รักษาการ ผบช.ภ.5 แถลงความคืบหน้าคดีป้าวัย 63 ปี นักโภชนาการ เสียชีวิตข้างโอ่งหลังบ้าน สภาพถูกเผา เชื่อฆ่าตัวตาย เหตุถูกหลอกโอนเงินลงทุนแพลตฟอร์ม MUJINTONG สูญเงิน 5.2 ล้าน พบมีบัญชีม้า รับโอนเงินทั้งคนไทยและต่างชาติ 21 ราย จับได้แล้ว 7 

เวลา 11.00 น. วันที่ 24 ต.ค. 66  พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร รรท.ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ.5 และพล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภจว.เชียงใหม่ ร่วมกันแถลงข่าว ที่ สภ.แม่ริม กรณีที่นางยุพิณ พงษ์จำรัส อายุ 63 ปี เสียชีวิตข้างโอ่งหลังบ้านตัวเองในหมู่บ้านขอนตาล ตำบลริมใต้ สภาพถูกเผา พบศพช่วงบ่ายของวันที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา ภายหลังเจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนคาดว่าป้ายุพิณอาจฆ่าตัวตายเพราะถูกหลอกให้ลงทุน

พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร กล่าวว่า หลังเกิดเหตุทางตำรวจได้มีการติดตามสอบสวนหาตัวขบวนการที่มีการหลอกลวงป้ายุพิณในการลงทุน สร้างความเสียหายเป็นเงินกว่า 5.2 ล้านบาท พบว่า คดีดังกล่าวเป็นการหลอกลวงให้ผู้เสียหาย (ผู้เสียชีวิต) โอนเงินร่วมลงทุน หรือโอนเงินทำภารกิจเพื่อรับผลตอบแทน เพื่อหารายได้พิเศษจากแพลตฟอร์มออนไลน์ "MUJINTONG" อย่างเช่น เติมเงินครั้งแรก 30,000 บาท รับรางวัล 899 บาท และมีการหลอกลวงผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยังมีการหลอกลวงและจูงใจให้ผู้เสียหายชักชวนบุคคลอื่นให้มาร่วมลงทุนในลักษณะแชร์ลูกโช่เพื่อเลื่อนระดับชั้นของรหัสสมาชิก และได้รับค่าคอมมิชชันในจำนวนที่สูงขึ้น ซึ่งไม่มีอยู่จริง รวมถึงโน้มน้าวใจให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มมากขึ้นเพื่อต่อรหัสสมาชิก และรับเงินกำไรที่ได้จากการลงทุน ซี่งถ้าหากไม่โอนเงินรหัสสมาชิกจะหมดอายุ

...

"ผู้เสียหายถูกหลอกลวงในลักษณะเช่นนี้เรื่อยมา และหลงเชื่อจนต้องโอนเงินให้แก่กลุ่มคนร้าย จนกระทั่งมารู้ภายหลังว่าถูกหลอกลวง ซึ่งการหลอกลวงในลักษณะเป็นการหลอกลวงในรูปแบบผสมผสาน ทั้งการหลอกให้ร่วมลงทุน หลอกให้ทำภารกิจ หลอกให้หารายได้พิเศษ หรือแม้กระทั่งการหลอกลวงในลักษณะแชร์ลูกโซ่ ซึ่งหากผู้เสียหายทำการชักชวนผู้อื่นมาลงทุนด้วยก็อาจตกเป็นผู้ต้องหาได้เช่นกัน"

จากการสืบสวนยังพบว่า ผู้เสียหายถูกหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชีคนร้ายในชั้นที่ 1 และเงินถูกโอนต่อไปยังบัญชีชั้นที่ 2 จำนวนทั้งสิ้น 21 บัญชี มีผู้ต้องหา 21 ราย โดยแบ่งเป็นบัญชีชั้นที่ 1 จำนวน 10 บัญชี และเงินถูกโอนต่อไปยังบัญชีชั้นที่ 2 จำนวน 11 บัญชี อีกทั้งยังมีเงินของผู้เสียหายบางส่วนถูกโอนไปยังบัญชีชั้นที่ 3 ด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม และพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขออนุมัติหมายจับผู้กระทำความผิดที่ปรากฏทั้งหมด จำนวน 20 ราย (ผู้ต้องหาถึงแก่ความตาย 1 ราย) ต่อมาวันที่ 20 ตุลาคม 2566 ศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้อนุมัติหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิดในคดีทั้งหมด ในความผิดฐาน "ร่วมฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ร่วมกันฟอกเงินและความผิดตามพระราชกำหนด มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี" 

สำหรับผู้ต้องหาแบ่งเป็นกลุ่มบัญชีชั้นที่ 1 ประกอบไปด้วยคนไทย 10 ราย, กลุ่มบัญชีชั้นที่ 2 ประกอบไปด้วยคนไทย 7 ราย และคนต่างชาติ 3 ราย รวมทั้งสิ้น จำนวน 20 ราย ในวันนี้ (24 ตุลาคม 2566) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีมาทำการขยายผลและนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายไปแล้ว 6 คน แบ่งเป็น กลุ่มบัญชีชั้นที่ 1 ซึ่งเป็นคนไทย 3 ราย และกลุ่มบัญชีชั้นที่ 2 3 ราย (คนไทย 2 ราย, คนต่างชาติ 1 ราย) ส่วนของผู้ต้องหาตามหมายจับที่อยู่ระหว่างหลบหนีอีก 14 รายนั้น จะระดมกำลังติดตามจับกุมมาขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ข้อมูลจากตำรวจภูธรภาค 5 ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566 ได้รับแจ้งเกี่ยวกับให้มีการตรวจสอบบัญชีที่มีความผิดปกติสุ่มเสี่ยงทั้งหมด 13,000 บัญชี ส่งเรื่องให้ปปง. ตรวจสอบ และสามารถยกเลิกบัญชีม้าได้แล้ว 5,000 บัญชี