสำนวนเด็ก 14 กราดยิงพารากอน หลังอัยการตีกลับ เผยเด็กตอบคำถามอื่นได้หมด เว้นเกี่ยวกับคดีอ้าง "จำไม่ได้" เตรียมทำหนังสืออายัดตัวเด็ก 14 รักษาตัวต่อใน รพ. จนกว่าจะต่อสู้คดีได้
จากกรณีรองโฆษกอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า สํานักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว 3 ได้คืนสํานวนการสอบสวน คดีเด็ก อายุ 14 กราดยิงพารากอน เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 66 ที่ผ่านมา เนื่องจาก เด็กชายคนดังกล่าว ซึ่งเป็นเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ตกเป็นผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนได้มีการส่งตัวผู้ต้องหาซึ่งเป็นเด็กไปยังสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ เพื่อทําการตรวจและบําบัดรักษา ซึ่งจากการตรวจสํานวนการสอบสวนปรากฏข้อเท็จจริงว่าพนักงานสอบสวนได้ดําเนินการแจ้งข้อกล่าวหา ในความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต, ให้มีอาวุธปืนติดตัวและยิงปืนในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และสอบสวนคําให้การของผู้ต้องหาซึ่งเป็นเด็ก โดยไม่ได้รอผลการวินิจฉัยจากแพทย์ เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเด็กยังไม่สามารถต่อสู้คดีได้ จึงมีการส่งสำนวนกลับมาให้ทางพนักงานสอบสวน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 ธันวาคม 2566 พ.ต.อ.จิรพัฒน์ พรหมสิทธิการ รอง ผบก.น.6 เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลวินิจฉัยจากแพทย์เพิ่มเติม ว่าเด็กพร้อมจะต่อสู้คดีได้เมื่อไร จึงจะเริ่มมีการสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งและสรุปสำนวนส่งอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งกรณีดังกล่าว ก่อนหน้าที่พนักงานสอบสวนมีการเข้าไปแจ้งข้อกล่าวหาเด็กไปแล้วนั้น ทางแพทย์เจ้าของไข้ได้มีการอนุญาตให้เข้าไปสอบปากคำเด็กได้ ทางทีมพนักงานสอบสวนจึงมีการเข้าไปสอบปากคำ โดยไม่ได้เข้าไปแบบพลการ หรือผิดขั้นตอนแต่อย่างใด ซึ่งมีหนังสือแจ้งมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 66 ว่าแพทย์อนุญาตให้ไปสอบปากคำเด็กได้ และในการสอบปากคำมีทั้งอัยการ สหวิชาชีพและทนายความ ซึ่งเด็กสามารถตอบโต้ได้ทั้งหมด
...
พ.ต.อ.จิรพัฒน์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามทางความเห็นแพทย์ก็จะไม่ขอก้าวล่วง แต่ตามความเห็นของพนักงานสอบสวน ทางเด็กสามารถต่อสู้คดีได้ จึงมีการสรุปสำนวน ส่งไปให้อัยการ โดยตามข้อเท็จจริงผู้ที่อนุญาต ในการให้ทีมพนักงานสอบสวนเข้าไปสอบปากคำเด็กก็คือ แพทย์เจ้าของไข้ แต่นอกจากแพทย์แล้วก็จะมีทีมนักจิตวิทยามาร่วมประเมิน
ส่วนกรณีหากพนักงานสอบสวนยังสอบปากคำ และไม่ส่งสำนวนให้อัยการแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธ.ค. 66 อาจจะต้องปล่อยตัวเด็กออกจากสถานที่รักษาตัว นั้น พ.ต.อ.จิรพัฒน์ กล่าวว่า โดยเบื้องต้นในวันนี้ ได้ให้ทางพนักงานสอบสวนมีการร่างหนังสือ ถึงสถาบันกัลยาณ์ฯ ที่เด็กรักษาตัวอยู่ โดยอาศัยอำนาจตามศูนย์รักษาสุขภาพจิต เพื่อขอให้สถาบันกัลยาณ์ฯ รักษาเด็กต่อไปได้ และอาศัยอำนาจตาม ป.วิอาญามาตรา 14 และ พ.ร.บ.สุขภาพจิต มาตรา 36 เนื่องจากเห็นว่าเด็กยังไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ทางพนักงานสอบสวนก็ขอให้ทางสถาบันกัลยาณ์ฯ รับตัวเด็กไว้จนกว่าอาการจะทุเลาหรือ จนกว่าเด็กจะต่อสู้คดีได้ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายที่รองรับ