ผู้การเชียงใหม่ ติดตามความคืบหน้าคดีพบศพหญิงข้าราชการเกษียณวัย 63 ปี สภาพถูกเผาในโอ่ง ยังคงตั้ง 2 ประเด็นการเสียชีวิต ทั้งฆ่าตัวตายและถูกฆ่า หลังตรวจสอบพบคนตายถูกหลอกร่วมลงทุนสูญเงิน 5.2 ล้านบาท ขณะที่กล้องวงจรปิดไม่พบบุคคลอื่นเข้าออก และคนตายเพิ่งไปซื้อน้ำมันเบนซินบรรจุแกลลอน พร้อมขยายผลเอาผิดบัญชีม้าแก๊งหลอกคนตายลงทุน
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 15 ตุลาคม 2566 พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เดินทางมาสรุปประเด็นคดี นางยุพิณ พงษ์จำรัส อายุ 63 ปี ข้าราชการเกษียณที่เสียชีวิต ถูกเผาสภาพเกรียมทั้งตัวข้างกำแพงหลังบ้านพักของตัวเอง ภายในหมู่บ้านขอนตาล หมู่ 3 ต.ริมใต้ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพื่อนบ้านพบศพเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ โดยได้เชิญทางครอบครัวของผู้ตายมาสอบสวนพูดคุยนานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนจะออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในเวลา 18.00 น.
โดยคดีนี้นั้น ซึ่งหลังจากเกิดเหตุทางตำรวจได้มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งในและนอกบ้านของผู้ตาย ไม่พบมีบุคคลต้องสงสัยเข้าออกบ้านนอกจากของผู้ตาย จากการตรวจสอบสอบวงจรปิด ก่อนที่คนตายจะเสียชีวิตวันที่ 11 ต.ค.66 เวลา 20.00 น. ได้ไปซื้อน้ำมันเป็นซิน 3 แกลลอน จำนวน 15 ลิตรด้วย
นอกจากนี้ ทางตำรวจพิสูจน์หลักฐานเชียงใหม่ ยังได้เก็บวัตถุพยานในที่ที่พบในที่เกิดเหตุไปตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ พบมีสารบางอย่างติดอยู่ในแก้วน้ำด้วย
พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เผยอีกว่า จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและการสืบสวน ยังคงตั้งประเด็นการเสียชีวิตไว้ทั้งการฆ่าตัวตายและการถูกฆ่าเสียชีวิต ซึ่งต้องรอหลักฐานจากทางนิติวิทยาศาสตร์ก่อน ส่วนเบื้องต้นนั้นทางตำรวจได้นำหลักฐาน คือ โทรศัพท์มือถือของผู้ตาย ซึ่งพบบริเวณหน้าห้องน้ำไปตรวจสอบ พบหลักฐานการโอนเงินเพื่อร่วมลงทุนกับแก๊งมิจฉาชีพ รวมเป็นเงินประมาณ 5.2 ล้านบาท จึงได้ทำการสืบสวนขยายผล
...
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ทำการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ตาย พบร่องรอยการสนทนาผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ระหว่างผู้เสียชีวิตกับบุคคลที่เชื่อว่าเป็นคนร้าย ในลักษณะการหลอกลวงให้ร่วมลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Mi jngTong และพบประวัติการโอนเงินลงทุนจากบัญชีธนาคารของผู้ตายไปยังบัญชีธนาคารต่างๆ จำนวน 10 บัญชี 15 รายการ รวมเป็นเงิน 5,200,000 บาท
โดยจากการสืบสวนและหาข้อมูลการกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าว พบว่าเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ และแผนประทุษกรรมและวิธีการหลอกลวงของคนร้าย ซึ่งเชื่อว่ามีมากกว่าหนึ่งคน กระทำกันเป็นกระบวนการ ติดต่อไปยังผู้เสียหายเพื่อออกอุบายชักชวนให้ร่วมลงทุนโดยมีผลตอบแทนที่คุ้มค่า น่าเชื่อถือ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินไปให้คนร้าย จากนั้นคนร้ายจะทำการโอนเงินที่ได้รับจากผู้เสียหายไปยังบัญชีอื่น เพื่อเป็นการอำพรางเจ้าหน้าที่
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการกล่าวโทษกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามที่กล่าวมาเบื้องต้นแล้วจำนวน 10 คน และจะได้ทำการสืบสวนขยายผลดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดเพิ่มเติมต่อไป