ตำรวจไซเบอร์สอบสวนปากคำเบื้องต้น หญิงวัย 23 เจ้าของบัญชีม้าสอบ เจ้าตัวร่ำไห้ ยันไม่เกี่ยวข้องกับแก๊งมิจฉาชีพหลอกขายไอโฟนสาว ม.6 ยอมรับหลายปีก่อน เคยสมัครแอปฯ เงินกู้ โดยใช้บัตรประชาชนและทำการสแกนใบหน้า 

กรณีที่ น.ส.พลอย อายุ 19 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช เพิ่งเรียนจบ ม.6 ตัดสินใจผูกคอตาย เนื่องถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินไปซื้อโทรศัพท์ไอโฟน ในระบบผ่อนจ่ายกับร้านค้าออนไลน์ และผ่อนจ่ายไปแล้วเกือบ 20,000 บาท แต่ยังไม่ได้โทรศัพท์ จนรู้ว่าถูกหลอก จึงตัดสินใจผูกคอเสียชีวิตในห้องนอน เหตุเกิดพื้นที่ สภ.เกาะทวด วันที่ 15 ต.ค. ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2566 ที่ บช.สอท. พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ทาง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้มีความห่วงใยในเรื่องที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะเด็ก จึงมอบหมายให้มาประสานกับ บช.สอท. เพื่อรับโอนคดีมา เนื่องจากเป็นหน่วยที่มีความพร้อม และจะเร่งรัดคดีเพื่อให้ความเป็นธรรมกับน้องผู้เสียชีวิต ฝากพี่น้องประชาชน ทางท่าน ผบ.ตร. มีความห่วงในในทุกคดีที่เกิดขึ้น และเน้นย้ำให้ทำคดีด้วยความโปร่งใสชัดเจนที่สุด

พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. เปิดเผยว่า เรื่องแรกต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของน้องที่ต้องสูญเสียลูกสาวไป อันนี้เป็นเรื่องที่สะเทือนใจเป็นอย่างมาก ในส่วนนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ สอท. เร่งรัดดำเนินการ ซึ่งทาง สอท. ได้ประสานไปยังท้องที่ สภ.เกาะทวด ให้โอนคดีมาที่ สอท. แต่อย่างไรก็ตาม ทาง สอท. ได้ส่งทีมลงไปสนับสนุนข้อมูลกับท้องที่ตั้งแต่เมื่อวานนี้ โดยมีการตั้งวอร์รูมร่วมกับ สภ.เกาะทวด เพื่อหาผู้กระทำผิดมาลงโทษ เบื้องต้นดำเนินการไปแล้ว 3 ส่วน 

ส่วนแรกได้ข้อมูลเส้นทางการเงินทั้งหมดแล้ว ส่วนที่ 2 ขอข้อมูลจากเฟซบุ๊กได้ข้อมูลมาแล้ว ส่วนที่ 3 ขอข้อมูลจากเครือข่ายโทรศัพท์ เพื่อระบุตัวตนของเจ้าของเพจที่แท้จริง หลัง บช.สอท.รับโอนคดีมา ส่วนแรกได้สั่งให้ ผบก.สอท.5 เร่งรัดในการขอออกหมายจับให้ได้ภายในวันนี้ 

...

คดีมีความคืบหน้าไปมาก เหลือเพียงตรวจสอบแหล่งที่อยู่ของ IP address ของผู้ก่อเหตุ หากรับโอนคดีวันนี้เสร็จสั่งชุดทำคดีออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในครั้งนี้ได้โดยทันที และเร่งติดตามจับตัวโดยเร็วที่สุด ภายใน 2 วันนี้  ขบวนการนี้เป็นเรื่องการหลอกลวงขายของทางออนไลน์ ฝากไปยังน้องๆ ถ้าถูกหลอกไปอาจจะเกิดความเครียดความเสียใจแล้วไม่มีทางออก จริงๆ ก่อนที่จะตัดสินใจอะไรลงไป ให้เดินทางมาปรึกษาหารือกับทางตำรวจ สอท. ก่อน เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา ซึ่งทาง บช.สอท. จะพยายามทำให้สุดกำลังความสามารถ

ขณะที่เมื่อช่วงเช้าวันที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านหนองเชียงรอดใต้ หมู่ที่ 5 ตำบลทุ่งลุยลาย อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็นบ้านนางสาวดอกแก้ว แก้วเจิม อายุ 23 ปี เจ้าของบัญชีม้า พบว่าครอบครัวพ่อแม่ และเจ้าตัวไม่อยู่บ้าน มีเพียงป้าที่อยู่ข้างบ้าน เล่าว่า ก่อนหน้านี้ 2-3 วัน หลานของตนได้มาเอาเอกสารไปทำเกี่ยวกับเกมในมือถือ ตนจึงบอกหลานของตนไม่อยากให้ทำ พร้อมให้ลบออกจากโทรศัพท์ หลังจากนั้นทางหลานของตนก็ได้ลบออกไป

จนกระทั่งเวลา 11.20 น. ของวันนี้ (18 ต.ค. 66) ทางด้าน พ.ต.อ.พงศ์สุข คงปัญโญ ผกก.สภ.คอนสาร จังหวัดชัยภูมิ ได้เชิญตัวเจ้าของบัญชีม้ามาสอบสวนพร้อมกับตำรวจไซเบอร์ เพื่อที่จะนำตัวไปทำการสอบสวนอย่างละเอียดที่กรุงเทพมหานคร หลังจากนั้นได้สอบถามนางสาวดอกแก้ว เล่าว่า ในเบื้องต้นตนไม่ทราบเกี่ยวกับบัญชี หรือบัตรประชาชนที่หลุดออกไป เนื่องจากตนนั้นได้ไปสมัครงานในหลายพื้นที่ แต่ตนก็ไม่ได้ทำงาน พร้อมยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมยังกล่าวอีกว่าตนนั้นทำงานกรีดยาง ไม่เคยขายของออนไลน์แต่อย่างไร

ด้านแม่ของเจ้าของบัญชีม้าเล่าว่า ลูกสาวของตนนั้นได้ทำงานอยู่ที่ไร่กรีดยางอยู่ตลอดเวลา ไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวและไม่เคยเกี่ยวข้อง อีกทั้งยังไม่เคยได้ไปเปิดบัญชีที่ธนาคารดังกล่าว ซึ่งตนนั้นก็ไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าเป็นบัญชีธนาคารอะไร อีกทั้งยังฝากให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับลูกสาวของตนอีกด้วย หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ก็จะได้คุมตัวออกจาก สภ.คอนสาร เชิญตัวไปสอบสวน ที่ บช.สอท.ต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากตำรวจที่เชิญตัวมาสอบสวน นางสาวดอกแก้ว ยังคงยืนยัน ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปิดบัญชีดังกล่าว อีกทั้งยังกล่าวทั้งน้ำตาด้วยว่า เมื่อหลายปีก่อนตนได้สมัครแอปฯ เงินกู้ โดยใช้บัตรประชาชนและทำการสแกนใบหน้า ซึ่งตนคาดว่าหน้าจะเกิดจากเหตุการณ์นั้น ส่วนที่ว่าตนเองนั้นไปเปิดบัญชีเพื่อจะเอาไปขายให้กับคนอื่นนั้น ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่ได้กระทำการดังกล่าวพร้อมยืนยันว่าไม่เคยทำ.