สาว 37 พาลูกสาววัย 14 ปี ร้องทุกข์ "เพจสายไหม" หลังถูกปู่แท้ๆ ซึ่งเป็นอดีตดาบตำรวจ ข่มขืนมาราธอนตั้งแต่เรียน ป.3 จนถึง ม.1 เป็นเวลา 5 ปีเต็ม ล่าสุดผู้เสียหายแจ้งความแล้ว 

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 66 ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด เขตสายไหม กทม. น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 37 ปี พา ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ลูกสาว เดินทางเข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือต่อ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กรณีลูกสาวถูกดาบตำรวจ ซึ่งเป็นปู่แท้ๆ ล่วงละเมิดทางเพศ ข่มขืนกระทำชำเราตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ขณะเรียนอยู่ชั้น ป.3 โดยข่มขืนเรื่อยมาจนถึงชั้น ม.1 เป็นเวลากว่า 5 ปี

โดย น.ส.เอ เปิดเผยว่า ตนแต่งงานอยู่กินกับสามี ซึ่งเป็นลูกชายของดาบตำรวจรายนี้มานานกว่า 15 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน คนโตเป็นผู้หญิง คือ ด.ญ.บี อายุ 14 ปี ส่วนคนเล็กเป็นผู้ชาย อายุ 10 ปี ตนทราบเรื่องนี้เมื่อเดือน ก.ย. 2566 ที่ผ่านมา สาเหตุเนื่องจากตนและสามีต้องทำงานทั้งคู่ จึงอยากให้ลูกสาวไปเรียนต่อชั้น ม.3 ที่ต่างจังหวัด ซึ่งเป็นบ้านของปู่กับย่า แต่ลูกสาวปฏิเสธ ตนสังเกตเห็นลูกมีอาการหวาดกลัวอย่างผิดปกติในทุกครั้งที่บอกให้ลูกไปเรียนต่อที่บ้านปู่ ตนและสามีจึงพยายามสอบถามสาเหตุที่แท้จริง ลูกจึงเล่าให้ฟังว่าถูกปู่ล่วงละเมิดทางเพศ ลงมือข่มขืนตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ขณะเรียนอยู่ชั้น ป.3 เรื่อยมาจนถึงชั้น ม.1 เป็นเวลา 5 ปีเต็ม โดยช่วงเวลาที่ก่อเหตุคือ วันเสาร์-อาทิตย์ เนื่องจากตนและสามีทำงานทุกวัน เพื่อหาเงินมาส่งเสียลูก ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จึงให้ลูกไปอยู่กับปู่ที่แฟลตตำรวจ ลูกจึงถูกกระทำเรื่อยมา จนกระทั่งลูกเรียนชั้น ม.2 ตนเห็นว่าลูกโตแล้ว ทำกับข้าวเป็น จึงให้อยู่ที่บ้านโดยไม่ได้ให้ไปอยู่กับปู่ แต่ทางปู่ก็พยายามติดต่อมาให้พาหลานไปอยู่ด้วย แต่ลูกสาวยืนยันว่าจะขออยู่บ้าน ตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร คิดว่าลูกโตแล้ว คงอยากมีความเป็นส่วนตัว

...

กระทั่งเดือน ก.ย. 2566 ที่ผ่านมา ตนและสามีได้ปรึกษากัน อยากให้ลูกไปเรียนต่อที่ต่างจังหวัด ซึ่งเป็นบ้านของปู่ เนื่องจากปู่เกษียณอายุราชการ และกลับไปอยู่บ้าน ปู่จึงติดต่อมาขอรับอาสาช่วยดูแลลูกสาวแทน ตนจึงมาคุยกับลูก แต่เห็นความผิดปกติคือลูกปฏิเสธ และมีอาการหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด จึงสอบถามสาเหตุ ลูกสาวจึงพูดออกมาทั้งหมดว่า ถูกปู่ล่วงละเมิดทางเพศ

"หลังทราบเรื่อง ตนได้ปรึกษากับสามีว่าจะทำอย่างไรดี แต่ก็ต้องตกใจเมื่อสามีบอกว่า "พ่อยังไม่หยุดพฤติกรรมแบบนี้อีกเหรอ" พร้อมอธิบายว่า ตอนสามียังเด็กก็ทราบมาว่าพ่อเคยมีพฤติกรรมแบบนี้มาก่อนกับคนอื่น พอแก่แล้วไม่คิดว่าพ่อยังจะทำกับหลานแท้ๆ นอกจากนี้ตนยังได้สอบถามไปที่ย่าว่าทราบเรื่องนี้หรือไม่ ย่าบอกว่าพอทราบบ้าง แต่ไม่กล้าพูดอะไร เพราะกลัวพูดแล้วจะไม่มีใครเชื่อ ตอนทราบเรื่องตนกับสามีตั้งใจว่าจะไม่เอาเรื่อง เพราะเห็นว่าปู่แก่แล้ว โดยจะแยกไม่ให้มาเข้าใกล้ลูกได้อีก แต่ปู่กลับมีพฤติกรรมคุกคาม พยายามบังคับให้ตนส่งลูกไปอยู่ด้วย ตนจึงปฏิเสธ ทางปู่จึงใช้คำพูดด่าทอด้วยคำหยาบคาย ตนจึงปรึกษาคนในครอบครัวและเพื่อนที่ทำงาน ซึ่งทุกคนจึงแนะนำให้มาขอความช่วยจากเพจสายไหมต้องรอด" น.ส.เอ กล่าว

ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ภายหลังรับแจ้งได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผกก.สภ.บางพลี พาผู้เสียหายเข้าพบเพื่อแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุดต่อไป โดยมีทีมสหวิชาชีพ จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เข้าร่วมสอบปากคำด้วย.