จับ "เอส บางกระสอ" และ "ภัทร ลำโพ" ผัวเมียแสบรับจ้างเปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกเหยื่อโอนเงิน แถมทำไลน์ปลอมอ้างยศพันเอกตุ๋นขายของหลอกเงินเหยื่อ

เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 66 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง, พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. และชุด PCT 5 ร่วมกันสืบสวนจับกุม นายเอสนะ ชุ่มชื่น หรือ "เอส บางกระสอ" อายุ 43 ปี และ น.ส.ภัทรศนีย์ มูลผล หรือ "ภัทร ลำโพ" อายุ 30 ปี ความผิดฐาน "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน" ได้ที่ภายในซอยเปี่ยมสุข ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

จากการสอบสวน นายเอสนะ และ น.ส.ภัทรศนีย์ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ตรวจสอบประวัติ นายเอสนะ พบว่าตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับที่ต้องการตัวเพื่อดำเนินคดี 5 หมายจับ และสถานะคดีอยู่ระหว่างรอออกหมายจับ 4 คดี รวม 9 คดี

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การว่า เมื่อช่วงประมาณต้นปี 2564 มีคนรู้จักมาจ้างให้ไปเปิดบัญชีธนาคารต่างๆ คนละ 1-2 บัญชี โดยรับค่าจ้างเปิดบัญชีธนาคารบัญชีคนละ 2,000 บาท เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและซื้อยามาเสพ โดยคนรู้จักที่จ้างให้ไปเปิดบัญชีบอกว่าจะนำบัญชีธนาคารที่ตนเปิดให้นั้น ไปใช้ในการทำธุรกิจโต๊ะพนันฟุตบอล

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวต่อว่า ตรวจสอบประวัติคดีของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พบว่ามีประวัติเคยถูกดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด, การพนัน, คดีที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รับจ้างเปิดบัญชีม้า) ซึ่งเคยถูกดำเนินคดี และยังต้องการตัวเพื่อดำเนินคดี

...

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวต่อว่า สำหรับการดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 รายนั้น ทาง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. สั่งให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรม ที่กระทำความผิดทุกรูปแบบ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก โดยชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. และชุด PCT5 รับการร้องเรียนจากประชาชนผ่าน เพจสืบนครบาล IDMB ให้ช่วยทำการสืบสวนจับกุมตัว นายเอสนะ มีพฤติการณ์โทรศัพท์หาผู้เสียหาย สวมรอยว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร หลอกลวงผู้เสียหายว่าเป็นหนี้บัตรเครดิต และยังไม่ได้ชำระ อีกทั้งยังพัวพันเรื่องคดีฟอกเงิน แจ้งให้ผู้เสียหายเดินทางไปที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ หากผู้เสียหายไม่สะดวกจะทำทีให้ผู้เสียหายแอดไลน์ที่สร้างขึ้น ก่อนส่งต่อให้อีกสายที่ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ เสนอว่าจะช่วยเหลือผู้เสียหายเรื่องหนี้บัตรเครดิต โดยให้โอนเงินจากบัญชีธนาคารไปเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ และหากผู้เสียหายไม่ได้กระทำผิด จะโอนเงินคืนกลับไปให้ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไป ภายหลังก็ไม่ได้รับเงินคืนและติดต่อไม่ได้อีก เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหายเฉพาะรายที่ร้องเรียนกว่า 50,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีพฤติการณ์ สร้างบัญชีไลน์ปลอมขึ้นมาโดยอ้างตัวว่า เป็นนายทหารยศพันเอก มีการแสดงบัตรประชาชน บัตรข้าราชการทหาร (ปลอม) ทักมาทางไลน์ ทำทีจะขายเรือไฟเบอร์กลาสติดเครื่องยนต์ รถจักรยานยนต์เวสป้ามือสอง บ้านน็อกดาวน์ รถยนต์มือสอง เมื่อตกลงราคากันจนเป็นที่พอใจแล้ว คนร้ายจะทำทีแจ้งกำหนดนัดรับสินค้ากับผู้เสียหาย จากนั้นจะขอให้ผู้เสียหายโอนเงินมัดจำก่อนจำนวนหนึ่ง เมื่อผู้เสียหายโอนเงินให้แล้วและไปตามจุดที่นัดหมายรับสินค้า ปรากฏว่าไม่พบตัวผู้ขายและไม่สามารถติดต่อคนร้ายได้อีก เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ เชื่อว่าน่าจะมีประชาชนหลงเชื่อถูกคนร้ายกลุ่มนี้หลอกเสียหายอีกจำนวนมาก