ตำรวจทางหลวงไล่จับโจรขโมยปิกอัพจากพังงา แวะสมุทรสงครามขโมย จยย.นำขึ้นท้ายปิกอัพ โดนไล่ล่าขับหนีทั่ว อ.ปากท่อ ราชบุรี เจอทางตัน จนมุมทิ้งรถหนีเข้าบ้านคนเปลี่ยนเสื้อเจ้าของบ้านมาใส่หวังตบตา จนท. สุดท้ายไม่รอด โดนจับพร้อมสาวที่พานั่งรถมาด้วย ยังปฏิเสธ
เวลา 21.00 น. วันที่ 6 พ.ย. 66 เจ้าหน้าที่ตำรวจภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้รับแจ้งจากชุดปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เมื่อคืนวันที่ 5 พ.ย. ว่ามีคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ในบ้านผู้เสียหายรายหนึ่งที่ จ.พังงา ซึ่งคนร้ายได้ขโมยรถยนต์กระบะฟอร์ด สีแดง หมายเลขทะเบียน บพ 7615 ปราจีนบุรี และเงินสดอีกจำนวนหนึ่ง แล้วขับขโมยรถจักรยานยนต์ที่สมุทรสงคราม เป็นรถฮอนด้าดรีม สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน บรรทุกมาในรถกระบะ จึงได้แจ้งข่าวให้ตำรวจทางหลวงทุกพื้นที่ทราบเพื่อสกัดจับผู้ก่อเหตุในจุดเส้นทางต่างๆ ทุกพื้นที่
กระทั่งเวลา 20.00 น. พ.ต.ต.วรฉัตร ฉลวยแสง สว.ส.ทล.2 กก.2 บก.ทล., ร.ต.อ.สมศักดิ์ ทรัพย์เล็ก, ด.ต.ไพศาล เจริญเรืองทรัพย์, ด.ต.สายัณห์ แก้วอนันต์, ด.ต.จิรวัฒน์ แตงจุ้ย, สายตรวจตำรวจทางหลวง วังมะนาว พบเห็นรถคันดังกล่าวบนถนนเพรชเกษม บริเวณกม.ที่ 123 ต.วังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี จึงขับรถเข้าแสดงตัว แต่ผู้ต้องหาได้ขับรถหลบหนีย้อนศรเข้าสี่แยกปากท่อ เจ้าหน้าที่จึงได้เร่งติดตามอย่างรวดเร็ว และได้ประสานงานแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ปากท่อ ร่วมสกัดจับ จนผู้ต้องหาได้เลี้ยวรถเข้าไปถนนซอยตัน ถนนเลียบทางรถไฟ ต.ปากท่อ รถได้พุ่งลงไปในคูน้ำ คนร้ายทราบชื่อต่อมาชื่อ นายธีรวิชญ์ คำสุวรรณ อายุ 39 ปี อยู่หมู่ 14 ต.ไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม ได้เปิดประตูรถวิ่งหนีเข้าไปในป่ากก ตำรวจทางหลวงวังมะนาวบูรณาการร่วมกับชุดสืบสวน สภ.ปากท่อ นำกำลังค้นหาผู้ที่หลบหนีเข้าไปในป่า ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จึงพบตัวผู้ก่อเหตุหลบหนีแอบอยู่บ้านคนบริเวณริมทางรถไฟปากท่อ ขโมยเสื้อผ้าเจ้าของบ้านเอามาใส่เปลี่ยนจากชุดเดิม นั่งอยู่ในบ้านทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เห็นผิดปกติจึงเรียกออกมา แต่คนร้ายอ้างว่าเดินหลงมาผิดบ้าน จะมาหาเพื่อนแถวนี้ ทั้งๆ ที่เจ้าของบ้านยังงงอยู่ว่าเป็นใคร เข้ามาได้ยังไง
...
จากนั้นตำรวจทางหลวงได้เข้าจับกุมไว้ โดยที่ นายธีรวิชญ์ ผู้ต้องหามากับหญิงสาวอีก 1 คน อายุ 30 ปี เป็นชาว ต.ควนชุม อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ หรือร่วมกันรับของโจร นำตัวส่ง สภ.เมืองสมุทรสงคราม และติดต่อไปที่ สภ.พังงา เพื่อมาอายัดตัว โดยทั้ง 2 คนยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา.