พล.ต.ต.ตานิตย์ รามดิษฐ์ ผบก.ภ.จว.กระบี่ ในฐานะอดีต ผบก.ภ.จว.พัทลุง โดดป้อง พ.ต.ท. หัวหน้า ชุด ชปส.ภ.จว.พัทลุง คอนเฟิร์มเป็นตำรวจน้ำดี อันดับ 1 มือปราบยาภาคใต้ตอนล่าง หลังถูกพาดพิง เรียกรับผลประโยชน์กลุ่มค้ายาเสพติด พร้อมมองคดี "เสี่ยแป้ง" เป็นเรื่องของกฎแห่งกรรม
สั่นสะเทือนเขย่ากระบวนการยุติธรรม ภายหลังนายเชาวลิต ทองด้วง หรือแป้ง นาโหนด อายุ 38 ปี ผู้ต้องขังที่เข้ารักษาอาการป่วย แล้วหลบหนีออกจาก รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช กลางดึกคืนวันที่ 22 ต.ค. ไปกบดานบนเทือกเขาบรรทัด และบ้านในตระ อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานระดมกำลังนับร้อยนายปิดล้อมไล่ล่าร่วม 1 เดือน แต่ยังจับตัวไม่ได้ กระทั่งนายแป้งออกมาเผยแพร่คลิปวิดีโอผ่านสื่อโซเชียล อ้างไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดีที่พาพวกบุกชิงตัวนายจรวด เครือข่ายยาเสพติด ที่ถูกตำรวจ ภาค 8 จับตัวไปรีดค่าไถ่ และข้อหาปล้นปืนตำรวจ ทำให้นายแป้งถูกศาลชั้นต้นตัดสินจำคุกเพียงคนเดียว ขณะที่เพื่อนร่วมแก๊งได้รับการประกันตัวและหลุดคดีทั้งหมด ในคลิปดังกล่าว นายแป้งยังกล่าวอ้างพาดพิงว่าถูกหลอกใช้จากอัยการบอย ประธานติ่ง และพ่อของนายจรวดด้วย ส่งผลให้สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องออกมาเคลื่อนไหวตอบคำถามสังคมให้กระจ่าง
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 พล.ต.ต.ตานิตย์ รามดิษฐ์ ผบก.ภ.จว.กระบี่ อดีต ผบก.ภ.จว.พัทลุง ซึ่งเป็นอดีตผู้บังคับบัญชาของนายตำรวจยศพันตำรวจโทรายหนึ่ง (ที่ถูกพาดพิงว่าเรียกรับผลประโยชน์จากกลุ่มค้ายาเสพติด ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ) กล่าวว่า ตำรวจยศพันตำรวจโทที่มีการกล่าวถึงตามสื่อต่างๆ นั้นเป็นหัวหน้าชุด ชปส.ภ.จว.พัทลุง ซึ่งเป็นนายตำรวจที่มีความตั้งใจทำงานสูง มีผลงานด้านการปฏิบัติงานในการปราบปรามยาเสพติดมาอย่างต่อเนื่อง เป็นชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดของ จ.พัทลุง และมีความรู้ของกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดที่ค้ายาเสพติดติดในพื้นที่ จ.พัทลุง เป็นอย่างดี
...
ซึ่งในปี พ.ศ. 2564-2566 ในขณะที่ตนดำรงตำแหน่ง ผบก.ภ.จว.พัทลุงนั้น ชุดปฏิบัติการดังกล่าว มีความขยันขันแข็งในการปราบปรามยาเสพติด จนได้รับรางวัลผู้จับกุมยาเสพติดในพื้นที่เป็นอันดับ 1 ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ ตอนล่างที่มากกว่า จ.สงขลา ทั้งๆ ที่จังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดเล็กๆ แต่สามารถจับกุมผู้ต้องหายาเสพติดและเครือข่ายได้เป็นอันดับ 1 ของภาคใต้ได้
พล.ต.ต.ตานิตย์ ยังกล่าวอีกว่า เป็นธรรมดาเมื่อมีการจับกุมกันมาก ก็ย่อมมีศัตรูมากจากกลุ่มยาเสพติดที่เชื่อมโยงกัน
ส่วนในกรณีที่มีข่าวการร้องเรียนเรื่องต่างๆ ของนักโทษนั้น ตนไม่ทราบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว แต่ตนเชื่อว่า ตำรวจชุดนี้เป็นชุดที่ทำงานกันอย่างจริงจังและอาจจะถูกใส่ร้าย ซึ่งหากสามารถโยกย้าย ผลักดันให้นายตำรวจผู้นี้ออกนอกพื้นที่ได้ ผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์ก็คือ กลุ่มค้ายาเสพติด ส่วนผู้ที่สูญเสียประโยชน์สูงสุดก็คือประชาชนในพื้นที่ จ.พัทลุง ที่จะทำให้ยาเสพติดแพร่หลายมากยิ่งขึ้น บุตรหลานของประชาชนก็จะกลับมาติดยาเสพติดอีกเป็นจำนวนมาก
ส่วนรายชื่อผู้ต้องขังอาจจะเป็นการล่ารายชื่อ โดยให้เซ็นชื่อกันและไม่รู้ว่าเอาไปร้องเรียนเรื่องอะไร เพราะเห็นว่ามีการร้องเรียนผู้บัญชาการเรือนจำกลางพัทลุง และร้องเรียนเรื่องโน้นเรื่องนี้ ก็จะต้องตรวจสอบการร้องเรียนดังกล่าวกันต่อไป
สำหรับเรื่องการร้องเรียนดังกล่าวนี้ ในสมัยที่ตนเป็น ผบก.ภ.จว.พัทลุง ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงไปแล้ว 1 ครั้ง และได้ยุติเรื่องไปแล้ว
“ในเรื่องของข่าว เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นข่าวที่ฉาวโฉ่ไปทั่วประเทศนั้น เป็นเรื่องของกฎแห่งกรรม ที่ใครทำดีย่อมได้ดี ใครที่ทำไม่ดีก็ต้องรับกรรมที่ตนได้กระทำเอาไว้” พล.ต.ต.ตานิตย์ กล่าวทิ้งท้าย