"ตำรวจหนองคาย" แถลงผลจับกุม "นายทุนโหด" ยิงหนุ่ม 30 รับจ้างปล่อยเงินกู้ดับคาป่า หนีกบดาน สปป.ลาว ถูกตำรวจเพื่อนบ้านตะครุบตัวส่งกลับไทย อ้างถูกผู้ตายยักยอกเงิน-นัดมาเคลียร์แต่ตกลงกันไม่ได้ 

เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 66 ที่ บก.ภ.จว.หนองคาย พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รรท.ผบช.ภ.ร่วมกับ พล.ต.ต.อรรคพงศ์ พิมลศิริ รอง ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.พรชัย ชลอเดช ผบก.ภ.จว.หนองคาย, พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม ผบก.สส.ภ.4 พร้อมเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง แถลงผลการจับกุม นายณัฏธ์ฐภัทร หรือจี๊ด อายุ 30 ปี ชาว อ.เชียงคาน จ.เลย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเลย ที่ 257/2566 ลงวันที่ 24 ส.ค. 2566 ในข้อหา "ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ให้มีอาวุธปืนติดตัว และไม่มีเหตุจำเป็น, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช้เหตุในเมืองหมู่บ้านหรือที่ชุมนุม, และมีอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต" หลังหลบหนีกลบดานใน สปป.ลาว ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สปป.ลาว จับกุมตัวและส่งตัวกลับมาดำเนินคดี เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2566

สืบเนื่องจาก พนักงานสอบสวน สภ.ท่าลี่ จ.เลย รับแจ้งพบโครงกระดูกเชื่อว่าเป็นโครงกระดูกมนุษย์ในพื้นที่ ต.หนองผือ อ.ท่าลี่ จึงประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2566 ได้มีการแจ้งไว้ที่ สภ.วังสะพุง จ.เลย ว่า นายศรัณยู สุปัญญา อายุ 30 ปี ชาว ต.โนนสัง อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู หายตัวไปไม่สามารถติดต่อได้ โดยบอกกับญาติว่า จะออกไปเก็บหนี้รายวันบนเขา แต่ไม่ทราบว่าไปที่ใด พนักงานสอบสวน สภ.ท่าสี่ จึงเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอของญาติตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบ พบว่า ดีเอ็นเอของโครงกระดูกตรงกับญาติ ซึ่งยืนยันได้ว่าโครงกระดูกดังกล่าว คือ โครงกระดูกของ นายศรัณยู สุปัญญา ผู้ที่ถูกแจ้งหาย ซึ่งเชื่อว่าถูกคนร้ายฆ่าแล้วนำศพมาทิ้งจนเหลือแต่โครงกระดูก

...

จากการสืบสวนทราบว่า นายศรัณยู (ผู้ตาย) มีอาชีพรับจ้างปล่อยเงินกู้ให้กับนายทุน โดยนายทุนเงินกู้คือ นายณัฏฐ์ฐภัทร ซึ่งจากการสอบถามเพื่อนสนิทได้ข้อมูลว่า นายศรัณยู ผู้ตาย มีพฤติกรรมติดการพนันและยักยอกเงินของนายทุนไป เมื่อเก็บเงินได้ก็ไม่ส่งให้นายทุน และนายทุนได้มีการทวงถามเงินคืนอยู่บ่อยครั้ง แต่ผู้ตายไม่นำเงินมาคืน จนกระทั่งวันที่หายตัวไปมีกล้องวงจรปิดจับภาพรถยนต์ยี่ห้อ อีซูซุ สีแดง ซึ่งเป็นรถของนายทุนขับมารับผู้ตาย หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อผู้ตายได้ จนกระทั่งมาพบโครงกระดูกดังกล่าว

จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้พยายามติดตามตัว นายณัฏฐ์ฐภัทร ซึ่งเป็นนายทุนเจ้าของเงินกู้ แต่ไม่สามารถติดต่อได้เชื่อว่าได้หลบหนีไปแล้ว และสามารถติดตามตรวจยึดรถยนต์คันที่เชื่อว่าเป็นรถที่ใช้ก่อเหตุเอาไว้ได้ ขณะที่รถถูกนำไปจอดซุกซ่อนและเปลี่ยนสภาพที่อู่แห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดเลย และกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเลยเพื่อออกหมายจับ และตามจับกุมตัว นายณัฏฐ์ฐภัทร ได้สำเร็จ

จากการสอบสวน นายณัฏฐ์ฐภัทร (ผู้ต้องหา) ให้การว่า วันเกิดเหตุตนกับผู้ตายได้นัดเคลียร์กัน โดยนั่งรถคันเดียวกัน แต่ตกลงกันไม่ได้จนเกิดการทะเลาะกัน จึงได้เลี้ยวรถเข้าไปในป่าแล้วจอด จากนั้นเกิดการชกต่อยกันขึ้น ผู้ตายสู้ไม่ได้เลยหันไปหยิบกิ่งไม้ใกล้ตัว ตนบอกกับผู้ตายให้หยุดแต่ผู้ตายไม่ยอมหยุด จึงหยิบปืนในรถออกมาขู่ผู้ตายให้หยุด แต่ผู้ตายไม่ยอมหยุดอีก พร้อมทั้งเดินเข้ามาจะทำร้ายตน ตนจึงใช้อาวุธปืนยิงสวนไป 1 นัด ถูกผู้ตายล้มลงและเสียชีวิตคาที่ จากนั้นตนจึงหลบหนีไปยัง สปป.ลาว และถูกเจ้าหน้าที่ สปป.ลาว จับกุมและส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ไทยดังกล่าว