ทลายโรงงานผลิต "แบลงค์กัน" ช่างมาเช่าบ้านอยู่ใกล้ค่ายทหารในเมืองนครศรีธรรมราช ติดกล้องวงจรปิดรอบบ้าน มีโดรนคอยบินตรวจ ยึดอุปกรณ์ทั้งแท่นกลึง ตู้เชื่อม ท่อเหล็กลำกล้อง ทำได้หมดทั้งปืน .38 ปืน 9 มม. ยันเอ็ม 16 

วันที่ 11 ตุลาคม 2566 ช่วงสาย พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8 สั่งการให้ พลตำรวจตรีสมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช พ.ต.อ.พิศิษฐ์ วิเศษวงศ์ ผกก.สส.บก.ภ.นครศรีธรรมราช สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง นำโดย นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอหมายค้นของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช

เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 556/401 ชุมชนเคหะอ้อมค่าย หมู่ 5 ต.ปากพูน อ.เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบ้านเช่าที่นายวีระยุทธ พันธรังสี อายุ 32 ปี เช่าพักอาศัยและทำงาน หลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่านายวีระยุทธใช้บ้านหลังดังกล่าวลักลอบผลิตปืนดัดแปลงแบลงค์กัน

...

เมื่อเจ้าหน้าที่นำกำลังไปถึง ปรากฏว่า นายวีระยุทธ ไหวตัว หลบออกไปจากบ้านก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่จะไปถึง การตรวจค้นพบแท่นกลึง ตู้เชื่อม ท่อนเหล็ก ชิ้นส่วนอาวุธปืนที่ผลิตแล้ว ชิ้นส่วนที่อยู่ระหว่างการผลิต ท่อนเหล็กทำลำกล้องปืนปืน ทั้งขนาด 9 มม.  ขนาด .38 เอ็ม 16 และขนาดอื่นๆ เป็นจำนวนมาก

พลตำรวจตรีสมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สืบทราบจึงขอหมายศาลเข้าทำการตรวจค้น ในบ้านมีการดัดแปลงเป็นโรงงาน ติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้รอบทิศทาง มีการใช้โดรนในการตรวจสอบความเคลื่อนไหวภายนอกบ้าน จากข้อมูล บ้านหลังนี้นายวีระยุทธเช่ามาเป็นเวลาประมาณ 2 ปี

ด้านนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผวจ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า นอกจากการตรวจค้นบ้านหลังนี้แล้ว เจ้าหน้าที่ตรวจค้นบ้านอีกหลังในย่านใกล้เคียง และควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยรายหนึ่ง ที่สงสัยว่าเป็นคนทำหน้าที่ส่งของให้ลูกค้า และตรวจค้นบ้านอีกหลังในท้องที่อำเภอท่าศาลา สำหรับเครือข่ายผลิตปืนดัดแปลงแบลงค์กันรายนี้ ตรวจสอบพบว่าขายปืนทางออนไลน์  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะรายงานข่าว ทางชุดตรวจค้นได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน มาร่วมตรวจที่เกิดเหตุ ตรวจสอบของกลางที่ตรวจยึดได้จำนวนมาก เพื่อแยกแยะว่า ของกลางที่ตรวจยึด มีทั้งหมดกี่รายการ และเป็นของกลางประเภทใดบ้าง ซึ่งจะมีการแยกแยะอย่างละเอียด