ตำรวจไซเบอร์จับบัญชีม้า เครือข่ายต้มตุ๋นหลอกดู "ยูทูบ-กดไลค์" เพิ่มยอดวิว พบเชื่อมโยง 9 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 2.6 ล้าน
เมื่อวันที่ 31 ต.ค.66 พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คําชํานาญ รอง ผยช.สอท. และ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 สั่งการให้ พ.ต.อ.ศุภรฐโชติ จำหงษ์ ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.1, พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ ชูบุญเรือง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.1 นำกำลังพร้อมหมายจับศาลอาญา ที่ จ.3578/2566 ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2566 เข้าจับกุม นายสุวัฒน์ เมืองงาม อายุ 21 ปี ชาวบางขุนเทียน กทม. ในความผิด "ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ อันมิได้กระทำต่อประชาชน แต่เป็นการกระทำต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง"
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 65 ผู้เสียหายพบโฆษณาลงในเฟซบุ๊ก ลักษณะเชิญชวนหารายได้พิเศษ ผู้เสียหายมีความสนใจจึงติดต่อสอบถาม โดยมิจฉาชีพใช้อุบายแจ้งว่าเป็นงานดูคลิปบน YouTube เพื่อเพิ่มยอดวิว และงานกดหัวใจเพิ่มยอดรีวิวให้แอป shopee โดยให้ค่าคอมมิชชั่นตอบแทน รายได้เฉลี่ยสูงสุดถึง 500 บาทต่อวัน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงกรอกข้อมูลส่วนตัวผ่านลิงก์ที่มิจฉาชีพส่งมาให้
จากนั้นผู้เสียหายได้เริ่มทำภารกิจที่มิจฉาชีพมอบหมาย โดยติดต่อสื่อสารผ่านไลน์กลุ่ม ระหว่างทำภารกิจมิจฉาชีพมีการเชิญบุคคลอื่นเข้ากลุ่มเรื่อยๆ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ โดยครั้งแรกผู้เสียหายโอนเงินไปจำนวน 3 ครั้ง รวม 413 บาท แล้วได้รับผลตอบแทนกลับมา 413 บาท จึงเชื่อว่าทำงานได้เงินจริง จนสุดท้ายโอนเงินไปทั้งสิ้น รวม 152,732 บาท เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงิน ทางมิจฉาชีพอ้างว่าต้องเสียค่าภาษีเพิ่มอีกจำนวน 56,434 บาท จึงจะสามารถทำรายการได้ ผู้เสียหายจึงรู้ตัวว่าถูกหลอกลวงอย่างแน่นอน จึงได้แจ้งความออนไลน์ผ่าน thaipolice.com
...
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกองวิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.1 ทำการสืบสวนเส้นทางการเงินจนทราบว่า นายสุวัฒน์ เป็นผู้ร่วมขบวนการแก๊งหลอกลวงกลุ่มนี้ ทำหน้าที่เปิดบัญชีม้า จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ โดยติดตามจับกุมตัวได้ภายในซอยพระยามนธาตุราชศรีพิจิตร แยก 12 แขวงคลองบางบอน เขตบางบอน กทม.
จากการสอบปากคำ นายสุวัฒน์ ให้การยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง นอกจากนี้ยังพบว่ามีความเชื่อมโยงกับการกระทำผิดในลักษณะดังกล่าวอีก 9 คดี รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมดกว่า 2.6 ล้านบาท โดยเตรียมจะขยายผลจับกุมผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป.