สกลนคร-ตำรวจวิสามัญหนุ่มคลั่งยาบ้าดับคาทุ่งนา ญาติข้องใจถูกยิงจากข้างหลังกระสุนเจาะท้ายทอยดับ วอนขอความเป็นธรรม ผกก.สภ.บ้านม่วง ยันทำตามขั้นตอนยุทธวิธีทุกประการ
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากญาติผู้เสียชีวิตรายหนึ่ง ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านม่วง จ.สกลนคร กระทำวิสามัญฆาตกรรม ในขณะที่เข้าระงับเหตุผู้ตายที่อยู่ในอาการคลุ้มคลั่งจากฤทธิ์ยาบ้า แต่ญาติคาใจหลังพบรอยกระสุนเจาะท้ายทอยทะลุหน้าผาก ทำให้เสียชีวิต จึงร้องมายังสื่อมวลชน เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
หลังได้รับการร้องเรียน ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว โดยเดินทางไปที่วัดป่าศิลาอาสน์ บ.ดงหม้อทอง ต.ดงหม้อทองใต้ อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร สถานที่ตั้งศพของนายสาธิต ธรรมรัง อายุ 39 ปี ผู้เสียชีวิตจากการถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญฆาตกรรม บรรยากาศภายในงานค่อนข้างเงียบเหงา มีเพียงญาติมาคอยเตรียมงานเพื่อสวดอภิธรรมในช่วงค่ำวันนี้
ซึ่งผู้สื่อข่าวได้พบกับนางชมพู ชัยบุญมี อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 75 ม.2 บ.ดงหม้อทอง ต.ดงหม้อทองใต้ อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร ภรรยาผู้เสียชีวิต ได้เปิดเผยว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 24 พ.ย. 66 ชาวบ้านโทรศัพท์มาบอกว่า สามีของตนมีอาการคลุ้มคลั่ง ปีนขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ ตนจึงได้แจ้งไปยังผู้นำชุมชน ก่อนที่จะมีการประสานไปยังตำรวจ สภ.บ้านม่วง ให้มาระงับเหตุ ซึ่งในระหว่างที่กำลังเดินทางไปนั้น พบว่าสามีของตนได้ลงจากต้นไม้และขี่รถจักรยานยนต์หนีไปยังบ้านญาติ ซึ่งอยู่ที่ท้ายหมู่บ้าน จึงได้พากันติดตามไปพร้อมทั้งตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครตำรวจ
...
เมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าว นายสาธิตเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็รีบวิ่งเข้าไปหลบข้างบนบ้านและปิดประตูขังตัวเองไว้ข้างใน ตนและลูกๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้นำชุมชนพยายามพูดจาเกลี้ยกล่อมให้เข้ามอบตัว แต่ก็ไม่เป็นผล นายสาธิตไม่ยอมพูดจาตอบโต้ใดๆ ใช้อาวุธมีดปลายแหลมกวัดแกว่งไปมา ลักษณะพยายามขู่ไม่ให้ใครเข้าไปใกล้
จนกระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น. นายสาธิตมีลักษณะเหมือนจะพยายามหลบหนีออกมาจากบ้าน เจ้าหน้าที่จึงใช้อาวุธปืนที่บรรจุกระสุนยางยิงสกัด และพยายามเข้าจับกุม แต่นายสาธิตกลับวิ่งเข้าไปในห้องนอนของบ้านหลังดังกล่าว และปิดประตูล็อกด้านในขังตัวเองไว้ แม้จะพยายามช่วยกันเกลี้ยกล่อมยังไงก็ไม่มีเสียงตอบรับ กระทั่งถึงเวลาประมาณ 01.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงจะเกิดอันตราย จึงตกลงใจทำการปิดล้อมไว้ก่อน เพื่อรอให้ถึงเช้ามีแสงสว่าง จะได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ปรากฏว่าเวลาประมาณ 02.00 น. นายสาธิตอาศัยจังหวะที่เจ้าหน้าที่เผลอ ปีนหน้าต่างออกมาก่อนจะวิ่งลงบันไดเพื่อหลบหนีจากวงล้อม เจ้าหน้าที่จึงได้วิ่งติดตามไป จากนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด
ซึ่งเมื่อตนวิ่งตามไปถึง ก็พบว่าสามีนอนคว่ำหน้าเสียชีวิตกลางทุ่งนา ห่างจากบ้านที่หลบซ่อนตัวประมาณ 150 เมตร โดยพบมีรอยกระสุนปืน 3 แห่ง คือที่ขาทั้งสองข้างและที่บริเวณท้ายทอยอีก 1 แห่ง
นางชมพู กล่าวอีกว่า ทางครอบครัวตนยอมรับว่านายสาธิตเป็นผู้เสพยาบ้าจริง แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยทำร้ายใคร แต่จากลักษณะของการเสียชีวิตของนายสาธิต ทำให้ตนและญาติๆ รู้สึกข้องใจในการเข้าระงับเหตุของทางเจ้าหน้าที่ ว่าทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ เพราะจากบาดแผลกระสุนปืนพบว่าถูกยิงจากด้านหลังเข้าที่บริเวณท้ายทอย ซึ่งเป็นเหตุให้เสียชีวิต ซึ่งหากสามีของตนขัดขืนหรือต่อสู้ทำร้ายเจ้าหน้าที่ที่เข้าทำการจับกุม ก็น่าจะหันหน้าเข้าเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏคือรูกระสุนที่ชัดเจนว่าถูกยิงจากด้านหลัง จึงเป็นเหตุที่ทำให้รู้สึกคลางแคลงใจ จึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัวด้วย เนื่องจากผู้ตายถือเป็นเสาหลักของครอบครัว
ในส่วนของพยานแวดล้อมที่อยู่ในที่เกิดเหตุนั้น ผู้สื่อข่าวได้พบกับนายหนม พูนเพิ่ม ผู้ใหญ่บ้านดงหม้อทองหมู่ 8 ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ได้พาผู้สื่อข่าวไปยังที่เกิดเหตุที่บ้านที่นายสาธิตเข้าไปหลบซ่อนตัว และจุดที่ถูกยิงเสียชีวิต พร้อมเล่าเหตุการณ์ให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ยิงกระสุนยางเพื่อระงับเหตุ ปรากฏว่าผู้ก่อเหตุเองหนีกลับเข้าไปในบ้าน ล็อกห้องอยู่ข้างใน กระทั่งช่วงเวลาตี 2 กว่าๆ นายสาธิตอาศัยจังหวะเผลอของเจ้าหน้าที่ พยายามวิ่งหลบหนีออกจากบ้านพร้อมอาวุธมีดที่พกติดตัว จนเกิดการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ จนท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่ต้องระงับเหตุโดยการวิสามัญฆาตกรรมดังกล่าว
...
เช่นเดียวกันกับนายชัยยง การุณ อส.ตร.ประจำหมู่บ้านดงหม้อทอง อีกหนึ่งผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า วันเกิดเหตุได้ทำหน้าที่เข้าระงับเหตุร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และชุด ชรบ.หมู่บ้าน ซึ่งทุกฝ่ายอยากให้ผู้ก่อเหตุนั้นออกมามอบตัว ยืนยันทำตามขั้นตอน ตามยุทธวิธีร่วมกับเจ้าหน้าที่ เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีอาวุธมีดจึงต้องใช้ความระมัดระวัง พอถึงช่วงเวลาตี 2 กว่าๆ ของคืนนั้น ผู้ก่อเหตุได้อาศัยตอนจังหวะเจ้าหน้าที่เผลอ ได้กระโดดลงจากบ้านที่หลบซ่อนอยู่ วิ่งผ่านหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจไป โดยในมือถืออาวุธมีดปลายแหลมวิ่งฝ่าออกไปตามทุ่งนา ห่างออกไปประมาณ 100 เมตร มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสกัดจับกุมจนเกิดต่อสู้กัน แต่ตำรวจพลาดท่าเสียหลักล้มลง และผู้ก่อเหตุทำท่าจะทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกนายที่ตามหลังไปกระชั้นชิดเห็นท่าไม่ดี จึงตัดสินใจระงับเหตุด้วยอาวุธปืนดังกล่าว
ด้าน พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ อรัณยกานนท์ ผกก.สภ.บ้านม่วง ซึ่งเดินทางมาร่วมสวดอภิธรรมศพ ได้เปิดเผยว่า ทราบรายงานเหตุในช่วงกลางคืนจึงได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ใช้ความระมัดระวัง โดยแนะนำให้ทำการปิดล้อมไว้ และให้ดำเนินการต่อในเวลาเช้าที่มีแสงสว่างแล้ว แต่ปรากฏว่ากลางดึกนายสาธิตพยายามหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าทำการสกัดจับแต่พลาดท่าล้มลง และนายสาธิตพยายามใช้อาวุธมีดทำร้ายเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการวิสามัญเพื่อระงับเหตุดังกล่าว
...
ยืนยันทุกอย่างทำตามขั้นตอน ตามยุทธวิธีทุกประการ ภายหลังจากนายสาธิตเสียชีวิตได้มีการตรวจสอบจุดเกิดเหตุร่วมกัน 5 ฝ่าย ซึ่งภรรยาอยู่ใกล้ๆ เหตุการณ์และรับทราบกระบวนการปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด หลังจากนั้นได้นำร่างของนายสาธิตส่งผ่าพิสูจน์ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น ก่อนส่งมอบคืนแก่ญาติไปประกอบพิธีทางศาสนา
ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจชันสูตรพลิกศพ ซึ่งในส่วนของคดีก็อยู่ในช่วงรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งต้องมีการสอบพยานแวดล้อมที่อยู่ในเหตุการณ์ประมาณ 20 ปาก รวมทั้งผลตรวจด้านนิติวิทยาศาสตร์ ก่อนที่จะมีการสรุปสำนวนคดีได้ ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร แต่ยืนยันจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด และต้องให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกๆ ฝ่าย ซึ่งหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น ทางตำรวจเองก็ได้ให้การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยมอบเงินช่วยค่าจัดงานให้ภรรยาผู้เสียชีวิต 20,000 บาท และร่วมเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมทุกคืน รวมทั้งจะเข้าร่วมในพิธีฌาปนกิจในวันพรุ่งนี้ด้วย.