สืบนครบาล รวบบัญชีม้าคอลเซ็นเตอร์ 3 หมายจับ อ้าง สภ.ชลบุรี หลอกเหยื่อเกี่ยวข้องยาเสพติดโอนเงินให้เกือบ 2 แสนบาท สอบสวนอ้างเปิดบัญชีให้แท็กซี่ ได้ค่าจ้าง 400-500 บาท
เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 66 จากนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ รรท.รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรม ที่กระทำความผิดทุกรูปแบบ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้เร่งทำการสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหา ตามหมายจับเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขบวนการนี้อ้าง สภ.ชลบุรี หลอกผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยใช้บัญชีม้าชื่อ นางสมพิศ ศรีแสง มูลค่าความเสียหายเกือบ 2 แสนบาท อ้างเปิดบัญชีให้รถยนต์รับจ้างสาธารณะ ได้ค่าจ้างบัญชีละ 400-500 บาท
โดยวันที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมา พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.ฯ, พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก สส.ฯ, พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สส.1ฯ, พ.ต.ท.พีรบูรณ์ แก้วดู รอง ผกก.สส.1ฯ, และพ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากรณ์ รอง ผกก.สส.1ฯ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.พัฒพงษ์ กื้อมะโน สว.กก.สส.4ฯ, พ.ต.ต.คณิตนนท์ ถนอมศรี สว.กก.สส.1ฯฯ พร้อมชุดปฏิบัติการที่ 2 และ 4 ร่วมกันจับกุม นางสมพิศ หรือเอ๋ ศรีแสง อายุ 45 ปี ชาวจังหวัดตาก ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.130/2565 ลงวันที่ 25 ก.พ. 2565 ฐาน "ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน" จับกุมตัวได้ที่บริเวณหอพักไม่ทราบเลขที่ ภายในซอยจรัญสนิทวงศ์ 40/1 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม. ตรวจสอบประวัติพบหมายจับเพิ่มอีก 3 หมาย ได้แก่ 1. ศาลจังหวัดอ่างทอง ที่ 113/2565 ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2565 ข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน" 2. ศาลาอาญา ที่ 1908/2565 ลงวันที่ 9 กันยายน 2565 ข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน" และ 3. ศาลจังหวัดปัตตานี ที่ จ.590/2565 ลงวันที่ 9 กันยายน 2565 ข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนด้วยการแสดงตนเป็นคนอื่น และโดยทุจริต ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน"
...
สำหรับพฤติการณ์ในคดีนี้ มีโทรศัพท์เป็นผู้หญิงโทรเข้ามาที่ผู้เสียหาย แต่จำไม่ได้ว่าหมายเลขใด บุคคลดังกล่าวได้ให้ผู้เสียหายแอดไลน์ของบุคคลดังกล่าว ได้ปรากฏไลน์ "สภ.ชลบุรี" ขึ้นมา ในไลน์ดังกล่าวมีรูปตราโล่ตำรวจปรากฏอยู่ด้วย จึงเชื่อว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจจริง ได้มีการโทรศัพท์ทางไลน์เป็นหญิงคนเดียวกับเสียงในโทรศัพท์แจ้งมาว่า ผู้เสียหายเป็นผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดรายใหญ่ ให้โอนเงินไปที่บัญชีธนาคารกรุงเทพ ที่มีชื่อ น.ส.สมพิศ เป็นเจ้าของบัญชีเพื่อทำการตรวจสอบว่า หลังจากที่ผู้เสียหายโอนไปหมดบัญชีแล้ว ยังมีเงินโอนเข้ามาในบัญชีอีกหรือไม่ ถ้ามีเงินโอนเข้ามาถือว่าเป็นเงินยาเสพติด ถ้าหากทางเจ้าพนักงานตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหายาเสพติดรายใหญ่ได้ จะโอนเงินคืนให้กับผู้เสียหาย ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงทำการโอนเงินครั้งแรก จากบัญชีธนาคารกสิกรไทย ที่มีชื่อ น.ส.สมพิศ เป็นเจ้าของบัญชี เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2564 จำนวน 100,000 บาท ที่หน้าเคาน์เตอร์ธนาคารดังกล่าว และไปโอนจากบัญชีธนาคารทหารไทยของผู้เสียหายไปที่บัญชีธนาคารกรุงเทพ ที่มีชื่อ น.ส.สมพิศ เป็นเจ้าของบัญชี เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2564 จำนวน 60,000 บาท ที่ภายในธนาคารทหารไทย เมื่อผู้เสียหายได้ปรึกษาเจ้านาย จึงรู้ว่าถูกมิจฉาชีพดังกล่าวหลอกให้โอนเงินได้รับความเสียหาย จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การว่า มีแท็กซี่มาติดต่อว่าจ้างให้ตนไปเปิดบัญชีธนาคารให้ โดยได้เปิดบัญชีให้แท็กซี่อย่างเดียว ได้ค่าจ้างบัญชีละ 400-500 บาท หลังจากนั้นได้ให้สมุดบัญชีกับบัตรเอทีเอ็มเขาไปด้วย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป