รอง ผบ.ตร. ประชุมเครียดกว่า 6 ชม. ล่า "แป้ง นาโหนด" เผยอาจหลบหนีออกนอกประเทศแล้ว เตรียมออกหมายแดง-จ่อประสาน ตม.ประเทศต่างๆ ล่าตัว เผยออกหมายจับ "หนอน ทุ่งลาน" เพิ่มอีก 1 ทำหน้าที่ขับรถนำพา "เสี่ยแป้ง" หลบหนี
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 30 ต.ค. 66 พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. กล่าวภายหลังการประชุมติดตามความคืบหน้าคดี "เสี่ยแป้ง นาโหนด" กว่า 6 ชั่วโมง ว่า จากพยานหลักฐานตอนนี้มีโอกาสเป็นไปได้ว่า เสี่ยแป้ง จะหลบหนีออกไปยังต่างประเทศแล้ว ซึ่งทางตำรวจจะมีการออกหมายแดงต่อไป และจะประสานไปยังเจ้าหน้าที่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ของแต่ละประเทศด้วย
รอง ผบ.ตร. กล่าวต่อว่า จากการสอบปากคำนายบิ๊กและนายปอย สองผู้ต้องหาพาเสี่ยแป้งหลบหนี ยอมรับว่ามีการไปส่งจริง ก่อนจะมีการแยกย้ายกัน แต่ทางตำรวจขอไม่ระบุสถานที่ส่งว่าจุดสุดท้ายเป็นที่ใด เพราะข้อมูลทุกอย่างอยู่ในสำนวนหมดแล้ว ส่วนประเด็นที่ทั้งสองให้การว่าไม่ได้มีส่วนร่วมพาเสี่ยแป้งหลบหนีนั้น ตนมองว่าผู้ต้องหามีสิทธิให้การอย่างไรก็ได้ แต่ตนเชื่อว่าทางตำรวจมีพยานหลักฐานแน่นหนาเพียงพอ
"หากถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ ที่เสี่ยแป้งจะใช้เส้นทางหลบหนีไปยังท่าเรือตำมะลัง อ.เมือง มุ่งหน้าไปยังเกาะลังกาวี ตนยอมรับว่ามีความเป็นไปได้ เพราะเส้นทางดังกล่าวสามารถออกไปต่างประเทศได้หลายทาง โดยล่าสุดศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวเพิ่มอีก 1 ราย คือ นายสุทิวัส ขุนณรงค์ อายุ 28 ปี หรือ "หนอน ทุ่งลาน" ซึ่งทำหน้าที่ขับรถเก๋งสีดำ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าอยู่ระหว่างการไล่ล่า ซึ่งทุกอย่างอยู่ในสำนวน" รอง ผบ.ตร. กล่าว
รอง ผบ.ตร. กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ทั้ง 4 นาย ที่อยู่ในเหตุการณ์ขณะที่เสี่ยแป้งหลบหนีนั้น เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการสอบปากคำเพิ่มเติ่ม และหากพบว่าจากการรวบรวมพยานหลักฐานแล้วมีความผิดจริงนั้น ทางตำรวจจะมีการออกหมายจับต่อไปทันที
...
"หากถามว่าจะมีการออกหมายจับเพิ่มอีกหรือไม่นั้น ตนมองว่าถ้ามีพยานหลักฐานถึง ก็สามารถออกหมายจับได้หมด ซึ่งคดีนี้ตนไม่ได้มีความหนักใจอะไรมากนัก เพราะเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนทำเต็มที่" รอง ผบ.ตร. กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผช.ผบ.ตร. ที่ลงมาคุมคดีนี้ตั้งแต่วันแรก ได้เดินทางมาที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช และนำตัว นายจีระวุฒิ หรือ ปอย อายุ 31 ปี มาสอบสวนเพิ่มเติมอีก เนื่องจากเชื่อว่านายปอยน่าจะรู้แหล่งกบดานของเสี่ยแป้ง ซึ่งผลการสอบสวน นายปอยยังไม่เปิดเผยแต่อย่างใด แต่ พล.ต.ท.อิทธิพล เปิดเผยหลังสอบสวนว่า มีความคืบหน้าอย่างน่าพอใจ แต่เปิดเผยอะไรไม่ได้มากนัก ก่อนเดินทางกลับไป โดยนายปอยมีสีหน้ายิ้มแย้ม พูดกับผู้สื่อข่าวว่า "ไม่ได้มีความเครียดอะไร ให้การกับตำรวจไปหมดแล้ว ยืนยันว่าแค่ไปเยี่ยมเสี่ยแป้ง แต่ไม่ได้ไปช่วยอะไรเลย" แม้ก่อนหน้านี้ตำรวจสืบสวนภาค 8 จะเค้นสอบปากคำนายปอยตลอดทั้งวันที่ผ่านมา แต่ก็ยังให้การอะไรไม่มากนัก
จากนั้นตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้คุมตัวนายบิ๊กและนายปอย สองผู้ต้องหาที่ให้การช่วยเหลือพาเสี่ยแป้งหลบหนีจาก รพ.ออกจากห้องขัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใส่กุญแจมือ พร้อมใช้โซ่มัดมือผู้ต้องหาทั้งสองไขว้หลังเอาไว้อย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันการชิงตัวและหลบหนี จากนั้นได้คุมตัวทั้งสองขึ้นรถนำไปฝากขังศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยผู้ต้องหาทั้งสองมีท่าทีอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังกล่าวกับผู้สื่อข่าวอย่างอารมณ์ดีว่า "ไม่ได้เครียดอะไรสบายๆ อยู่แล้ว"
สำหรับความคืบหน้าคดีนี้ ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชได้มีการอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาที่ร่วมขบวนการช่วยเหลือเสี่ยแป้งไปแล้ว 8 ราย รวมถึงตัวเสี่ยแป้งด้วย ส่วนผู้ต้องหารายอื่นประกอบด้วย 1) น.ส.วิลาวัลย์ หมื่นรักษ์ หรือไหม อายุ 32 ปี 2) น.ส.ยุวเรศ กลศึก หรือหมวย อายุ 26 ปี 3) นายคเณศ ทองประจง หรือบอย อายุ 28 ปี 4) นายจักรี แป้นน้อย หรือบิ๊ก อายุ 41 ปี 5) นายจีระวุฒิ ชุมศรี หรือบอย อายุ 31 ปี 6) น.ส.วิลาวัลย์ บุญจันทร์ หรือทราย อายุ 30 ปี ซึ่งทั้ง 6 คนนี้ ถูกตำรวจจับกุมได้แล้วในข้อหา "ร่วมกันกระทำการด้วยประการใด ให้ผู้ถูกคุมขังตามอำนาจของศาล ซึ่งเป็นบุคคลที่ต้องคำพิพากษาตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป หลุดพ้นจากการคุมขังไป"
ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 2 คน ที่ถูกออกหมายจับ แต่ยังหลบหนีอยู่ขณะนี้ คือ นายเชาวลิต ทองด้วง หรือเสี่ยแป้ง อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊ง และนายสุทิวัส ขุนณรงค์ อายุ 28 ปี หรือฉายา "หนอน ทุ่งลาน" ชาวจังหวัดพัทลุง ซึ่งทำหน้าที่ขับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีดำ นำหน้าพาเสี่ยแป้งหลบหนีในคืนเกิดเหตุ
ขณะเดียวกันวันนี้ ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้มีการนำหลักฐานดีเอ็นเอจำนวนมาก ที่ตรวจจากร่องรอยหลักฐานต่างๆ ในรถยนต์กระบะ 2 คัน ที่ใช้ก่อเหตุพาผู้ต้องหาหลบหนี และตำรวจมีการตรวจยึดรถยนต์กระบะทั้ง 2 คันมาได้ โดยตำรวจได้นำหลักฐานเอาชุดดีเอ็นเอทั้งหมดที่ตรวจได้ เดินทางไปตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับกลุ่มผู้ต้องหา ที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานดีเอ็นเอภาค 9 ที่ รพ.มอ.สงขลา เพื่อเป็นหลักฐานสำคัญในการมัดตัวผู้ต้องหาต่อไป.