ตำรวจสอบสวนกลาง ตามจับอดีตแฟนสาว หนุ่มผิวสีชาวไนจีเรีย แก๊งโรแมนซ์สแกม หลังโดนทิ้งกลับมาอยู่ไทย หางานทำลำบาก-เงินไม่พอใช้ ผันตัวเปิด "บัญชีม้า" นานกว่า 1 ปี เริ่มถูกตำรวจไล่ล่า จึงหลบหนีก่อนจนมุมถูกจับที่พิษณุโลก

เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 66 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม จับกุมตัว น.ส.จุฑาลักษณ์ อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดปทุมธานี ที่ จ.2/2564 ลงวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2564 ข้อหา "ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น" ศาลอาญาที่ จ.3350/2566 ลงวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2566 ข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง" และศาลจังหวัดเชียงใหม่ที่ จ.693/2564 ลงวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564 ข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น" โดยจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าร้านอาหารในพื้นที่ อ.เมือง จ.พิษณุโลก

สืบเนื่องจากก่อนเกิดเหตุ น.ส.จุฑาลักษณ์ ได้เดินทางไปทำงานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในประเทศมาเลเซีย และได้พบรักกับหนุ่มผิวสี ชาวไนจีเรีย ผ่านการแนะนำของเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน จากนั้นแฟนหนุ่มชาวไนจีเรีย ได้รับผู้ต้องหามาอยู่ด้วยกันและได้ดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายทุกอย่าง โดยที่ผู้ต้องหาไม่ต้องทำงาน ซึ่งระหว่างอยู่ด้วยกัน ผู้ต้องหาก็ทราบว่า แฟนหนุ่มทำงานเกี่ยวกับการหลอกผู้หญิงให้หลงรักแล้วหลอกให้โอนเงิน แต่ด้วยความรัก ผู้ต้องหาจึงไม่ได้คิดอะไร หลังจากอยู่ด้วยกันเกือบ 2 ปี แฟนหนุ่มได้เดินทางกลับประเทศบ้านเกิด และไม่ได้เดินทางกลับมาอีก ผู้ต้องหาจึงเดินทางกลับมาอยู่ประเทศไทย แต่เนื่องจากหางานทำลำบากรายได้ไม่พอใช้ เพื่อนสาวคนไทยที่เคยแนะนำให้ผู้ต้องหารู้จักกับแฟนหนุ่มชาวไนจีเรีย จึงติดต่อมาหาและยืนข้อเสนอให้ผู้ต้องหาเปิดบัญชีม้าให้ โดยจะได้รับค่าตอบแทนในการเปิดบัญชี บัญชีละ 10,000 บาท และค่ากดเงินสด ครั้งละ 1% ของยอดเงินสดที่กดออกมา โดยจะให้กดเงินสดออกมาแล้วฝากเข้าบัญชีอื่น ตามที่เพื่อนสาวแจ้งมา ซึ่งผู้ต้องหาเปิดบัญชีให้ประมาณ 5-6 บัญชี และเคยกดเงินสดออกมาแล้วฝากเข้าบัญชีอื่นรวมเป็นเงินหลายล้านบาท ผู้ต้องหาได้ทำงานดังกล่าวอยู่ประมาณ 1 ปีเศษ บัญชีก็เริ่มถูกอายัดและเริ่มถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามตัว และไม่สามารถติดต่อเพื่อนสาวได้อีก หลังจากนั้นผู้ต้องหาจึงเริ่มหลบหนี

...

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. ได้ทำการสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหาจนทราบว่า ได้หลบหนีมาอาศัยอยู่ที่บริเวณร้านอาหารในพื้นที่ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบผู้ต้องหาอยู่บริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและแสดงหมายจับให้ผู้ต้องหาทราบ ผู้ต้องหาจึงยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการจับกุมตัวผู้ต้องหา และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สวนพริกไทย จ.ปทุมธานี จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหายอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นจึงส่งตัวดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป