ตำรวจตามรวบพระหื่น ขยี้กามเณรวัย 14 ปี ผ่านทางทวารหนัก ส่งทีมล่าข้ามจังหวัด หลังเรื่องแดงหนีจากอุทัยฯกบดานขอนแก่น หิ้วสอบยอมรับสารภาพ-อ้างเณรยินยอมรู้เห็นด้วย เผยย้ายวัดไปเรื่อย เคยร่วมหลับนอนกับพระ-เณรมาแล้วหลายรูป
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 ต.ค.66 ที่ จ.อุทัยธานี พ.ต.อ.บุญเชิด จันทร์มณี ผกก.สภ.ห้วยคต เปิดเผยว่า จากคดีที่ พระฤทธิไกร อายุ 53 ปี ชาวจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นพระลูกวัดแห่งหนึ่งใน จ.อุทัยธานี ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศข่มขืนสามเณร อายุ 14 ปี วัดเดียวกัน โดยกระทำชำเรามาตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.-27 ก.ย.2566 แล้วหลบหนีไปเมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังเรื่องราวโด่งดังขึ้น เป็นเหตุให้สามเณรรูปดังกล่าวได้รับความเสียหายทั้งทางร่างกายและจิตใจ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่า พระฤทธิไกร หลบหนีไปกบดานที่ ต.วังเพิ่ม อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น จึงขอหมายศาลตามจับกุมตัวได้สำเร็จ แล้วพาไปสึกจากการเป็นพระโดยทันที และคุมตัวกลับมาสอบสวน ที่ สภ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี
จากการสอบสวน นายฤทธิไกร (ผู้ต้องหา) สารภาพว่า ก่อเหตุจริง เณรยินยอมรู้เห็นด้วย หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น แต่พระที่นั่นยอมไม่ให้อยู่ จึงไปหลบอยู่แถวกระท่อมในหมู่บ้าน โดยมีพี่ชายที่ จ.ขอนแก่น คอยช่วยเหลือ
"ตนเคยร่วมหลับนอนกับเณรและพระอีกหลายรูป และย้ายวัดไปเรื่อยๆ ซึ่งตนรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิด เพราะเณรเป็นเด็ก ซึ่งที่จริงแล้วตนไม่ได้คิดหนี เพราะมีคนเตือนว่าให้หนีไปไหนก็หนีไม่รอด และที่รู้ว่ามีการแจ้งความนั้นก็เพราะ มีแม่ของสามเณรอีกรูปโทรมาหาตน แล้วบอกว่ามีการแจ้งความแล้ว"
ด้าน พ.ต.อ.บุญเชิด จันทร์มณี ผกก.สภ.ห้วยคต กล่าวว่า พ่อของสามเณรรูปดังกล่าว ได้มาแจ้งความไว้ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย.66 เดิมผู้ต้องหาเป็นพระสงฆ์บวชอยู่ที่พักสงฆ์แห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ทองหลาง อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี จากนั้นได้ก่อเหตุกระทำชำเรา หรืออนาจารกับสามเณรที่บวชอยู่ที่เดียวกัน โดยนับแล้วได้กระทำอนาจารเณรรูปดังกล่าวกว่า 40 ครั้ง จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติหมายศาล จนตามจับกุมตัวได้ในที่สุด ซึ่งหลังจากก่อเหตุแล้วก็มีพฤติกรรมหลบหนีความผิดไปอยู่ที่ จ.ขอนแก่น เบื้องต้นจากการสอบสวน ผู้ต้องหายอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายแล้ว
...
ต่อมา ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่พักสงฆ์ดังกล่าว ได้พบกับหัวหน้าที่พักสงฆ์จากการสอบถาม ทราบว่า นายฤทธิไกร (ผู้ก่อเหตุ) ได้มาจำอยู่ที่พักสงฆ์แห่งนี้ประมาณกว่า 1 ปีแล้ว ซึ่งมีพระที่รู้จักกันพามาฝาก โดยไม่รู้ว่าพฤติกรรมจริงๆ เป็นอย่างไร ก่อนที่มีเรื่องราวอื้อฉาวจนเป็นข่าว นายฤทธิไกรและสามเณรอาศัยนอนอยู่ที่กุฏิเดียวกัน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านหลังที่พักสงฆ์แห่งนี้ ซึ่งสามเณรคู่กรณีมาบวชอยู่ที่นี่ได้ไม่ถึงพรรษา หลังเกิดเรื่องก็ทำการสึกกลับไปอยู่กับพ่อแม่ ส่วนเรื่องที่ นายฤทธิไกร กระทำกับสามเณร พระในที่พักสงฆ์แห่งนี้ไม่มีใครรู้เลย เพราะว่าที่นี่ไม่มีไฟฟ้าใช้ พอมืดค่ำพระก็เข้านอนกันเร็ว ตื่นเช้ามาก็ออกบิณฑบาตกันตามปกติ พอมารู้เรื่องอีกทีก็กลายเป็นเรื่องอื้อฉาวใหญ่โตไปแล้ว ซึ่งไม่อยากให้เกิดเรื่องลักษณะดังกล่าวขึ้นในที่พักสงฆ์แห่งนี้เลย แต่ดีใจที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมตัว นายฤทธิไกร มาดำเนินคดีได้สำเร็จ ซึ่งเรื่องดังกล่าวทำให้พระพุทธศาสนา และวงการพระสงฆ์ใน จ.อุทัยธานี เสื่อมเสียเป็นอย่างมาก