แพทย์กัลยาณ์ฯ ยังคงประเมินสุขภาพจิต ด.ช.14 มือกราดยิงห้างดังต่อเนื่อง ขณะที่พ่อแม่ให้ความร่วมมือกับจิตแพทย์เป็นอย่างดี ด้าน ยธ.ชี้ หากศาลเยาวชนฯ มีคำพิพากษา อาจพิจารณาร่วมกับแพทย์ ส่ง ด.ช.เข้าศูนย์ฝึกอบรมฯ สมุทรปราการ เน้นบำบัดเฉพาะอาการทางจิต

กรณี ด.ช.วัย 14 ปี ผู้ก่อเหตุยิงกระสุนปืนด้วยอาวุธแบลงค์กันกลางห้างสยามพารากอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอีก 5 ราย ได้รับการส่งตัวเข้ารับการประเมินสุขภาพจิตที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ แทนการคุมตัวไว้ที่สถานพินิจฯ เนื่องจากจิตแพทย์และนักจิตวิทยาได้มีการตรวจประเมินสุขภาพจิตของเด็กเบื้องต้น เห็นควรส่งตัวเข้ารับการรักษาและประเมินอาการทางจิตจากแพทย์เฉพาะทางจิตเวชเด็กและวัยรุ่นต่อเนื่อง ตามที่ได้มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 11 ตุลาคม 2566 แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เผยถึงความคืบหน้าการเข้ารับการรักษาของเด็กชายวัย 14 ปี ณ สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ว่า ปัจจุบันเด็กชายยังคงอยู่ระหว่างการประเมินสุขภาพจิตจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชและวัยรุ่นอย่างต่อเนื่อง และยังไม่มีการสรุปผลรายงานการวินิจฉัยโรคว่ามีอาการทางจิตเวชหรือไม่ เพราะแพทย์ได้มีการแจ้งว่าจะต้องมีการร่วมประเมินกับเจ้าหน้าที่หลายส่วน อาทิ นักสหวิชาชีพ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ นักวิชาชีพอื่นๆ เป็นต้น ไม่เพียงเฉพาะจิตแพทย์เท่านั้น เพื่อให้ได้รายละเอียดที่ครบถ้วนมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นมูลเหตุแรงจูงใจ หรือสภาวะทางจิต การจัดการด้านอารมณ์ การตัดสินใจต่อเหตุการณ์ ทางแพทย์ผู้ทำการรักษาจึงยังไม่สามารถระบุกรอบระยะเวลาการเข้าพักรักษาตัวได้ว่าจะเด็กชายจะต้องอยู่ที่สถาบันกัลยาณ์ฯ นานเท่าไร 

ส่วนเรื่องมีการจ่ายยาสำหรับบำบัดหรือปรับสารเคมีในสมองหรือไม่ ตอนนี้ยังไม่ได้รับรายงานดังกล่าว แพทย์จะไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึก จะแจ้งเพียงแค่ว่าเด็กอยู่ระหว่างการประเมิน นอกจากนี้ ยังไม่ได้รับรายงานด้วยว่าเด็กชายมีอาการวิตกกังวลหรือความเครียดร่วมหรือไม่ รับทราบเพียงว่าทางคุณพ่อและคุณแม่ของเด็กให้ความร่วมมือกับทีมแพทย์เป็นอย่างดี

...

แหล่งข่าว เผยอีกว่า ในส่วนของผู้ปกครองของเด็กชาย ที่ผ่านมาก็ได้เดินทางเข้ามาที่สถานพินิจเพื่อให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว จากนั้นเมื่อได้ข้อมูลจากผู้ปกครองเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่คุมประพฤติของกรมพินิจฯ จะลงพื้นที่เพื่อดำเนินการสืบเสาะหาข้อเท็จจริง แสวงหาข้อมูลต่างๆ เพื่อจัดทำเป็นรายงานการสอบสวน สำหรับนำเสนอต่อพนักงานสอบสวนและศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง โดยจะเป็นการลงพื้นที่ไปในสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับตัวเด็กทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการลงพื้นที่ไปพูดคุยกับบุคคลใกล้ชิดเด็กชาย สถาบันการศึกษา กลุ่มเพื่อนของเด็กชาย เป็นต้น 

เมื่อถามถึงในกรณีหากเด็กชาย (มีอาการทางจิตในขั้นไม่รุนแรง) และได้รับการพิจารณาจากจิตแพทย์ให้กลับมาที่สถานพินิจฯ กรมพินิจฯ จะมีโปรแกรมสำหรับบำบัดฟื้นฟูเด็กที่มีอาการทางจิตอย่างไรบ้าง แหล่งข่าว ระบุว่า ปกติแล้วในทุกเคสของเด็กที่อยู่ในความดูแลของกรมพินิจ มีการเจ็บไข้หรือป่วยใดๆ แพทย์จะมีการจ่ายยา ให้คำแนะนำในการดูแลแก่เจ้าหน้าที่สถานพินิจ และบางกรณีแพทย์อาจจะมีการเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบโปรแกรมกิจกรรมสำหรับการบำบัดฟื้นฟูด้วย จะต้องพิจารณาเป็นรายกรณี เด็กคนใดแม้มีอาการทางจิต สามารถร่วมกิจกรรมส่วนกลางกับเพื่อนๆภายในบ้านเมตตาได้ แต่เราก็จะมีพ่อบ้านหรือเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะเจ้าหน้าที่จะต้องดูด้วยว่าระหว่างทำกิจกรรมหรือระหว่างการใช้ชีวิตประจำวัน เด็กมีความแปลกแยกจากเพื่อนคนอื่นหรือสามารถปรับตัวเข้าได้กับเพื่อนๆ หรือไม่ 

นอกจากนี้ กรมพินิจฯ จะมีศูนย์ฝึกอบรมเฉพาะทางอยู่แล้ว เป็นสถานที่สำหรับดูแลเด็กและเยาวชน เช่น เด็กรายใดที่มีทักษะทางด้านกีฬา เราจะมีศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านบึง ที่ให้การสนับสนุนเด็กที่มีความสนใจด้านกีฬาเฉพาะ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชพระนครศรีอยุธยา (เฉพาะทางด้านยาเสพติดโดยใช้รูปแบบชุมชนบำบัด) ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนสิรินธรจังหวัดนครปฐม (ด้านวิชาชีพ) และศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนจังหวัดสมุทรปราการ (สำหรับเด็กที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพจิต) 

แหล่งข่าว กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม กรณีของเด็กชายนั้น กรมพินิจฯ จะต้องมีการคุยกับทีมแพทย์ผู้ทำการรักษา หากเด็กชายได้รับการพิจารณาส่งกลับมายังสถานพินิจดังเดิม เพื่อประเมินกันว่าถ้าเด็กชายต้องกลับมาอยู่ที่บ้านเมตตา แพทย์ก็จะมีทีมเข้ามาเพื่อบำบัดแก้ไขฟื้นฟูร่วมกัน หรืออาจพิจารณาให้เด็กชายไปอยู่ในความดูแลของศูนย์ฝึกใดภายใต้การกำกับของกรมพินิจฯ หรือไม่ หรือหากภายหลังศาลเยาวชนฯ มีคำพิพากษาให้เด็กชายเข้ารับการฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกใดๆ กรมพินิจก็จะมีการพิจารณาอย่างเหมาะสมที่สุดกับทีมแพทย์ว่าอาจจะให้เด็กชายเข้ารับการฝึกที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและได้ประสิทธิภาพการรักษาบำบัดอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ ทุกอย่างจะต้องมีการทำความเข้าใจกับผู้ปกครองของเด็กชายด้วยเช่นกัน เพื่อรับทราบตรงกันว่ากรมพินิจมีกระบวนการในการปฏิบัติตามคำสั่งศาลเยาวชนฯ อย่างไร และมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

ทั้งนี้ แหล่งข่าวยังยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถฟังธงได้เลยว่าเด็กชายมีอาการทางจิตเวชหรือไม่ เนื่องจากยังคงอยู่ระหว่างการประเมินของทีมจิตแพทย์สถาบันกัลยาณ์ฯ  อีกทั้งการสอบสวนโรคของเด็ก แพทย์จะให้ความระมัดระวังเรื่องข้อมูลการรักษา การวินิจฉัยโรคเป็นอย่างมาก.